Monday, March 19, 2007

ติดอยู่ตรงกลาง...

วันนี้ตั้งแต่ผมตื่นเช้ามาล่ะ รู้สึกว่าอยู่ดีๆ เรื่องที่แทบจะกลบให้มันมิดไปได้หลายวันมันกลับมาในหัวคิดผมอีกครั้ง ทำให้ผมรู้สึกกลุ้มกว่าเดิม และไม่รู้ว่าจะหาทางออกไปยังไง เรียกว่ามัน "ติดอยู่ตรงกลาง" กับปัญหาที่ตอนนี้ผมหาทางแก้มันไม่ได้ จะหนีก็หนีไม่พ้น จะไม่ทำอะไรเลยมันก็ไม่ได้...

ปัญหาที่ว่านี้ มันเป็นปัญหาในชีวิตประจำวันของผมที่ผมต้องเผชิญกับมัน และต้องแก้ไขมัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องครอบครัว แฟน การเรียน รวมทั้งเรื่องในอนาคตของผมเอง...ผู้รู้ว่าทุกคนย่อมมีปัญหาเหมือนกัน บางคนเจอหนักหนากว่าผมซ่ะอีก แต่เค้าก็เอาตัวรอดมาได้ แต่ผมมันไม่ใช่อย่างนั้น...

ผมอาจจะเป็นคนที่คิดมากเกินไป ชอบเก็บเรื่องเล็กๆ น้อยๆ มาคิดอยู่เรื่อย เกินความจำเป็น...เพราะผมเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องทุกๆ เรื่องที่ผ่านเข้ามาในชีวิต...

ในครอบครัว ผมเองก็ต้องเป็นคนที่ต้องออกความคิดให้กับพ่อแม่ของผม งานนี้ต้องคิดให้ถี่ถ้วน ผมเคยต้องตัดสินใจอนาคตของน้องผมเองทุกอย่าง เคยออกปากให้น้องไปเรียนไกลๆ บ้านตอนช่วง ม.ปลาย ตอนนั้นผมตามใจน้อง เลยขอพ่อแม่ให้ สุดท้ายมันก็เกิดเรื่องขึ้นกับเพื่อนๆ น้องผม ทำให้พ่อผม ต้องเรียกน้องกลับมา...ตอนนั้นพ่อผมพูดกับผมคำหนึ่งว่า "ไม่น่าเชื่อต้นเลย" เหมือนกับว่าถ้าไม่เชื่อผม เรื่องนี้ก็คงไม่เกิด...

ต่อมาผมก็ต้องจัดการเรื่องเรียนให้น้องอีกครั้ง เพราะหากปล่อยไว้ น้องผมอาจจะเคว้งก็ได้ เลยต้องหาคณะที่มันเรียนแล้วเหมาะสมมากที่สุดคือ คณะนิเทศศาสตร์ จนน้องผมสอบติดเข้าไปเรียนได้...แต่ผมไม่ดีใจเลยที่ผมต้องเป็นคนกำหนดชีวิตของน้องผมเอง เวลาเกิดปัญหาขึ้นมา ผมก็ต้องตัดสินใจ บางทีก็ต้องเด็ดขาด น้องผมเคยพูดกับผมทั้งน้ำตาว่า "พี่ต้น อย่าทำอย่างนี้กับน้องเลย เห็นใจน้องบ้างเถอะ" ผมรู้สึกไม่ดีเลย สงสารมัน แต่ด้วยความที่ต้องรับผิดชอบกับทุกสิ่ง และอยากให้ได้ดี เลยต้องทำ...

แต่ตอนนี้ดีแล้ว ผมไม่ต้องรับผิดชอบกับทุกอย่างแล้ว เพราะผมเริ่ม ตัดๆ อะไรทิ้งออกไปได้แล้ว...พ่อผมเคยพูดกับผมว่า "ต้นไม่ต้องทำอะไรแล้วนะ ปล่อยให้เป็นเรื่องของพ่อจัดการดีกว่า" ผมรู้สึกเสียใจมากๆ...ตอนนี้ผมเลยไม่ค่อยคิดอะไรถึงเรื่องครอบครัวแล้ว แต่มันจะอดไม่ให้คิดถึงได้ยังไง...

เรื่องแฟน ผมก็เป็นห่วงเค้าเรื่องเรียน เรื่องการใช้ชีวิต รวมทั้งเรื่องเงินด้วย ผมรู้สึกเครียดมากๆ และเหมือนว่าจะไปปรึกษาใครไม่ได้...ผมทำอะไรๆ ให้มันดีขึ้นไม่ได้เลย

ทั้งๆ ที่อีกไม่กี่เดือน ผมก็ต้องเรียนต่อ ปริญญาโทเหมือนกัน แต่ก็มีทั้งปัญหาเข้ามาไม่หยุดหย่อน มันเหมือนจะเป็นแต่ปัญหาเล็กๆ แต่มันเข้ามาหาผมเยอะเหลือเกิน...ผมเคยถามตัวเองว่า ที่ตัดสินใจเรียนนี่มันดีแล้วหรือ คุ้มค่าที่จะเสียเวลาแล้วหรือ...

ในอนาคตผมก็คิดเหมือนกันว่าอยากทำอะไร แต่ตอนนี้มันยังไปไหน ไม่ได้ มองอะไรไม่เห็นทางอยู่เลย...เหมือนกับที่ผมเขียนไว้ตอนแรกว่า ผมติดอยู่ตรงกลาง หาทางไปไม่ได้...ผมเห็นว่าทุกสิ่ง ทุกอย่าง กำลังจะดำดิ่งลงไป ผมอยากช่วยคว้ามันไว้ไม่ให้จมลงไป ก็เลยต้องเอาตัวเข้าไปคว้ามันไม่ให้จม แต่บางทีแล้วการปล่อยให้มันจมๆ ลงไป อาจเป็นเรื่องที่ดีก็ได้...

ผมไม่อยากจะรับผิดชอบอะไรๆ ต่ออะไรอีกแล้ว...ไม่อยากคิด ไม่อยากช่วยคนอื่นต่อไปอีกแล้ว ปกติแล้วผมเป็นคนที่คิดถึงผู้อื่นก่อนเสมอ แต่วันเวลาที่ผ่านๆ มามันทำร้ายจิตใจผมมากพอแล้ว...ผมอยากคิดถึงตัวผมเองบ้าง สภาพผมเองตอนนี้ทำอะไรๆ ก็ต้องคิดก่อน ผมอยากจะทำอะไรตามใจตัวเอง อยากเป็นตัวของตัวเอง และทำอะไรที่ตัวเองอยากทำบ้าง แต่ผมทำมันไม่ได้...ผมไม่กำลังพอที่จะทำตามอย่างที่ผมต้องการ

ผมเคยคิดถึงอนาคตว่า ผมไม่อยากแต่งงาน ผมไม่อยากจะรับผิดชอบสิ่งใดๆ ทั้งสิ้นในโลกนี้อีกแล้ว...อยากมีชีวิตอยู่เพื่อตัวผมเองเท่านั้น แต่ผมไม่รู้ว่าจะทำได้ไหม สุดท้ายผมอาจจะต้องเหี่ยวแห้งตายไปก็ได้...

แต่ผมโชคยังดีที่ได้พบผู้หญิงคนหนึ่ง เมื่อคิดถึงเธอเมื่อไหร่ผมรู้สึกว่าผมมีความสุข สมองปลอดโปร่ง โล่งใจ ได้ในทันที...เมื่อก่อนผมเคยบอกว่าเธอว่า "ขอบคุณนะ สำหรับทุกๆสิ่ง ทุกๆอย่าง" เธอก็งงๆ แล้วก็บอกว่าเธอไม่ได้ทำอะไรให้ผมเลย...แต่เธอคงไม่รู้หรอกว่า เธอได้ทำให้ผมมีกำลังใจที่จะอยู่บนโลกใบนี้ และมีรอยยิ้มต่อไปได้...

ทุกๆ สิ่งที่เคยผ่านมาในชีวิตของผมทำร้ายผมตลอดมา มันเริ่มต้นด้วยความเครียด และจบด้วยความทุกข์เสมอ มีเพียงเรื่องนี้เท่านั้นที่เริ่มด้วยความสุข และผมหวังว่ามันจะจบด้วยความสุขเช่นเดียวกัน...แต่แม้ว่าสักวันมันจะต้องจบลงด้วยความเศร้า...แต่รู้ไว้เถอะว่า ผมจะยิ้มได้ทั้งน้ำตาล่ะ...