Monday, August 27, 2007

เมื่อ "สาวประเภทสอง" ต้องใช้คำนำหน้าว่า "นางสาว"

ไม่รู้ว่าข่าวนี้จะจริงหรือไม่จริงก็ไม่รู้นะครับเนี่ย แต่วันนี้เข้าไปอ่านข่าวทางเน็ตมา บอกได้คำเดียวว่าปวดเฮดมากๆ ครับ...

Image Hosted by Pic4Bit

อันที่จริง ผมไม่ได้เกลียดสาวประเภทสอง แต่เกลียดกลัวเกย์มากกว่าครับ ไม่รู้เคยเล่าให้ฟังรึยัง แต่จะเล่าให้ฟังใหม่ก็ได้ครับ...ดีที่ผมไม่ใช่สเปกเกย์ ก็เลยไม่มีเกย์มานัวเนีย เกิดพลาดพลั้งไป กลัว...กลัวต่อมสาวแตกกลายเป็นเกย์ไปอีกคน - -"

มีเพื่อนผมคนนึง หน้าตาไม่หล่อแต่เป็นนักกีฬา หุ่นงี้ดีพอสมควรมีกล้ามเนื้อกับเค้าพอให้หลงไหล ไอ้เราก็อยู่หอชายจะไม่ใส่เสื้อเดินเข้าออกห้องนั้นห้องนี่ มันก็ไม่มีปัญหา แต่กะเพื่อนผมคนนี้สิครับ มันเข้าไปคลอเคลียกับเพื่อนคนนี้ แบบประมาณว่าไปนั่งใกล้ๆ คุยเฮฮาไป เผลอมากอดจูบ ลูบคลำ เห็นแล้วเสียวแทนเลยครับ...ผมก็เห็นใจเพื่อนก็เลย ออกห้องกันล๊อกประตูให้เค้ามีความสุขกัน นี่ผมทำถูกแล้วใช่ไหมครับเนี่ย?

ดีที่หุ่นผมมันผอมๆ ไม่ถึงกับหุ่นนายแบบ แต่ก็หุ่นดีไม่เบาเลยล่ะนะ อิอิ...ไม่มีใครชมก็ชมตัวเองนี่แหละ

ส่วนกระเทยเนี่ย พอมีครับ อันนี้นี่หากคิดเกินเพื่อน ก็มีเสียวครับ ไม่ไหวๆ ไม่เล่าล่ะเพราะมันเกิดกะตัวผมเอง และก็พอจะสรุปได้ว่า "เกย์จะชอบผู้ชายหุ่นดี ส่วนกระเทยชอบผู้ชายหน้าตาดี"...อ้าวนี่ตูทั้งหน้าตาดีทั้งหุ่นดีเลยใช่ไหมเนี่ย อิอิ...

กลับมาที่ข่าวกันดีกว่านะครับ... ได้ยินว่า สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ไฟเขียวให้พวกเธอที่แปลงเพศแล้ว สามารถใช้คำนำหน้าว่า "นางสาว" ได้เหมือนสาวแท้ทั่วไป แล้ว o_O!!!

คราวนี้ได้ฮาแตกกันล่ะครับ..."นี่เธอๆ เราแต่งงานกันมา 5 ปีแล้วทำไม่ยังไม่มีลูกอีกล่ะ?" ฝ่ายชายถามด้วยความสงสัย ฝ่ายหญิงก็กระอักกระอ่วนไม่ยอมตอบว่าตัวเองแปลงเพศมา นี่ชั้นเป็นผู้ชายมาก่อนเหมือนกันน่ะ...จริงอยู่มันเป็นเรื่องตลก แต่หากเกิดขึ้นจริงๆ คงไม่ตลกนะครับ...

นึกขึ้นได้ว่าพรุ่งนี้ตูสอบนี่หว่า ถึงจะแค่ 4% แต่มันก็ยังดีที่จะทิ้งคนอื่นในจุดทศนิยมมากขึ้นได้ แต่คราวนี้คงไม่หมูเพราะเค้ารู้แล้วว่าผมแอ๊บเก่ง คราวนี้คงต้องเต็มที่ล่ะครับ สู้ๆ นะ ^^Y

Sunday, August 26, 2007

เพลง beautiful girl --- Kim Ah Joong (Ost.200 pound)

ตอนนี้กำลังชอบเพลงนี้เอามากๆ นางเอกเรื่องนี้ร้องเพลงได้สดใส ประกอบกับ MV เพลงนี้ที่แสดงออกมาได้สนุกสนาน แถมหน้าตานางเอกก็น่ารักโคตรๆ อะไรจะขนาดนั้น...ก็เลยเอา MV มาลงให้ฟังครับ

สามารถเลือกฟังเพลง soundtrack แบบเป็นเพลงออนไลน์เพลงอื่นๆ ได้ที่นี่ครับ ---> http://mms.hunsa.com/mms.php?py=album&id=1517

อันนี้ MV เพลงนี้ครับ ที่มา ---> http://www.dektube.com/viewVideo.php?video_id=907&title=KIM_AH_JOONG_AND_JOO_JIN_MO&vpkey=


Beautiful Girl Lyrics (Teaser Edit -200 Pounds Beauty OST)
Singer: Kim Ah Jung??? / Romanization by Kreah

You’re my beautiful girl
Beautiful girl
Kudae-nun arumda-un naye beautiful
na-neun nomu ippo nan cham sek-shi-hae
mimo-neun naye mugi
I’m a beautiful girl
ta na-reul bomyon mududul ssurojine
nanun beautiful girl
shin-sasonyo yorobonminyoron sogae-hamnida
olgurun marhal got optgo

mommae-do chongmal hwansang-i-ji-yo
hello hello
na-neun nomu ippo nan cham sek-shi-hae
mimo-neun naye mugi
I’m a beautiful girl
ta na-reul bomyon mududul ssurojine
nanun beautiful girl
nanun beautiful girl
nanun beautiful girl
nanun beautiful girl

MV อีกหนึ่งเวอร์ชั่นครับ...^^ ที่มา ---> http://www.girlyclip.net/playclip.php?clipID=1110&catID=14




ใครเน็ตเต่าจะฟังเฉพาะเพลงก็ได้นะครับผม...^^

หมดเวรกันซักที...ตู้รองเท้า

วันนี้ผมจัดการสะสางเรื่องตู้รองเท้าเสร็จซักทีครับ เหนื่อยตั้งกะเมื่อวานที่ต้องไปเอง เลขาห้องผมเบี้ยวไม่ยอมไปด้วยกัน ให้ผมจัดการเองทั้งหมด โดยให้เงินห้องมา(แล้วจะมีเลขาห้องทำไม ฟ่ะ ตูทำคนเดียวก็ได้นี่หว่า สรุปนี่มันงานตูจริงๆ นะ ไม่ใช่งานของห้อง) ผมก็ไปซื้อไว้ตั้งกะเมื่อวาน ว่าวันนี้จะไปประกอบ...

ตอนนี้ก็ประกอบเสร็จแล้วครับใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง กับคนประมาณ 4 คน (ที่ผมไม่ได้ขอให้ช่วย) ตอนแรกผมทำคนเดียว เพราะผมรู้แล้วว่า...นี่ตูต้องทำคนเดียว เพราะเป็นงานที่จารย์ให้ผมทำ ผมก็ดูๆ แล้วสรุปคือ ทำได้ทำไปเลย...แต่แล้วก็มีรุ่นพี่คนนึงมาช่วยทำก็เบาแรงได้ไปนิดนึงล่ะ...

ใกล้จะเสร็จล่ะ ก็มีรุ่นพี่ ป.โท มาสมทบอีกงานก็เสร็จเร็วขึ้นน่ะครับ...จริงๆ ผมอยากบ่นแต่มันเหนื่อยเหลือเกินนะครับเนี่ย สุดท้ายก็เอาไปวางหน้าห้องก่อน เพราะผมน่ะกะว่า อยากให้วางหน้าห้องก่อน แต่...มันก็มีเสียงผีที่ไหนไม่รู้ แว่วๆ มาว่า "วางไว้ข้างนอกมันจะเกะกะคนอื่นเค้านะ" ผมนี่เชื่อแล้วว่า ภาคนี้มันสิทธิส่วนบุคคลสูงกันจริงๆ...

ผมมาคิดดูล่ะว่าควรจะวางไว้ข้างนอกก่อนเพื่อสร้างลักษณะนิสัยใหม่ๆ ที่ต้องเปลี่ยนรองเท้าก่อนเข้าห้องแลปนะ ถ้าตอนแรกเอามาไว้ในห้องคนที่ไม่รู้ ไม่เห็น ก็เข้ามาไม่เห็นตู้รองเท้าเข้าอีก มันก็จะเปื้อนอีก (ตู้มันแอบตรงประตู คนเข้ามาไม่เห็น แต่คนจะออกห้องจะเห็น - -") ผมก็กะจะวางไว้ข้างนอกให้ทุกคนรับรู้นะ ว่ากฎห้องเราเปลี่ยนแล้ว ต้องเปลี่ยนรองเท้าก่อนเข้าห้อง ซักเดือนนึง คนรู้กันแล้ว จึงเอามาไว้ข้างใน...แต่ผมจะเงียบๆ ไว้ก่อน แล้วก็ให้วางข้างในน่ะแหละ ดูซิว่าจะจัดการกันยังไง? อิอิ

แต่ผมคาดไว้แล้วล่ะ ว่าต้องมีคนเอาไปข้างใน...และมันก็จะออกมาอีหรอบเดิม คือ มีตู้รองเท้าไว้โชว์อีกน่ะแหละ แต่มันหมดหน้าที่ของผมแล้ว (จริงๆ อาจารย์ให้จัดวางตู้ด้วย แต่ผมน่ะจะดู "คน" ก่อนนะ)แล้วผมจะดูว่าวันจันทร์นี้มันจะเป็นยังไง คงสนุกน่าดูเลยล่ะ...

พอเห็นคนในแลป ผมก็ถอนหายใจดัง เฮื้อกกก ใหญ่ๆ ออกมาเลยล่ะครับ...บอกไม่ถูกแต่คงพอเข้าใจ แต่สิ่งที่ผมแน่ใจแล้วก็คือ เรียนสูงๆ เนี่ย ทำงานคนเดียวกันเก่งจัง แต่ล่ะคนอีโก้สูงกันทั้งนั้น (รวมผมด้วย) ก็คงต้องสงบปากสงบคำก่อนครับ เพราะผมถือว่า "นี่คือเกมที่เราต้องเล่นกันหลายรอบ การใช้ความก้าวร้าวย่อมไม่เป็นผลดี" สรุปรอผมจบก่อน เจอกัล ...อิอิ

Saturday, August 25, 2007

200 pounds beauty

Image Hosted by Pic4Bit

200 Pound Beauty หนังโรแมนติก คอมเมดี้สัญชาติเกาหลี นำแสดงโดย คิมอาจุง ทะยานขึ้นสู่ท้อป 10 ของชาร์ตหนังทำเงินเกาหลีตลาดกาล หลังจากเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ได้เพียง 42 วันเท่านั้นขณะนี้ 200 Pounds Beauty ได้ทำเงินไปแล้วมากกว่า 15,000 ล้านวอน (600 ล้านบาท) ซึ่งยังไม่ได้หักเงินในส่วนของนักลงทุนไป ทำให้บริษัทผู้ผลิตจะสามารถรับเงินไปเต็มๆอย่างน้อย 5000 ล้านวอน (200 ล้านบาท) และถ้าหากนับรวมแผ่นเพลงประกอบภาพยนตร์ซึ่งจำหน่ายได ้ประมาณ 2000 ล้านวอน (ผ่านทางระบบออนไลน์) ซึ่งจะทำให้รายได้รวมทั้งหมดทะลุ 7000 ล้านวอนกันเลยทีเดียว

200 Pounds Beauty เป็นผลงานการกำกับเรื่องที่ 2 ของ คิม ยองฮวา เจ้าของหนังตลกที่มีคนดูถึง 3.1 ล้านคนอย่าง Oh! Brother ซึ่งคราวนี้เขาหันมาสร้างหนังที่ดัดแปลงจากหนังสือการ์ตูนขายดีของญี่ปุ่นชื่อเดียวกันที่วาดโดย ยูมิโกะ ซูซูกิ (มีจำหน่ายในบ้านเราในชื่อ "คันนะซัง คนจะสวยช่วยไม่ได้") ซึ่งมียอดจำหน่ายถึง 300,000 เล่ม โดยฉบับหนังเกาหลีจะต่างไปจากการ์ตูนพอสมควร

สำหรับเรื่อง 200 Pounds Beauty นั้น คิม อา จุง รับบทเป็น คัง ฮาน-นา สาวตุ้ยนุ้ยที่ไม่มีความสวยเอาเสียเลย แม้เธอจะอ้วนและไม่มีเสน่ห์ดึงดูดใจ แต่มีเสียงร้องเพลงอันไพเราะเท่านั้น ทำให้คังต้องกลายเป็นนักร้องเงาอยู่หลังเวทีคอยร้องเพลงให้กับนักร้องคนอื่นที่มีหน้าตาสวยงามอย่างเดียวแต่ไร้ความสามารถ คังไม่ได้ทำงานที่นี่แห่งเดียว เธอยังรับงานพิเศษเกี่ยวกับเซ็กซ์โฟนเพื่อที่จะหาเงิ นไปรักษาพ่อที่พิการและป่วยทางจิต คังมีปัญหากับ ฮาน ซัง-จุน โปร ดิวเซอร์เพลง และเธอก็ไม่สามารถดึงดูดใจเขาได้ เพราะรูปร่างหน้าตาที่ไม่สวย วันหนึ่งคังบังเอิญได้ยินฮานพูดนินทาเกี่ยวกับรูปลัก ษณ์ของเธอให้นักร้องอีกคนฟัง ทำให้คังหัวใจสลาย ตัดสินใจเข้ารับการทำศัลยกรรมพลาสติกตั้งแต่ศีรษะจรด เท้าก่อนผันตัวเอง กลายเป็นดาวด้วยการเปลี่ยนชื่อเป็น "เจนนี" อย่างไรก็ตามในการแสดงคอนเสิร์ตครั้งแรก คังได้ยอมสารภาพทุกอย่าง รวมทั้งความจริงที่ว่า เธอไม่ใช่เจนนี แต่เป็นคัง ทำให้ในที่สุด คัง ฮาน-นา ก็ได้รับความรักจากฮาน โปรดิวเซอร์เพลง จะว่าไปแล้ว 200 Pounds Beauty เป็นเรื่องราวในแบบซิน เดอเรลลา ที่สุดท้ายก็จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง พระเอกนางเอกครองรักกันอย่างมีความสุข

คิม อา จุง บอกเล่าว่า เธอประทับใจเรื่องนี้อย่างยิ่ง โดยเฉพาะฉากคอนเสิร์ต เธอไม่อาจกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้ เพราะสงสารและเห็นใจนางเอกของเรื่อง ถึงแม้ 200 Pounds Beauty ดูเหมือนเป็นหนังยุคเก่า แต่เธอคิดว่า

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีเนื้อหาดี แม้นักวิจารณ์บางคนมองว่ายังไม่ใช่ภาพยนตร์ที่ดี ที่สุดก็ตาม ภาพยนตร์แนวตลกบางเรื่องพยายามเรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชม แต่สำหรับ 200 Pounds Beauty เน้นไปที่ความรักของคังกับฮานเป็นหลัก และภาพยนตร์นี้เป็นเรื่องประโลมโลกมากกว่าแนวตลกที่สำคัญ 200 Pounds Beauty ยังให้แง่คิดว่า ผู้หญิงที่ถูกใช้แล้วและไม่ได้รับ การเหลียวแล ก็เหมือนเป็นสินค้าที่ใช้แล้วทิ้งในวัฒนธรรมทุนนิยม เช่นเดียวกับนักร้องที่ ไร้ความสวยงามก็ไม่อาจขึ้นเวทีได้ แต่ความสวยงามเหล่านี้จะไม่จีรังยั่งยืนเมื่อกระแสความนิยมจางหายไป...

หนังดีอีกหนึ่งเรื่องซึ่งผมได้ดูเมื่อวานนี่เอง สนุกมากครับ ลุ้นไปตลอดว่าจะเป็นเหมือนที่เราคิดไว้ไหม นางเอกดูน่ารักใสๆ ดีมาก ดูแล้วเนี่ยอยากเกิดเป็นผู้หญิงเลยล่ะ แต่ต้องเกิดมาสวยด้วยนะ เหมือนกับคำพูดนึงที่ว่า "ความสุขของผู้หญิง ก็คือความสวย" ถ้าสวยนี่ยังไงก็ทำให้โลกสดใสได้สบายๆ ไม่เหมือนผู้ชายหล่อๆ ที่มันก็แค่หล่อเท่านั้นเอง(ถ้าชอบผู้ชายก็คงแปลกเพราะผมไม่ใช่เกย์นี่นะ - -") สู้สาวสวยๆ ไม่ได้เลยล่ะ...

Rating 8.5/10 <----- อันนี้เรตติ้งตามความคิดของผมนะครับ^^

Wednesday, August 22, 2007

เริ่มฝึกนิ้วกันเถอะ!!!

งงใช่ไหมครับ ว่าคราวนี้มาแนวไหนอีกล่ะนี่? ที่บอกว่าฝึกนิ้วเนี่ยก็คือ ฝึกนิ้วไว้สำหรับเล่นโน้ต หรือเล่น แทป ของกีต้าร์ครับ เมื่อวานผมเข้าไปดูเวปคอร์ดเพลงออนไลน์ตามปกติ แต่คราวนี้เหลือบไปเห็น เวปมาสเตอร์สอนเล่นโน้ตกีต้าร์แล้ว!!! สวรรค์มาโปรดจริงๆ ในที่สุดก็จะได้หัดเล่นโน้ตจริงๆ จังล่ะ...

เวปไซต์ที่สอนนี่เลยครับ ---> http://www.chordtabs.in.th/home.php

เข้าไปดูในส่วนของ Lesson ครับ...

อย่างที่เคยบอกว่าผมมีกีต้าร์หลังเต่าตัวนึง แต่มันก็ไม่ค่อยดีสมกับราคาในความคิดของผมนะ แต่มันก็ไม่ใช่ของผมน่ะ ก็เลยไม่ซีเรียส ปัญหาคือ สายมันสูงกว่าบาร์มาก ทำให้กดลำบาก กดเจ็บนิ้วกว่าเดิม รวมทั้งเวลาเปลี่ยนคอร์ดในๆ สายที่สูงๆ ของมันจะไปเกี่ยวกับนิ้วเข้าอีก...ก็ไม่รู้จะแก้ยังไงเหมือนกันครับ...

ผมเริ่มอยากได้กีต้าร์อะคูสสติกมาหัดเล่นโน้ตแล้วซิ เคยมีตัวนึงแต่ให้เพื่อนไปแล้วเนื่องจากตอนซื้อแชร์กันออกครึ่งๆ อีกอย่างเล่นเพลงธรรมดาๆ กีต้าร์แบบนี้ไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ กีต้าร์โฟล์คโปร่งๆ เหมาะกว่า แต่ตอนนี้อยากได้ไว้หัดกดโน้ตจริงๆ...

เวลาเล่นโน้ตสิ่งสำคัญก็คือนิ้วครับ และเป็นนิ้วมือซ้ายที่หลายๆ คนไม่ถนัดด้วย ผมจึงต้องมาเริ่มฝึกให้นิ้วมันคล่อง นอกจากจะเล่นโน้ตเล่นแทปได้แล้ว ยังทำให้จับคอร์ดเปลี่ยนคอร์ดได้ดีกว่าเดิมซ่ะอีกนะ...เวปมาสเตอร์เค้าก็ให้ไปฝึกดังนี้ครับ...

อย่างแรก...อันนี้ยากมาก ให้ฝึกแยกประสาท ให้นิ้วกลางกะนิ้วก้อยเคลื่อนที่ไปพร้อมๆ กันได้ ในขณะที่นิ้วชี้กะนิ้วนางก็ไปพร้อมๆ กันได้ ยากมากครับ ตอนนี้ได้ทีละนิ้วอยู่เลย -"-

อันที่สอง... ฝึกไล่เฟร็ต หรือไล่สายจากบนลงล่าง มีวิธีการไล่ได้ถึง 24 แบบ!!! เอาแค่แบบแรกให้คล่องก่อนดีกว่าเนอะ แต่ดีที่ว่าการฝึกแบบนี้เพื่อนผมเคยให้ลองไปหัดดูบ้าง เลยไม่ยากเท่าไหร่ แต่ที่ยากคือทำให้มันต่อเนื่องนี่ล่ะ อย่างว่า กีต้าร์ผมสายมันสูงเกิน เลื่อนลำบากอิ๊บบ...

อย่างที่สาม...ฝึกความแข็งแรงของนิ้ว ปกตินิ้วชี้ของเราก็กดได้แรงอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือนิ้วกลาง นาง ก้อยนี่ล่ะ โดยเฉพาะนิ้วกลางของผม มันหักกลาง!!! ทำให้เวลาจับคอร์ดโดยเฉพาะคอร์ด G จะแป๊กบ่อยๆ ทู้กทีเลยยย วิธีฝึกก็ให้กดนิ้วชี้ค้างไว้ที่สาย 1 บาร์ 5 แล้วก็พลัดกันใช้นิ้วอีกสามนิ้วที่เหลือกดแรงๆ ไปตามบาร์ต่างๆ ให้เกิดเสียงโดยไม่ต้องดีด จะทำให้แต่ล่ะนิ้วเรามีแรงพอที่จะกดแล้วไม่ทำให้บอดครับ อันนี้ไม่ยากเท่าไหร่ แต่ที่แอดวานซ์ก็คือ กดแบบไล่นิ้วไปด้วยนี่ล่ะ จะฝืนๆ นิดๆ

สงสัยคงต้องฝึกต่อไปอีกซักพัก เพราะตอนนี้ยังตั้งสายไม่ได้เล้ยยย ฟังเสียงไม่ออกจริงๆ ตอนนี้ก็ขอให้เพื่อนว่างๆ ช่วยมาตั้งให้หน่อย หรือว่าจะลงทุนซื้อซ้อมเสียง มาตั้งสายดีนะ? ตอนนี้ก็ฝึกยังงี้ไปก่อนแล้วกันนะครับ^^ พอคล่องแล้วค่อยมาจำโน้ตแต่ล่ะสายแต่ล่ะบาร์แล้วกันครับ...

Tuesday, August 21, 2007

เพลง รักไม่จำกัดนิยาม --- Ost.Unlimited Love (Female Ver.)


เพลงหนึ่งในอัลบั้ม In Motions (อินโมชั่น) “อัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์จากแรงบันดาลใจที่ฟังเพราะทั้งอัลบั้ม” และนี่คือคำโปรยบนปกอัลบั้มที่เกิดจากแนวความคิดที่ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างของงานชุดนี้เกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจที่ได้จากภาพยนตร์เกาหลี 6 เรื่อง และภาพยนตร์ไทยอีก 1 เรื่อง ผนวกกับความตั้งใจของศิลปินทั้งมืออาชีพ และ มือสมัครเล่น ซึ่งสามารถถ่ายทอดเนื้อหา อารมณ์ เรื่องราว ผ่านบทเพลงที่เรียบเรียงและแต่งขึ้นมาใหม่ ได้อย่างสมบูรณ์ ไร้ที่ติ ไม่ว่าจะเป็น “อ็อฟ” ฐาปนา เดชะปัญญา อดีตนักจัดรายการวิทยุ และ ผู้บริหารบริษัทโฆษณา ที่เคยฝากผลงานเบื้องหน้าไว้กับเพลงประกอบภาพยนตร์ กองร้อย 501 / “มูซู” บัณฑิต แซ่โง้ว นักร้องผู้มีน้ำเสียเป็นเอกลักษณ์ เจ้าของบทเพลงรักโรแมนติกอย่าง ไม่เคย, ครึ่งหนึ่ง / “แมน” แมนสรวง สุรางครัตน์ นักแต่งเพลงจากค่ายเพลงชื่อดัง ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของศิลปินมากหน้า / “ดีเจ.พีเค” ปิยะวัฒน์ เข็มเพชร หนุ่มฮอตผิวเข้ม ที่มีความสามารถรอบด้าน ทั้งการแสดง พิธีกร และร้องเพลง / “กานต์” ณัฏฐกานต์ ธรรมสุนทร นักร้องสาวเสียงดี ที่เคยผ่านงานเพลงโฆษณา ดีเจ และผู้ประกาศ / “โอ๊ต” ปราโมทย์ ปาทาน เด็กหนุ่มผู้มีพรสวรรค์ด้านการร้องเพลง ที่คว้ารางวัลมาแล้วทั้งไทย และต่างประเทศ / “หมิง” ชามิสา สมทอง สาวน้อยวัย 20 ปี ที่มีแววอนาคตไกลกับความสามารถและประสบการณ์ด้านการร้องเพลง ตามร้านอาหารชื่อดังย่านกรุงเทพฯ

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้คลั่งไคล้ภาพยนตร์เกาหลี อย่าง Sad Movie / Running Boy / The Art of Seducyion / Love Phobia / Arang /a Millionaire’s First Love และ Unlimited Love (รักไม่จำกัดนิยาม) ก็น่าจะลองหาอัลบั้ม ที่จะทำให้คุณได้อิ่มเอม อิน ไปกับเนื้อเรื่องมากยิ่งขึ้น น่าจะดีไม่น้อย...

ตอนนี้ผมหาได้แค่เพลง "รักไม่จำกัดนิยาม" เวอร์ชั่นผู้หญิงร้องมาลงได้แค่นั้นเอง จริงๆ แล้วอยากได้เวอร์ชั่นที่ผู้ชายร้องมากกว่า เพลงเพราะและความหมายดีมากๆ ซึ่งร้องโดย ปราโมทย์ ปาทาน ...

"คำว่ารักชั้นหมายถึงเพียงแค่เธอผู้เดียว แค่เธอคำเดียวก็เกินคำพูดใด นี่คือนิยาม มาจากหัวใจ ไม่มีแล้วคำใด...ที่ดีเท่าเธอ" สำหรับผม คำว่ารักของผมก็คงจะหมายถึงแบบนี้ ไม่ใช่คือความรู้สึกดีๆ ที่มอบให้กัน ไม่ใช่การให้อภัย แต่...คือ เธอ คนเดียว ถ้าขาดเธอไป ผมก็คงเหมือนขาดความรักไปนั่นเอง เน่าชะมัด^^

Monday, August 20, 2007

ผ่านฉิวเฉียด ร่างฯ ปี 50!!!

จริงๆ มันก็ไม่ฉิวเฉียดนะครับ ผลลงประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญปี 50 ชนะโหวต 58% ต่อ 41% กะเป็นตัวเลขหยาบๆ ก็ 60-40 ก็เป็นไปตามที่โพลสำนักต่างๆ คาดกันไว้...ส่วนผมเองน่ะก็รู้อยู่แล้วว่าต้องผ่าน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะผ่านแค่ไหน...

ก็คงต้องยอมรับครับ สำหรับผลลงประชามติ เพราะ คมช.เค้าน่ะ ต้องการพลังบริสุทธิ์ของประชาชนมาทำให้สิ่งที่ไม่ชอบธรรมกลายเป็นสิ่งที่ชอบธรรม!!! มีที่ไหนครับทำเสร็จแล้วแล้วให้มาลงประชามติ ร่างฯ ที่ทำกันมาหลายเดือน อ้อนประชาชนใหญ่เลยว่า รับๆ ไว้เถอะคนเค้าตั้งใจทำกันจริงๆ ทำกันมาตั้งนาน ว่าไปนั่น...

บวกกับการออกมาโฆษณาเองของท่านนายกฯ สุรยุทธ์ ออกมาเรียกเรตติ้งได้พอสมควรทีเดียว ในขณะที่ฝ่ายโนโหวต จะออกมาพูดก็ต้องหลบๆ ซ่อนๆ...ยังงี้จะไม่ให้ชนะได้ไงครับ จำได้ไหมว่ามีกรณีการให้ประชาชนลงประชามติในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป เรื่องรัฐธรรมนูญ EU ว่าจะใช้รัฐธรรมนูญของ EU แทนรัฐธรรมนูญของประเทศตนดีหรือไม่? ผลปรากฎว่ามี 2 ประเทศผลออกมาว่าไม่รับ ซึ่งผมก็จำไม่ได้แล้วว่าประเทศอะไรบ้าง พอผลออกมา ถึงจะเอาผลของประชาชนเอาไปพูดในสภา EU...แต่นี่ร่างเสร็จแล้ว แล้วมาให้ลง ต้องเสียเงินทองไปมากขนาดไหน กับสิ่งที่เป็นความต้องการของพวกเค้าเอง ไม่ใช่ความต้องการของประชาชน...

ถามหน่อยว่า ประเทศเราพร้อมแล้วรึยังกับการที่จะใช้ระบบลงประชามติ เท่าๆ ที่ดู คนไทยเราลงคะแนนตามพรรคการเมือง เค้าว่ายังไงก็ว่าตามนั้น พรรคบอกให้รับก็รับบบกันไป แทนที่จะมาพิจารณาว่าร่างฯ นี้มันจะดีไม่ดียังไง...

อีกอย่างคือ คมช. รัฐบาล เค้าไม่ได้กำหนดนี่ว่าเท่าไหร่ถึงจะยอมรับ เท่าไหร่จะผ่าน ก็ถือเกณฑ์ 50 ก็แล้วกัน ถูกแล้วหรือครับ? ตามหลักควรจะเอามากกว่า 60 ด้วยซ้ำกับของสำคัญแบบนี้ ผมพูดได้เลยว่า นี่มันอุบาทชัดๆ ร่างฯ นี้ต้องนำไปใช้ต่อไปแต่กลับไม่มีพลังในการยอมรับที่มากพอจริงๆ...

ในตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่าประเทศชาติของเราจะดำเนินต่อไปด้วยความสงบ มีการเลือกตั้งใหม่ มีการฟื้นฟูเศรษฐกิจให้มันดี คนไม่ตกงาน เอกชนไม่เจ๊งกันซักที!! ไม่ใช่มาดีแต่แย่งชิงอำนาจกันอย่างทุกวันนี้...