นานแล้วสินะที่ผมไม่ได้รู้สึกแบบนี้...
คงเป็นความโชคดีด้วยมั้งที่บังเอิญได้ระบายอะไรไปในหัว MSN จนเธอคนนั้นต้องทักมา บทสนทนาแม้จะไม่ยาวนานแต่มันก็ช่างทำให้ผมต้องยิ้มไม่หุบเลยทีเดียว...
โอกาสช่างเป็นใจที่เธอกำลังอยากอู้งาน เซ็งๆ เลยทำให้เธอคุยกับผมได้นานกว่าที่แล้วๆ มา บอกตามตรงนะว่าผมก็หวั่นๆ ว่าคราวนี้ก็คงได้แค่คุยสั้นๆ อีกแล้ว แล้วเราก็คงต้องเป็นฝ่ายขอบายก่อนอีกแล้วสินะ..เอาน่านิดๆ หน่อยๆ ก็ยังดี...
เริ่มด้วยคำถามโง่ๆ ตามเคยอีกแล้วเรา สบายดีไหม? หนาวแล้วนะ ที่นู้นหนาวไหม? ฯ ลอยกระทงที่ไหน (น่าสมเพชตัวเองจริงๆ)
แต่ดูท่าเธอคงอารมณ์ดีเลยบอกว่าไปลอยกระทงมาแหละ สนุกด้วยได้เจอเด็กๆ หน้าใสกิ๊ก จนถามผมว่ามีแฟนเด็กดีไหม...
โชคดีนะครับที่มันเป็น MSN ถ้าเห็นหน้าผมจริง คงเห็นได้หน้าแอบซีดไปเล็กๆ เหมือนกัน แต่ก็ต้องทนตอบขำๆ ให้บทสนทนาสนุกทั้งๆ ที่อยากจะบอกใจจะขาดว่า "อย่ามีแฟนเลยนะ จะหล่อแค่ไหน หน้าใสแค่ไหนก็อย่าไปสนใจเลยได้ไหม โสดๆ แบบนี้ไปนานๆ ก่อนสิ"
ไอ้ผมมันก็หวั่นใจ ถึงแม้จะรู้ว่าเธอเป็นคนช่างเลือก คงไม่เลือกใครง่ายๆ ล่ะมั้ง?
"มีแฟนเด็กก็ดีนะ ชีวิตจะได้ดูกระชุ่มกระชวย แต่คงเสียที่เด็กจะดูแลเราไม่ค่อยได้น่ะ" ผมก็บอกไป...
"เด็กก็ดีนะ แต่ขอไม่เลี้ยงได้ไหม ไม่มีเงิน" เธอตอบ...
อ้าว...จะเลี้ยงต้อยยังไม่ลงทุนอีกนะคนเรา...
"มีแฟนเด็กจะได้แอ๊บได้ไง จะได้ทำอะไรเด็กๆ ได้" เอ่อมันก็จริง แต่อย่ามีเลย...
"ก็ถึงวัยกินเด็กแล้วใช่ไหมล่ะ กลัวคนเค้ารู้ว่าแก่แล้ว"...ผมแกล้งตอบไป
"ยังไม่แก่ซักหน่อย แค่เรียกนะเดี๊ยวเด็กก็มา"...โอ้ย เชื่อแล้ว ไม่ต้องพิสูจน์หรอก ผมเองอยากจะบอกใจจะขาดว่าต่อให้หน้าแก่ จะอ้วนกลมกว่านี้ผมก็ยังรักนะ อิอิ ^^"
บทสนทนามาถึงเรื่องมือถือเพราะเธออยากได้ BB ... ท่าทางเห็นคนอื่นใช้ใจเลยอยากจะเปลี่ยนจาก iPhone สินะ ดูท่าจะสับสนมากมาย ผมล่ะอยากเห็นสภาพเธอตอนนี้จัง คงจะน่าเอ็นดูพิลึกเลย...
"รู้ได้ไงว่าใช้ iPhone น่ะ ไม่เคยบอกเลยนะ" เอาแล้วไง...แล้วตูจะบอกยังไงดีล่ะ?
"ก็ใน FB ไงเวลาเขียนจาก iPhone มันก็จะบอกว่าข้อความ FB โดย iPhone ไง" ก็แถไปได้เรา..แหม ฉลาดจริงๆ...
"อ้อ" เธอตอบ...
รอดตัวไปเรา - -" จะให้บอกได้ไงว่า ติดตามดูตลอดน่ะแหละ...
"แม่รู้นะแม่ต้องด่าแน่ๆ เลย...ใช้เงินเก่งแต่ไม่รู้จักเก็บ" มันก็ธรรมดาแหละครับ ก็ใช้เก่งเป็นแบบนี้อยู่แล้วนี่นะ..แต่เรื่องนี้มันทำให้ผมต้องคิดย้อนถึงตอนสมัยยังเรียนที่เดียวกันทุกทีเลย..
"จะมีปัญญาเลี้ยง...เหรอ?" เพื่อนเธอแอบกัดผมผ่านสายสืบของผมเอง..
"เอ่อ จริงว่ะ ตูไม่มีปัญญาตอนนี้" ผมละละเหี่ยใจจริงๆ... T-T แต่ถ้ามีปัญญาผมไม่ปล่อยให้เธอรอดมือไปได้หรอกนะ ฮี่ๆๆ...
สุดท้าย...ผมอยากบอกเธอเหลือเกินว่า...
"รู้ไหม? ว่าผู้หญิงน่ะ ถ้าสวยก็มักจะไม่ฉลาด ส่วนผู้หญิงที่ฉลาดก็มักจะไม่สวย แต่สำหรับเธอเป็นข้อยกเว้นนะ"
อิอิ ^^
Showing posts with label gazebosky's Story. Show all posts
Showing posts with label gazebosky's Story. Show all posts
Thursday, November 5, 2009
Sunday, May 17, 2009
Painful...
ก่อนหน้าที่ผมจะลงมือเขียนบล๊อกนี้ ผม...รู้สึกวูบไปซักพักนึง...ทั้งๆ ที่พยายามทำใจให้ไม่คิดอะไร..แต่..ผมทำใจไม่ได้จริงๆ... รู้ทั้งรู้ว่าต้องเจ็บ ที่มาคอยเฝ้าดูแบบนี้ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะต้องคอยดูความเคลื่อนไหวของเธอคนนั้นอยู่เรื่อย...
คำที่เธอใช้กับคนนั้น...มันเป็นคำที่ไม่ธรรมดาเลย ผม..รู้สึกหึงขึ้นมา ปรี๊ดดดขึ้นมาแว๊บนึงเลยทีเดียว หลังจากนั้นมันก็ว่างเปล่า ไม่รู้จะทำยังไงดีกับเหตุการณ์แบบนี้...
ก็เธอไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมนี่...ไม่ได้เป็นอะไรกันขนาดที่ผมจะมีสิทธิ์หึงเธอได้ แต่คำพูดนั้น..มันเจ็บ..ปวด...รวด..ร้าว ไม่ว่าเธอจะพูดกับผู้ชายคนไหนก็ตาม...
"Joop Joop kaaaa" ไม่เคยแม้แต่จะเป็นคำพูดที่ใกล้เคียงที่เธอเคยพูดกับผมเลย แม้ว่าจะเป็นเพียงข้อความก็เถอะ แต่ผมก็พอรู้ว่า ผู้ชายคนนั้น ต้องสำคัญกับเธอในระดับนึง (ที่แน่ๆ คงมากกว่าผม)...
ผมเข้าใจครับ เธอก็ออกจะ Absolutely Perfect ขนาดนั้นไม่แปลกที่จะมีหนุ่มมารุมล้อม ผมมันบ้าไปเองที่มัวแต่แอบคิดอยู่แบบนี้...อีกอย่างผมเองก็มีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้ว ผู้หญิงอย่างเธอจึงไม่มีความจำเป้นที่ต้องเข้ามายุ่งกับผม...เธอสามารถหว่านเสน่ห์กับชายโสด หรือคนที่เธอชอบได้สบายๆ...
เจ็บ...จนจะไม่ไหว ภายนอกมันเหมือนจะไม่เป้นไร แต่ข้างในนี่สิ..ได้แต่บอกตัวเองว่า ถ้ายังรักเธอ ก็ต้องเจ็บอยู่อย่างนี้แหละไปเรื่อย จนจะเจ็บสุดๆ คงตอนที่เธอแต่งงานไปกับผู้ชายคนอื่นนั่นแหละ ไม่รู้ว่าถึงวันนั้น ผมจะรู้สึกยังไง..จะทนรับไหวไหมก็ไม่รู้...
ผมคงจะต้องยินดีที่จะเจ็บต่อไป...เพราะแค่ได้เห็นเธอมีความสุข อยู่สบายดี ได้เห็นรอยยิ้มอันสดใสแบบนี้ต่อไป..ผมก็ยินดี...จะเจ็บ...ปวด...ต่อไป...
คำที่เธอใช้กับคนนั้น...มันเป็นคำที่ไม่ธรรมดาเลย ผม..รู้สึกหึงขึ้นมา ปรี๊ดดดขึ้นมาแว๊บนึงเลยทีเดียว หลังจากนั้นมันก็ว่างเปล่า ไม่รู้จะทำยังไงดีกับเหตุการณ์แบบนี้...
ก็เธอไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมนี่...ไม่ได้เป็นอะไรกันขนาดที่ผมจะมีสิทธิ์หึงเธอได้ แต่คำพูดนั้น..มันเจ็บ..ปวด...รวด..ร้าว ไม่ว่าเธอจะพูดกับผู้ชายคนไหนก็ตาม...
"Joop Joop kaaaa" ไม่เคยแม้แต่จะเป็นคำพูดที่ใกล้เคียงที่เธอเคยพูดกับผมเลย แม้ว่าจะเป็นเพียงข้อความก็เถอะ แต่ผมก็พอรู้ว่า ผู้ชายคนนั้น ต้องสำคัญกับเธอในระดับนึง (ที่แน่ๆ คงมากกว่าผม)...
ผมเข้าใจครับ เธอก็ออกจะ Absolutely Perfect ขนาดนั้นไม่แปลกที่จะมีหนุ่มมารุมล้อม ผมมันบ้าไปเองที่มัวแต่แอบคิดอยู่แบบนี้...อีกอย่างผมเองก็มีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้ว ผู้หญิงอย่างเธอจึงไม่มีความจำเป้นที่ต้องเข้ามายุ่งกับผม...เธอสามารถหว่านเสน่ห์กับชายโสด หรือคนที่เธอชอบได้สบายๆ...
เจ็บ...จนจะไม่ไหว ภายนอกมันเหมือนจะไม่เป้นไร แต่ข้างในนี่สิ..ได้แต่บอกตัวเองว่า ถ้ายังรักเธอ ก็ต้องเจ็บอยู่อย่างนี้แหละไปเรื่อย จนจะเจ็บสุดๆ คงตอนที่เธอแต่งงานไปกับผู้ชายคนอื่นนั่นแหละ ไม่รู้ว่าถึงวันนั้น ผมจะรู้สึกยังไง..จะทนรับไหวไหมก็ไม่รู้...
ผมคงจะต้องยินดีที่จะเจ็บต่อไป...เพราะแค่ได้เห็นเธอมีความสุข อยู่สบายดี ได้เห็นรอยยิ้มอันสดใสแบบนี้ต่อไป..ผมก็ยินดี...จะเจ็บ...ปวด...ต่อไป...
Tuesday, May 5, 2009
Confess to someone...
ผมห่างหายจากการเขียนบล๊อกไปนานมากเหลือเกินจำได้ว่าเรื่องสุดท้ายก็คือการตั้งเป้าหมาย A ทุกวิชาก็ทำได้ไปแล้ว มาจนวันนี้จนจบคอร์สของ ป.โท หมดแล้วผมก็ได้ A หมดทุกตัว ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้คือ "จบ ป.โท ด้วยเกรด 4.00" ได้แล้ว...น่าดีใจจริงๆ...
หลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตผมตั้งแต่ตอนเด็กๆ มาแล้ว...ผมเองก็เคยตั้งเป้าหมายในชีวิตไว้เยอะแยะไปหมดเลย แต่..ไม่เคยทำสำเร็จได้ซักอย่าง บางที...คนเราก็จำเป็นต้องได้รับบทเรียน จึงจะมีแรงกระตุ้นทำเป้าหมายได้...
ทั้งเรื่องการเล่นกีต้าร์ บางทีก็ทนเจบ็นิ้วไม่ไหวบ้างล่ะ ไม่มีเวลาซ้อมบางล่ะ ทำให้บางอารมณ์มันแอบคิดว่า "กูนี่มันไม่เอาไหนจริงๆ"แบบนี้ยังอยากเล่นเพลงเพราะๆ ได้อีกเหรอ หรือ ยังอยากได้กีต้าร์ตัวใหม่อีกรึไง?
มีเพียงเรื่องนึงในชีวิตที่ผมคิดว่ามัน "สำคัญ" กับผมมากที่สุดเลยก็ว่าได้ ผมแทบจะต้องใช้วิธีการของ ซุนฮก ที่ว่า "จอมปราชญ์เลี้ยงทหารพันวัน เพื่อใช้รบวันเดียว" มันเป็นแผนที่สิ้นเปลือง เสี่ยงมากๆ แต่..มันคุ้มค่าในอนาคตเอามากๆ ..(ผมคิดว่าอย่างนั้น)
แต่..ช่วงที่ผมอายุ 25 นี้...มันเป็นช่วงที่ผมรู้สึกถึงการที่...ดวงของผมมัน...ตกสุดขีด...อย่างที่รู้สึกได้เลย...ทำอะไรก็ไม้เคยสำเร็จ..แถม... การเลี้ยงทหารพันวันของผมก็คงจะจบลงด้วยเช่นกัน...
"เธอมีแฟนแล้ว" เป็นสิ่งที่ผมกลัวมาตลอดและมันก็เป็นจริงจนได้ เลี้ยงทหารพันวันของผม...มันคงไม่ได้ใช้แล้วล่ะ...เพราะมันไม่มีการรบอีกแล้ว... ทุกวันนี้ฟังเพลงเศร้าได้อารมณ์เป็น 2 เท่าเลยทีเดียว TT
ผมเองวันนึงก็อยากจะ "สารภาพ" กับเธอในวันที่ผมพร้อมซักวันนึงเหมือนกัน...แต่มันคงสายไปแล้วล่ะ...
"...รู้ว่าเราพบกันเมื่อสายเกินไป แต่เธอรู้ไหมว่าสำหรับฉัน มันคือการเริ่มต้น ที่จะต้องทรมาน จากการที่ฉันไม่อาจห้ามใจตัวเอง.."
"...ทั้งที่รู้ว่าเธอมีเขาอยู่ทั้งคน แต่ใจเจ้ากรรมก็ไม่เคยคิดจะหยุดยั้ง ไม่เคยหยุดรักเธอ ตลอดเวลาใจนี้ยังมีความหวัง รู้ว่ามันเจ็บ..แต่ก็ยอม..."
วันนี้...ผมเจ็บมากๆ เลย.. เจ็บจน...อยากถามว่ามีอะไรที่เจ็บกว่านี้อีกไหม ผมพร้อมที่จะรับมัน และยอมทนทุกข์ต่อไป...เพื่อที่วันนึง ผมอาจจะได้สารภาพกับเธอ...อีกครั้งนึง...
หลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตผมตั้งแต่ตอนเด็กๆ มาแล้ว...ผมเองก็เคยตั้งเป้าหมายในชีวิตไว้เยอะแยะไปหมดเลย แต่..ไม่เคยทำสำเร็จได้ซักอย่าง บางที...คนเราก็จำเป็นต้องได้รับบทเรียน จึงจะมีแรงกระตุ้นทำเป้าหมายได้...
ทั้งเรื่องการเล่นกีต้าร์ บางทีก็ทนเจบ็นิ้วไม่ไหวบ้างล่ะ ไม่มีเวลาซ้อมบางล่ะ ทำให้บางอารมณ์มันแอบคิดว่า "กูนี่มันไม่เอาไหนจริงๆ"แบบนี้ยังอยากเล่นเพลงเพราะๆ ได้อีกเหรอ หรือ ยังอยากได้กีต้าร์ตัวใหม่อีกรึไง?
มีเพียงเรื่องนึงในชีวิตที่ผมคิดว่ามัน "สำคัญ" กับผมมากที่สุดเลยก็ว่าได้ ผมแทบจะต้องใช้วิธีการของ ซุนฮก ที่ว่า "จอมปราชญ์เลี้ยงทหารพันวัน เพื่อใช้รบวันเดียว" มันเป็นแผนที่สิ้นเปลือง เสี่ยงมากๆ แต่..มันคุ้มค่าในอนาคตเอามากๆ ..(ผมคิดว่าอย่างนั้น)
แต่..ช่วงที่ผมอายุ 25 นี้...มันเป็นช่วงที่ผมรู้สึกถึงการที่...ดวงของผมมัน...ตกสุดขีด...อย่างที่รู้สึกได้เลย...ทำอะไรก็ไม้เคยสำเร็จ..แถม... การเลี้ยงทหารพันวันของผมก็คงจะจบลงด้วยเช่นกัน...
"เธอมีแฟนแล้ว" เป็นสิ่งที่ผมกลัวมาตลอดและมันก็เป็นจริงจนได้ เลี้ยงทหารพันวันของผม...มันคงไม่ได้ใช้แล้วล่ะ...เพราะมันไม่มีการรบอีกแล้ว... ทุกวันนี้ฟังเพลงเศร้าได้อารมณ์เป็น 2 เท่าเลยทีเดียว TT
ผมเองวันนึงก็อยากจะ "สารภาพ" กับเธอในวันที่ผมพร้อมซักวันนึงเหมือนกัน...แต่มันคงสายไปแล้วล่ะ...
"...รู้ว่าเราพบกันเมื่อสายเกินไป แต่เธอรู้ไหมว่าสำหรับฉัน มันคือการเริ่มต้น ที่จะต้องทรมาน จากการที่ฉันไม่อาจห้ามใจตัวเอง.."
"...ทั้งที่รู้ว่าเธอมีเขาอยู่ทั้งคน แต่ใจเจ้ากรรมก็ไม่เคยคิดจะหยุดยั้ง ไม่เคยหยุดรักเธอ ตลอดเวลาใจนี้ยังมีความหวัง รู้ว่ามันเจ็บ..แต่ก็ยอม..."
วันนี้...ผมเจ็บมากๆ เลย.. เจ็บจน...อยากถามว่ามีอะไรที่เจ็บกว่านี้อีกไหม ผมพร้อมที่จะรับมัน และยอมทนทุกข์ต่อไป...เพื่อที่วันนึง ผมอาจจะได้สารภาพกับเธอ...อีกครั้งนึง...
Monday, August 13, 2007
Don't hate me...!!!
วันนี้คงเป็นอีกวันที่ผมจะได้พบกับเธอเหมือนเคย...วันนี้เป็นวันที่เพื่อนๆ จะต้องมาประชุม พูดคุยกัน และแน่นอนเธอต้องมาแน่ๆ ผมมาถึงก่อนเวลานัด เพื่อจะได้มีโอกาสได้มองเห็นเธอเดินมาแบบเป็นธรรมชาติได้สุดๆ..นั่นไงเธอมาแล้ว และผมน่ะก็ต้องมาดักรอทางที่เธอจะเดินผ่านน่ะแหละ...
ผมยืนกอดอก เก๊กอยู่ห้องห้อง เธอเดินผ่านมาเจอผม เธอยิ้มให้ แล้วก็เดินผ่านไป คุยเฮฮากับกลุ่มเพื่อนผู้หญิงของเธอ...ผมอุตส่าห์คิดไปว่า เธอน่ะ จะเดินเข้าหาผม มองหน้าผมแล้วก็พูดทักทาย "เป็นงายบ้างงง" คำพูดที่เธอชอบพูดกับผมเสมอๆ...เฮ้ออ อย่างว่าอ่ะนะ ผมเองเป็นเพื่อนไม่สนิทนี่ หรืออันที่จริง เรียกว่าคนรู้จักกันมากกว่านะ จะให้เธอมาสนิทสนมด้วยมันก็คงแปลกๆ...
มันคงผิดที่ว่า "ผมชอบเธอ" เธอเองก็คงจะได้รับรู้จากสายตาที่ผมมองเธออยู่ตลอด เธอเองก็เลย...ไม่อยากที่จะให้ความหวัง เพราะไม่ได้คิดอะไรกับผมเลยจริงๆ คิดแล้วมันเศร้า...
ระหว่างที่เพื่อนๆ พูดคุย ในเรื่องต่างๆ ผมน่ะ ไม่ได้สนใจอะไรอย่างอื่นเลย ผมเฝ้ามองแต่เธอ ผู้หญิงอะไรที่จะดูดีได้ขนาดนี้ แถมยังทำตัวเองเป็นธรรมชาติ ไม่เคยเสแสร้งกับใคร แต่ถ้าใครไม่รู้จักเธอล่ะก็คงคิดว่าเธอน่ะ ร้ายไม่เบาเลยล่ะ...
ผมต้องคอยหลบสายตาที่เธอจะมองกลับมา เธอคงรู้ตัวว่ามีคนมองเธออยู่เหมือนกัน แต่ผมมันคนขี้เก๊ก จะให้เค้ารู้ตัวโต้งๆ ว่าชอบน่ะ ไม่ใช่สไตล์ผม เพราะยังงี้แหละ แห้วมาหลายทีแล้ว...เอาวะ จะมัวเก๊กอยู่ใย ลุยเลยดีกว่า...ว่าแล้วผมก็ลุกไปชวนเธอคุยทันที
เธอหันหน้ามาฟังผม ผมก็คอยถามนู้นถามนี่ไปเรื่อยๆ เธอก็ยิ้มพร้อมรับคำ ผมแทบหัวใจหยุดเต้น เธอยิ้มเก่งจริงๆ เธอเหมือนจะตั้งใจฟังที่ผมพูด แต่แล้วผมก็แป๊ก!! เอ่อๆ อยู่ต่อหน้าเธอจนได้
เธอเหมือนจะอยากพูดกับผมว่า หมดเรื่องคุยแล้วใช่ไหม เธอมองหน้าผมแล้วก็หัวเราะ พยักหน้าเหมือนกับว่ามีอะไรอีกไหม สุดท้ายเธอก็หัวเราะออกมาเบาๆ...แป๊กจนได้เรา!!
ผมคิดในใจ "เฮ้อ... ป๊อดทำไมวะ" สุดท้ายเธอก็ขอตัวกลับไปหาเพื่อนๆ ของเธอเหมือนเดิม...
ผมถามตัวเองอยู่ในใจว่าเธอจะเกลียดผมรึเปล่าน้า...ที่ผมชอบมาชวนคุย ทั้งๆ ที่เธอไม่ได้อยากจะคุยเลย จะรังเกียจผมรึเปล่านะ ที่คอยตามตื้อแบบนี้ทั้งๆ ที่เธอไม่สนใจ!!..
ผมรอจนการประชุมเสร็จ ผมก็มายืนดักเธอเพราะว่าผมมีเรื่องสำคัญเรื่องนึงที่อยากบอกเธอ...คงคิดว่าผมคงจะบอกรักเธอใช่ไหม...ผิดครับ!!! ผมมันป๊อดดด...!!!
เธอเดินมากับกลุ่มเพื่อนๆ ของเธอ พอมาถึงหน้าผม ผมก็พูดกับเธอว่า "ขอคุยอะไรหน่อยได้ไหม?" เธอก็บอกว่า "ด..ได้ สิ" เพื่อนของเธอเหมือนจะรู้จึงแยกตัวออกไปก่อน (เพื่อนเธอก็เพื่อนผมนั่นแหละ อิอิ)
ผมไม่กล้าสบตาเธอ เธอมองหน้าผม กำลังจะฟังว่ามีเรื่องอะไรล่ะ?
"อะ...เอ่อ คือว่า..." น้ำเสียงผมมันตะกุกตะกัก...ผมล่ะสมเพชตัวเองตอนนี้จริงๆ
"ระ...รังเกียจผมไหม? ที่ผมทำเหมือนตามตื๊ออยู่ยังงี้? เกลียดผมรึเปล่า?"...ในที่สุดผมก็ถามเธอไป...
เธอนิ่งไปซักพัก แล้วก็ตอบโดยไม่มองหน้าผม...
"ก็...ก็ไม่ได้รังเกียจนี่" เธอทำหน้าเฉยๆ ไม่ได้ยิ้มอะไร ผมเดาว่าเธอคงจะตอบไม่ให้ผมต้องเสียน้ำใจ แล้วเธอก็พูดตัดบททันที..."ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหม? งั้น...ไปล่ะนะ..." เธอยังส่งยิ้มให้เหมือนเคย แต่ครั้งนี้มันคือยิ้มที่กระชากใจผม เหมือนกับบอกว่า "พอได้แล้ว"
ผมรับคำ ในใจผมยิ้มว่า อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้รังเกียจผมล่ะวะ...
ผมเฝ้ามองจนเธอกลับไป มองจนเธอหายไปลับตาของผม...แล้วก็กลับมาคิดอีกครั้ง ผมรู้ดีว่าเธอน่ะ ถ้าไม่ชอบก็จะบอกว่าไม่ชอบ แต่นี่เธอไม่ได้บอก หรือว่า...? เอาล่ะ แค่เธอไม่รังเกียจผม ผมก็ดีใจแล้ว คำพูดในครั้งนั้นของเธอทำให้ผมยิ้มแฉ่งอยู่คนเดียวไปได้อีกหลายวันเลยล่ะ...
Backstage : เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าจะเขียนตั้งหลายวันล่ะ อยู่ดีๆ มันก็ปิ๊งขึ้นมาในหัว ปิ๊งแบบเป็นเรื่องเป็นราวเลย ไม่เขียนก็คงจะไม่ได้ เพราะผมคิดตามไปว่า เฮ้ยย มันก็ดีนี่หว่า...แต่ว่าหลายๆ วันนี้ผมไม่มีเวลาว่างมากพอที่จะเขียนเลย ก็เลยต้องยกยอดมาวันนี้ ^^ หวังว่าจะสนุกนะครับ...
ผมยืนกอดอก เก๊กอยู่ห้องห้อง เธอเดินผ่านมาเจอผม เธอยิ้มให้ แล้วก็เดินผ่านไป คุยเฮฮากับกลุ่มเพื่อนผู้หญิงของเธอ...ผมอุตส่าห์คิดไปว่า เธอน่ะ จะเดินเข้าหาผม มองหน้าผมแล้วก็พูดทักทาย "เป็นงายบ้างงง" คำพูดที่เธอชอบพูดกับผมเสมอๆ...เฮ้ออ อย่างว่าอ่ะนะ ผมเองเป็นเพื่อนไม่สนิทนี่ หรืออันที่จริง เรียกว่าคนรู้จักกันมากกว่านะ จะให้เธอมาสนิทสนมด้วยมันก็คงแปลกๆ...
มันคงผิดที่ว่า "ผมชอบเธอ" เธอเองก็คงจะได้รับรู้จากสายตาที่ผมมองเธออยู่ตลอด เธอเองก็เลย...ไม่อยากที่จะให้ความหวัง เพราะไม่ได้คิดอะไรกับผมเลยจริงๆ คิดแล้วมันเศร้า...
ระหว่างที่เพื่อนๆ พูดคุย ในเรื่องต่างๆ ผมน่ะ ไม่ได้สนใจอะไรอย่างอื่นเลย ผมเฝ้ามองแต่เธอ ผู้หญิงอะไรที่จะดูดีได้ขนาดนี้ แถมยังทำตัวเองเป็นธรรมชาติ ไม่เคยเสแสร้งกับใคร แต่ถ้าใครไม่รู้จักเธอล่ะก็คงคิดว่าเธอน่ะ ร้ายไม่เบาเลยล่ะ...
ผมต้องคอยหลบสายตาที่เธอจะมองกลับมา เธอคงรู้ตัวว่ามีคนมองเธออยู่เหมือนกัน แต่ผมมันคนขี้เก๊ก จะให้เค้ารู้ตัวโต้งๆ ว่าชอบน่ะ ไม่ใช่สไตล์ผม เพราะยังงี้แหละ แห้วมาหลายทีแล้ว...เอาวะ จะมัวเก๊กอยู่ใย ลุยเลยดีกว่า...ว่าแล้วผมก็ลุกไปชวนเธอคุยทันที
เธอหันหน้ามาฟังผม ผมก็คอยถามนู้นถามนี่ไปเรื่อยๆ เธอก็ยิ้มพร้อมรับคำ ผมแทบหัวใจหยุดเต้น เธอยิ้มเก่งจริงๆ เธอเหมือนจะตั้งใจฟังที่ผมพูด แต่แล้วผมก็แป๊ก!! เอ่อๆ อยู่ต่อหน้าเธอจนได้
เธอเหมือนจะอยากพูดกับผมว่า หมดเรื่องคุยแล้วใช่ไหม เธอมองหน้าผมแล้วก็หัวเราะ พยักหน้าเหมือนกับว่ามีอะไรอีกไหม สุดท้ายเธอก็หัวเราะออกมาเบาๆ...แป๊กจนได้เรา!!
ผมคิดในใจ "เฮ้อ... ป๊อดทำไมวะ" สุดท้ายเธอก็ขอตัวกลับไปหาเพื่อนๆ ของเธอเหมือนเดิม...
ผมถามตัวเองอยู่ในใจว่าเธอจะเกลียดผมรึเปล่าน้า...ที่ผมชอบมาชวนคุย ทั้งๆ ที่เธอไม่ได้อยากจะคุยเลย จะรังเกียจผมรึเปล่านะ ที่คอยตามตื้อแบบนี้ทั้งๆ ที่เธอไม่สนใจ!!..
ผมรอจนการประชุมเสร็จ ผมก็มายืนดักเธอเพราะว่าผมมีเรื่องสำคัญเรื่องนึงที่อยากบอกเธอ...คงคิดว่าผมคงจะบอกรักเธอใช่ไหม...ผิดครับ!!! ผมมันป๊อดดด...!!!
เธอเดินมากับกลุ่มเพื่อนๆ ของเธอ พอมาถึงหน้าผม ผมก็พูดกับเธอว่า "ขอคุยอะไรหน่อยได้ไหม?" เธอก็บอกว่า "ด..ได้ สิ" เพื่อนของเธอเหมือนจะรู้จึงแยกตัวออกไปก่อน (เพื่อนเธอก็เพื่อนผมนั่นแหละ อิอิ)
ผมไม่กล้าสบตาเธอ เธอมองหน้าผม กำลังจะฟังว่ามีเรื่องอะไรล่ะ?
"อะ...เอ่อ คือว่า..." น้ำเสียงผมมันตะกุกตะกัก...ผมล่ะสมเพชตัวเองตอนนี้จริงๆ
"ระ...รังเกียจผมไหม? ที่ผมทำเหมือนตามตื๊ออยู่ยังงี้? เกลียดผมรึเปล่า?"...ในที่สุดผมก็ถามเธอไป...
เธอนิ่งไปซักพัก แล้วก็ตอบโดยไม่มองหน้าผม...
"ก็...ก็ไม่ได้รังเกียจนี่" เธอทำหน้าเฉยๆ ไม่ได้ยิ้มอะไร ผมเดาว่าเธอคงจะตอบไม่ให้ผมต้องเสียน้ำใจ แล้วเธอก็พูดตัดบททันที..."ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหม? งั้น...ไปล่ะนะ..." เธอยังส่งยิ้มให้เหมือนเคย แต่ครั้งนี้มันคือยิ้มที่กระชากใจผม เหมือนกับบอกว่า "พอได้แล้ว"
ผมรับคำ ในใจผมยิ้มว่า อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้รังเกียจผมล่ะวะ...
ผมเฝ้ามองจนเธอกลับไป มองจนเธอหายไปลับตาของผม...แล้วก็กลับมาคิดอีกครั้ง ผมรู้ดีว่าเธอน่ะ ถ้าไม่ชอบก็จะบอกว่าไม่ชอบ แต่นี่เธอไม่ได้บอก หรือว่า...? เอาล่ะ แค่เธอไม่รังเกียจผม ผมก็ดีใจแล้ว คำพูดในครั้งนั้นของเธอทำให้ผมยิ้มแฉ่งอยู่คนเดียวไปได้อีกหลายวันเลยล่ะ...
Backstage : เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าจะเขียนตั้งหลายวันล่ะ อยู่ดีๆ มันก็ปิ๊งขึ้นมาในหัว ปิ๊งแบบเป็นเรื่องเป็นราวเลย ไม่เขียนก็คงจะไม่ได้ เพราะผมคิดตามไปว่า เฮ้ยย มันก็ดีนี่หว่า...แต่ว่าหลายๆ วันนี้ผมไม่มีเวลาว่างมากพอที่จะเขียนเลย ก็เลยต้องยกยอดมาวันนี้ ^^ หวังว่าจะสนุกนะครับ...
Thursday, August 9, 2007
A day, with a sleepless night
ดึกดื่นคืนนี้ ฉันไม่ข่มตานอน มัวนั่งฝันละเมอลอยๆ อาจเพราะฉันอยู่กับตัวเองมากเกินไป หรือมันเป็นที่ท้องฟ้า ในคืนนี้มันไม่มีดาว ไม่มีดวงจันทร์ ค่ำนี้มีแต่เพียงฉัน มันช่างเหงา...จับใจ
ได้แต่ฝันคนเดียว ได้แต่เหงาคนเดียว...เรื่อยไป...
แค่คิดถึงเธอ อยู่ดีๆ มองดาวมองฟ้า น้ำตาก็ไหล ไม่ได้ถามตัวเองมันเหงา มันเป็นอย่างนี้ทำไม แต่ไม่ผิดใช่ไหม...แค่คิดถึงเธอ
ดึกดื่นคืนนี้ ฉันก็อยากจะนอน หลับไหล ลืมว่าใจฉันนั้นมันเหงา เหงาขนาดไหน ลืมหน้าใครบางคน แต่ก็เหมือนดังเคย มันไม่เชื่อกันเลยหัวใจ...
คืนนี้ไม่มีเธอ เพิ่งจะรู้ ว่าเจ็บเพียงใด คืนนี้ช่างยาวนาน ยังไม่รู้จะผ่านไปได้ไหม?...
ฉันไม่มีเธอ ในคืนนี้ ฉันไม่มีใคร เมื่อความรักยังไม่จางหาย แต่ความรักกลับมาทำร้าย...ในคืนนี้ ฉันไม่เหลือใคร ...ในคืนที่ไม่มีเธอ...
รอเช้าของวันใหม่ วันพรุ่งนี้ ความเจ็บคงจาง รอ รออยู่เท่าไหร่ ยิ่งอ้างว้าง ในใจมีเพียงเธอ...
...
Editor note : สำหรับหัวข้อนี้ก็เป็นการนำเพลงของวงดนตรีอินดี้ที่ผมชอบ วง Portrait เพลง "คืนที่ไม่มีเธอ" กับ "แค่คิดถึงเธอ" มาเขียนเองตามอารมณ์พาไปกับ กับค่ำคืนที่หลายๆ ครั้งผมต้องมาคิดอะไรเงียบๆ อยู่คนเดียว
แม้จะเป็นเพลงเก่า แต่มันก็กินใจผมเสมอ โดนเฉพาะช่วงเวลาที่เหงาๆ ที่ล่ะ โดนนัก ^^
ได้แต่ฝันคนเดียว ได้แต่เหงาคนเดียว...เรื่อยไป...
แค่คิดถึงเธอ อยู่ดีๆ มองดาวมองฟ้า น้ำตาก็ไหล ไม่ได้ถามตัวเองมันเหงา มันเป็นอย่างนี้ทำไม แต่ไม่ผิดใช่ไหม...แค่คิดถึงเธอ
ดึกดื่นคืนนี้ ฉันก็อยากจะนอน หลับไหล ลืมว่าใจฉันนั้นมันเหงา เหงาขนาดไหน ลืมหน้าใครบางคน แต่ก็เหมือนดังเคย มันไม่เชื่อกันเลยหัวใจ...
คืนนี้ไม่มีเธอ เพิ่งจะรู้ ว่าเจ็บเพียงใด คืนนี้ช่างยาวนาน ยังไม่รู้จะผ่านไปได้ไหม?...
ฉันไม่มีเธอ ในคืนนี้ ฉันไม่มีใคร เมื่อความรักยังไม่จางหาย แต่ความรักกลับมาทำร้าย...ในคืนนี้ ฉันไม่เหลือใคร ...ในคืนที่ไม่มีเธอ...
รอเช้าของวันใหม่ วันพรุ่งนี้ ความเจ็บคงจาง รอ รออยู่เท่าไหร่ ยิ่งอ้างว้าง ในใจมีเพียงเธอ...
...
Editor note : สำหรับหัวข้อนี้ก็เป็นการนำเพลงของวงดนตรีอินดี้ที่ผมชอบ วง Portrait เพลง "คืนที่ไม่มีเธอ" กับ "แค่คิดถึงเธอ" มาเขียนเองตามอารมณ์พาไปกับ กับค่ำคืนที่หลายๆ ครั้งผมต้องมาคิดอะไรเงียบๆ อยู่คนเดียว
แม้จะเป็นเพลงเก่า แต่มันก็กินใจผมเสมอ โดนเฉพาะช่วงเวลาที่เหงาๆ ที่ล่ะ โดนนัก ^^
Sunday, July 29, 2007
Just u beside me...
ขอแค่มีเธอ...เท่านี้ชีวิตของฉันมีความหมาย แค่ฉันมีเธอ...ก็ไม่ต้องการสิ่งใด เท่านี้ก็เป็นสุขใจ...
สำหรับผมแล้วความรักมันคืออะไร?...การได้รักใครซักคนจริงๆ แล้วมันเป็นยังไงกันนะ น่าจะเป็นคำถามในใจใครหลายๆ คน เพราะไม่แน่ใจว่า เอ๊ะ นี่เรียกว่าความรักรึเปล่านะ...
อยากอยู่ใกล้ อยากเห็นหน้าทุกวัน อยากพูดคุย อยากพาไปเที่ยวดูหนังฟังเพลง เป็นคนเดียวที่จะพูดคุยได้ทุกเรื่อง หรือ แม้แต่สัมผัสทางกายที่จะมีให้กันได้...มันคืออะไรกันแน่?
ผมเคยผ่านสิ่งเหล่านั้นมาก่อน มันอาจจะเรียกว่า puppy love ก็ได้นะ แบบความรักแบบน่ารักสบายๆ...แต่พอโตขึ้นแล้วชีวิตมันมีอะไรมากกว่านั้น จะสามารถมีความสุข หรือช่วงเวลาแบบนั้นตลอดไปได้ไหม กับโลกที่เราต้องเผชิญทุกวันแบบนี้...?
ผมสับสน งุนงง กับมันเหลือเกิน...อะไรกันแน่ที่ผมต้องการ ความรักแบบไหนที่ผมต้องการกันแน่นะ?
ผู้หญิงที่ผมรัก ผู้หญิงที่สามารถทำให้ผมรู้สึกประหลาดใจ ความรู้สึกมันค่อยซึมลึกลงไปข้างในจิตใจ ทำไม..ทำไม?ถึงมีหน้าเธอ ทำไมเสียงของเธอรบกวนจิตใจของผมอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าผมกำลังมีความทุกข์ กำลังมีความสุข หรือนึกอะไรเพลินๆ ขึ้นมาก็ตาม ต้องมีเธออยู่เรื่อย...
ภาพที่ผมเห็นก็คือ เธอส่งยิ้มมาให้ผมใกล้ๆ เธอยิ้มอย่างจริงใจ ยิ้มแบบมีความสุข หรือว่านี่คือยิ้มแบบที่คนที่รักกันจะยิ้มให้กัน รอยยิ้มที่มีไว้ให้สำหรับคนที่พิเศษเท่านั้น...สายตาของเธอมองมาที่ผมอย่างอ่อนโยน ราวกับว่าความอบอุ่นกำลังโอบกอดผมไว้ รอบๆ ตัวของผมกลายเป็นเหมือนโลกส่วนตัว โลกที่มีแต่ผมกับเธอเท่านั้น...
เธอพูดต่อไปว่า "สู้ๆ นะ พยายามเข้านะคะ" น้ำเสียงที่อ่อนหวาน ทำให้ผมรู้สึกเคลิ้มไปเลยทีเดียว ไม่น่าเชื่อว่า คำพูดที่มาจากผู้หญิงคนนี้ จะทำให้ผมรู้สึกขนาดนี้...
ใช่แล้ว!! ผมเจอแล้วความรักของผม นี่ยังไงล่ะสิ่งที่จะเติมเต็มชีวิตของผมได้ คือเธอคนนี้แหละ...
และแล้วผมก็กลับมามองตัวเอง ผมก้าวไปข้างหน้า ทำความฝันของผมไปเรื่อยๆ จนไม่ได้มองกลับมาข้างหลังเลย ทางข้างหน้าเต็มไปด้วยอะไรก็ไม่รู้ แต่ผมก็ยังก้าวต่อไป...
แต่เมื่อผมพบเธอ เธอทำให้ผมรู้สึกโล่งใจ...ขอแค่มีเธออยู่ข้างๆ ผม คอยส่งยิ้มให้ผมอยู่อย่างนี้ ไม่ว่าจะเจอกับสถานการณ์แบบไหน ขอแค่ผมมองไปข้างๆ ผมก็จะเห็นเธออยู่ตรงนั้น เธอที่จะอยู่เคียงข้างผมเสมอ..
ได้โปรดเถอะ...ช่วยมาอยู่ข้างๆ ผมตลอดไปได้ไหม...
สำหรับผมแล้วความรักมันคืออะไร?...การได้รักใครซักคนจริงๆ แล้วมันเป็นยังไงกันนะ น่าจะเป็นคำถามในใจใครหลายๆ คน เพราะไม่แน่ใจว่า เอ๊ะ นี่เรียกว่าความรักรึเปล่านะ...
อยากอยู่ใกล้ อยากเห็นหน้าทุกวัน อยากพูดคุย อยากพาไปเที่ยวดูหนังฟังเพลง เป็นคนเดียวที่จะพูดคุยได้ทุกเรื่อง หรือ แม้แต่สัมผัสทางกายที่จะมีให้กันได้...มันคืออะไรกันแน่?
ผมเคยผ่านสิ่งเหล่านั้นมาก่อน มันอาจจะเรียกว่า puppy love ก็ได้นะ แบบความรักแบบน่ารักสบายๆ...แต่พอโตขึ้นแล้วชีวิตมันมีอะไรมากกว่านั้น จะสามารถมีความสุข หรือช่วงเวลาแบบนั้นตลอดไปได้ไหม กับโลกที่เราต้องเผชิญทุกวันแบบนี้...?
ผมสับสน งุนงง กับมันเหลือเกิน...อะไรกันแน่ที่ผมต้องการ ความรักแบบไหนที่ผมต้องการกันแน่นะ?
ผู้หญิงที่ผมรัก ผู้หญิงที่สามารถทำให้ผมรู้สึกประหลาดใจ ความรู้สึกมันค่อยซึมลึกลงไปข้างในจิตใจ ทำไม..ทำไม?ถึงมีหน้าเธอ ทำไมเสียงของเธอรบกวนจิตใจของผมอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าผมกำลังมีความทุกข์ กำลังมีความสุข หรือนึกอะไรเพลินๆ ขึ้นมาก็ตาม ต้องมีเธออยู่เรื่อย...
ภาพที่ผมเห็นก็คือ เธอส่งยิ้มมาให้ผมใกล้ๆ เธอยิ้มอย่างจริงใจ ยิ้มแบบมีความสุข หรือว่านี่คือยิ้มแบบที่คนที่รักกันจะยิ้มให้กัน รอยยิ้มที่มีไว้ให้สำหรับคนที่พิเศษเท่านั้น...สายตาของเธอมองมาที่ผมอย่างอ่อนโยน ราวกับว่าความอบอุ่นกำลังโอบกอดผมไว้ รอบๆ ตัวของผมกลายเป็นเหมือนโลกส่วนตัว โลกที่มีแต่ผมกับเธอเท่านั้น...
เธอพูดต่อไปว่า "สู้ๆ นะ พยายามเข้านะคะ" น้ำเสียงที่อ่อนหวาน ทำให้ผมรู้สึกเคลิ้มไปเลยทีเดียว ไม่น่าเชื่อว่า คำพูดที่มาจากผู้หญิงคนนี้ จะทำให้ผมรู้สึกขนาดนี้...
ใช่แล้ว!! ผมเจอแล้วความรักของผม นี่ยังไงล่ะสิ่งที่จะเติมเต็มชีวิตของผมได้ คือเธอคนนี้แหละ...
และแล้วผมก็กลับมามองตัวเอง ผมก้าวไปข้างหน้า ทำความฝันของผมไปเรื่อยๆ จนไม่ได้มองกลับมาข้างหลังเลย ทางข้างหน้าเต็มไปด้วยอะไรก็ไม่รู้ แต่ผมก็ยังก้าวต่อไป...
แต่เมื่อผมพบเธอ เธอทำให้ผมรู้สึกโล่งใจ...ขอแค่มีเธออยู่ข้างๆ ผม คอยส่งยิ้มให้ผมอยู่อย่างนี้ ไม่ว่าจะเจอกับสถานการณ์แบบไหน ขอแค่ผมมองไปข้างๆ ผมก็จะเห็นเธออยู่ตรงนั้น เธอที่จะอยู่เคียงข้างผมเสมอ..
ได้โปรดเถอะ...ช่วยมาอยู่ข้างๆ ผมตลอดไปได้ไหม...
Sunday, July 1, 2007
What's can I do!
ตัวของผมในตอนนี้มองดูในมือทั้งสองข้างของผม แล้วก็ถามกับตัวเองว่า ผมกำลังทำอะไรอยู่ตอนนี้ ในมือทั้งสองของผมมันว่างเปล่า มันเป็นความรู้สึกที่จับต้องอะไรไม่ได้เลยในตอนนี้...ผมรู้สึกสมเพชตัวเองจริงๆ
ผมรู้สึกทรมานแบบไม่เคยเป็นมาก่อน สิ่งที่เจอ สิ่งที่ได้เห็นมันทำให้ผมรับรู้ในความทุเรศของตัวเอง ที่ไม่อาจจะทำอย่างที่ใจอยากจะทำได้...ผมเคยคิดว่า จะสามารถอดทนรอได้ แต่ผมรู้ตัวเองว่าผมทำไม่ได้ ผมรอไม่ได้ แต่ผมก็ไม่อาจจะก้าวเดินไปข้างหน้าเหมือนกัน...
ผมเฝ้าแต่ถามตัวเองว่า ทำไม ทำไมวะ ทำไม สิ่งที่ผมต้องการมันอยู่ตรงหน้าของผมแล้ว แค่ก้าวเดินออกไป แค่นั้นก็ได้แล้ว ...แต่สำหรับผมแล้ว จะเดินไปคว้าไม่ได้เลย เหมือนผมรู้ว่า ต่อให้เดินไป ต่อให้เอื้อมมือไปยังไงก็ไม่มีวันจะคว้าได้...
ผมแทบจะบันดาลความเป็นไปในชีวิตของผมได้อย่างที่คิดไว้ทั้งหมด แต่มีเพียงเรื่องเดียว มีเพียงสิ่งเดียว ที่ผมต้องการ แต่ผมไม่ปัญญาจะทำ รึแม้แต่จะคิดทำด้วยซ้ำ...
ความเป็นจริงมันช่างโหดร้าย เมื่อต้องมองเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าจะหายวับไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ หรือจะมีใครคว้าไป ต่อหน้าต่อตาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมคงทนไม่ได้ ผมคงยอมรับไม่ได้ที่จะเห็น ที่จะเจอสิ่งที่ทำร้าย ทำลายจิตใจของผมได้ถึงขนาดนั้น...
ใจนึงก็อยากคว้าตั้งแต่ตอนนี้ แต่จิตสำนึกผมมันบอกว่า "เป็นไปไม่ได้" ไม่มีทางที่คนอย่างผมจะทำได้ ไม่มีโอกาสแม้เพียงซักเล็กน้อย ไม่มีเลยจริงๆ...
มีคนเคยบอกผม ก็เริ่มทำเลยสิวะ จะชักช้าอยู่ใย แต่ข้างในใจผม มันกำลังทรุดอยู่ มันกำลังบอกว่ากับตัวของผมว่า "ทำไม่ได้" ทั้งน้ำตา ไม่ใช่ว่าไม่อยากทำ แต่ไม่มีปัญญาทำได้...
สิ่งที่ผมจะทำได้ต่อไปคือ จะต้องอดทน อดทนเท่านั้น แม้ว่าภายในใจจะต้องทุกข์ทรมานแค่ไหน ก็ต้องทน ทนว่าวันนึงจะมีปัญญา จะมีโอกาสมากขึ้น พอที่จะเห็นทางได้...
มันทรมานเหลือเกินครับ...ชีวิตผู้ชายอย่างผม ไม่เคยต้องการอะไรไปมากกว่านี้อีกแล้ว ผมคิดว่า สิ่งนี้มันทำให้ชีวิตของผมอ่อนแอลงอย่างแรง แต่ไม่รู้ทำไม ผมยอมแลกกับทุกอย่างในชีวิตได้ รวมทั้ง "ศักดิ์ศรี" ที่ผมเห็นว่ามันสำคัญเท่าชีวิตผมเอง...
ผมต้องอดทนรอเท่านั้น รอ "ทาง" ที่ผมจะสามารถก้าวเดินต่อไปได้ ถ้าผมทำได้ ผมมั่นใจเหลือเกินว่า วันนั้นจะเป็นวันของผม...หวังว่านะ TT
ผมรู้สึกทรมานแบบไม่เคยเป็นมาก่อน สิ่งที่เจอ สิ่งที่ได้เห็นมันทำให้ผมรับรู้ในความทุเรศของตัวเอง ที่ไม่อาจจะทำอย่างที่ใจอยากจะทำได้...ผมเคยคิดว่า จะสามารถอดทนรอได้ แต่ผมรู้ตัวเองว่าผมทำไม่ได้ ผมรอไม่ได้ แต่ผมก็ไม่อาจจะก้าวเดินไปข้างหน้าเหมือนกัน...
ผมเฝ้าแต่ถามตัวเองว่า ทำไม ทำไมวะ ทำไม สิ่งที่ผมต้องการมันอยู่ตรงหน้าของผมแล้ว แค่ก้าวเดินออกไป แค่นั้นก็ได้แล้ว ...แต่สำหรับผมแล้ว จะเดินไปคว้าไม่ได้เลย เหมือนผมรู้ว่า ต่อให้เดินไป ต่อให้เอื้อมมือไปยังไงก็ไม่มีวันจะคว้าได้...
ผมแทบจะบันดาลความเป็นไปในชีวิตของผมได้อย่างที่คิดไว้ทั้งหมด แต่มีเพียงเรื่องเดียว มีเพียงสิ่งเดียว ที่ผมต้องการ แต่ผมไม่ปัญญาจะทำ รึแม้แต่จะคิดทำด้วยซ้ำ...
ความเป็นจริงมันช่างโหดร้าย เมื่อต้องมองเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าจะหายวับไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ หรือจะมีใครคว้าไป ต่อหน้าต่อตาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมคงทนไม่ได้ ผมคงยอมรับไม่ได้ที่จะเห็น ที่จะเจอสิ่งที่ทำร้าย ทำลายจิตใจของผมได้ถึงขนาดนั้น...
ใจนึงก็อยากคว้าตั้งแต่ตอนนี้ แต่จิตสำนึกผมมันบอกว่า "เป็นไปไม่ได้" ไม่มีทางที่คนอย่างผมจะทำได้ ไม่มีโอกาสแม้เพียงซักเล็กน้อย ไม่มีเลยจริงๆ...
มีคนเคยบอกผม ก็เริ่มทำเลยสิวะ จะชักช้าอยู่ใย แต่ข้างในใจผม มันกำลังทรุดอยู่ มันกำลังบอกว่ากับตัวของผมว่า "ทำไม่ได้" ทั้งน้ำตา ไม่ใช่ว่าไม่อยากทำ แต่ไม่มีปัญญาทำได้...
สิ่งที่ผมจะทำได้ต่อไปคือ จะต้องอดทน อดทนเท่านั้น แม้ว่าภายในใจจะต้องทุกข์ทรมานแค่ไหน ก็ต้องทน ทนว่าวันนึงจะมีปัญญา จะมีโอกาสมากขึ้น พอที่จะเห็นทางได้...
มันทรมานเหลือเกินครับ...ชีวิตผู้ชายอย่างผม ไม่เคยต้องการอะไรไปมากกว่านี้อีกแล้ว ผมคิดว่า สิ่งนี้มันทำให้ชีวิตของผมอ่อนแอลงอย่างแรง แต่ไม่รู้ทำไม ผมยอมแลกกับทุกอย่างในชีวิตได้ รวมทั้ง "ศักดิ์ศรี" ที่ผมเห็นว่ามันสำคัญเท่าชีวิตผมเอง...
ผมต้องอดทนรอเท่านั้น รอ "ทาง" ที่ผมจะสามารถก้าวเดินต่อไปได้ ถ้าผมทำได้ ผมมั่นใจเหลือเกินว่า วันนั้นจะเป็นวันของผม...หวังว่านะ TT
Sunday, June 24, 2007
The last of My June...
มอง...มองเธอมาแสนนาน ฉันไม่กล้า ต้องคอยหลบตาเธอเสมอ กลัวสักวันหนึ่งถ้าเธอ รู้ว่าฉัน ปิดบังความจริงอะไรเอาไว้ ความลับที่ฉันซ่อนไว้ ไม่เคยบอกใคร จะอดใจไม่ไหว...
ยิ่งฉันใกล้เธอเท่าไหร่ ยิ่งอยากจะเผยใจ เมื่อสบสายตาก็ยิ่งหวั่นไหว มันยากเหลือเกิน จะเก็บ ซ่อนความรักเอาไว้...แล้วความลับในใจของเธอ มีฉันอยู่บ้างไหม โปรดบอกความในใจ ให้ฉันรู้ทีนะเธอ...
เก็บเอาคำพูดของเธอ มาคิดมา แอบคิดไปเองอยู่อย่างนี้ ก็เธอ...เธอช่างดีแสนดี คำว่ารักเธอ จะต้องเก็บไว้อีกนานแค่ไหน...?
จิตใจมันสับสน แล้วเธอจะรู้ตัวบ้างไหม ว่าเธอคือเหตุผล ที่ทำให้ฉันต้องกระวนกระวาย ในคืนนี้...
อยากจะบอกเธอว่ารัก แต่มันคงจะเร็วไป เธอคงไม่เข้าใจ ในสิ่งที่ฉันมี ตอนนี้ ที่เป็นทุกข์ ก็เพราะคงเฝ้าแต่คิดถึงเธอ และวันที่ได้เจอ เธอคือเหตุผลที่ฉันต้องเป็นอย่างนี้...
แค่รอยยิ้มของเธอ ความอ่อนหวานของเธอ มันมีมากเกินทนไหว ฉันไม่อาจต้านทาน ความรู้สึกข้างใน ที่ฉันนั้นมีมากเกินจะเก็บไหว...
ยิ่งฉันใกล้เธอ...ยิ่งฉันใกล้เธอเท่าไหร่ อยากจะรู้ว่าเธอคิดอย่างไร กับฉันที ยิ่งสบสายตา ก็หวั่นไหว แล้วความลับในใจของเธอ มีฉันอยู่บ้างไหม โปรดบอกความในใจ ให้ฉันรู้ทีนะเธอ...
The End...
Editor Note : นี่ก็คือเนื้อเพลง ความลับ กับ เธอคือเหตุผล ที่ผมเอามาเรียบเรียง บวกกับความรู้สึกที่มีออกมา แต่งเป็นบทความบทนี้...ไว้มีอารมณ์สุนทรีย์อีกเมื่อไหร่ อาจจะเอาเพลงที่ชอบๆ มา cover ใหม่อีกคราวหน้าครับ ^^
Friday, May 18, 2007
Same voice, Same girl
ในที่สุดผมก็มีโอกาสได้ยินเสียงของเธออีกครั้งนึง... ในวันนี้ก็เป็นวันธรรมดาๆ วันนึงในชีวิตของผม ซึ่งมันก็คงจะเป็นวันธรรมดาๆ วันนึง ที่ไม่ค่อยมีความหมายนัก แต่พอได้ยินเสียงของเธอเจื้อยแจ้วอยู่ ผมก็รู้สึกได้ทันทีว่า วันนี้ช่างเป็นวันที่พิเศษ กว่าวันที่ผ่านๆ มาของผม ผมมีความสุขดีทุกครั้งที่ได้นึกถึงเธอคนนี้...
เสียงของเธอวันนี้มันช่างฟังดูโหดร้ายสำหรับผมเหลือเกิน ผมดูแปลกใจว่า ทำไมวันนี้เสียงเธอช่างดูโหดร้าย ทารุณดีจัง ผมรู้สึกแสบแก้วหูไปหมดเลย ที่ไหนได้ เธอกำลังบ่นๆ พูดๆ กับเรื่องที่เธอลืมไป พอนึกได้อีกเธอ เธอก็พูดอะไรตั้งมากมายออกไปแล้ว แต่ลึกๆ เสียงของเธอก็ยังคงเป็นเสียงที่พิเศษสำหรับผมอยู่ดี เสียงเธอยังคงแฝงไว้ซึ่งความสดใสเหมือนเคย...
เธอพูดๆ แบบไม่ยั้งเลยทีเดียว ผมเองก็รู้สึกว่าเริ่มปวดหู เธอจึงถามผมว่าเป็นอะไรไป มีอะไรรึเปล่า?...
ผมรู้สึกว่าพึ่งได้ตื่นจากความฝันเมื่อกี้นี้เอง จึงบอกเธอไป เธอลดน้ำเสียงลง แล้วบอกต่อไปว่า "พูดเบาๆ ก็ได้" รู้ไหมว่าในช่วงเวลานั้น ผมรู้สึกได้ถึงในใจของผม มันกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เสียงนี้ของเธอดูเบาบาง น้ำเสียงดูอ่อนหวานลง แทบจะตรงข้ามกับบุคลิกของเธอเลย...
ผมอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าตอนนี้เธอพูดจาเสียงอ่อนหวาน กับผมแบบนี้ตลอดไป ผมจะต้องเพ้อ ต้องรู้สึกทรมานไปถึงขนาดไหน แต่แค่นี้ผมก็มีความสุขมากแล้ว...
เธอสมกับเป็นผู้หญิงที่มีอิทธิพลกับผมมากซ่ะเหลือเกิน ผมอาจจะเอาชนะคนได้ทั้งโลกนี้ แต่คงมีเธอแค่คนเดียวที่ผมคงยอมแพ้อย่างหมดใจ ผมหวังว่า ความรู้สึกที่มีให้เธอจะยังคงอยู่นานเท่านาน ให้ผมได้รับรู้อยู่เสมอในใจว่า เธอคนนี้มีความสำคัญกับผมมากแค่ไหน...
เธอเปรียบเสมือนความฝันสำหรับผมไปแล้ว ความฝันซึ่งเป็นเหมือนกับกระจกบานใหญ่ที่ส่องสะท้อนจิตใจคนเราออกมาถึงความปรารถนาอันแรงกล้า แน่นอนมันเป็นความฝัน ความฝันที่มันไม่อาจเป็นจริงได้โดยง่าย แต่ทุกคนก็ยังพยายามที่จะทำความฝันนั้นให้สำเร็จให้จงได้...
และแล้วผมก็ตื่นจากภวังค์ ถึงเวลาแห่งการลาจากแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องตื่นจากความฝันเสียที เพื่อที่จะเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ แต่ในคราวนี้ผมตื่นมาพร้อมกับจิตใจที่เบิกบาน และมีความหวังอีกครั้ง...
เสียงของเธอวันนี้มันช่างฟังดูโหดร้ายสำหรับผมเหลือเกิน ผมดูแปลกใจว่า ทำไมวันนี้เสียงเธอช่างดูโหดร้าย ทารุณดีจัง ผมรู้สึกแสบแก้วหูไปหมดเลย ที่ไหนได้ เธอกำลังบ่นๆ พูดๆ กับเรื่องที่เธอลืมไป พอนึกได้อีกเธอ เธอก็พูดอะไรตั้งมากมายออกไปแล้ว แต่ลึกๆ เสียงของเธอก็ยังคงเป็นเสียงที่พิเศษสำหรับผมอยู่ดี เสียงเธอยังคงแฝงไว้ซึ่งความสดใสเหมือนเคย...
เธอพูดๆ แบบไม่ยั้งเลยทีเดียว ผมเองก็รู้สึกว่าเริ่มปวดหู เธอจึงถามผมว่าเป็นอะไรไป มีอะไรรึเปล่า?...
ผมรู้สึกว่าพึ่งได้ตื่นจากความฝันเมื่อกี้นี้เอง จึงบอกเธอไป เธอลดน้ำเสียงลง แล้วบอกต่อไปว่า "พูดเบาๆ ก็ได้" รู้ไหมว่าในช่วงเวลานั้น ผมรู้สึกได้ถึงในใจของผม มันกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เสียงนี้ของเธอดูเบาบาง น้ำเสียงดูอ่อนหวานลง แทบจะตรงข้ามกับบุคลิกของเธอเลย...
ผมอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าตอนนี้เธอพูดจาเสียงอ่อนหวาน กับผมแบบนี้ตลอดไป ผมจะต้องเพ้อ ต้องรู้สึกทรมานไปถึงขนาดไหน แต่แค่นี้ผมก็มีความสุขมากแล้ว...
เธอสมกับเป็นผู้หญิงที่มีอิทธิพลกับผมมากซ่ะเหลือเกิน ผมอาจจะเอาชนะคนได้ทั้งโลกนี้ แต่คงมีเธอแค่คนเดียวที่ผมคงยอมแพ้อย่างหมดใจ ผมหวังว่า ความรู้สึกที่มีให้เธอจะยังคงอยู่นานเท่านาน ให้ผมได้รับรู้อยู่เสมอในใจว่า เธอคนนี้มีความสำคัญกับผมมากแค่ไหน...
เธอเปรียบเสมือนความฝันสำหรับผมไปแล้ว ความฝันซึ่งเป็นเหมือนกับกระจกบานใหญ่ที่ส่องสะท้อนจิตใจคนเราออกมาถึงความปรารถนาอันแรงกล้า แน่นอนมันเป็นความฝัน ความฝันที่มันไม่อาจเป็นจริงได้โดยง่าย แต่ทุกคนก็ยังพยายามที่จะทำความฝันนั้นให้สำเร็จให้จงได้...
และแล้วผมก็ตื่นจากภวังค์ ถึงเวลาแห่งการลาจากแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องตื่นจากความฝันเสียที เพื่อที่จะเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ แต่ในคราวนี้ผมตื่นมาพร้อมกับจิตใจที่เบิกบาน และมีความหวังอีกครั้ง...
Sunday, April 29, 2007
I'm glad to hearing your voice...
ผมรู้สึกว่าผมมีความสุขจัง เพราะอะไรผมก็ไม่รู้สินะ คงเป็นเพราะผมได้ฟังเสียงของคุณล่ะมั้ง เสียงที่สดใสอยู่ตลอดเวลา มันทำให้ผมต้องยิ้มไปตลอดเวลาที่ได้ยิน ทำให้ผมรู้สึกประหม่า ไม่รู้จะพูดอะไรต่อไป ใจนึงก็ต้องคอยฟังเสียงของคุณ ใจนึงก็ต้องคิดเรื่องคุยต่อ ว่าต่อไปจะคุยเรื่องอะไรดีนะ มันลำบากมากเลยนะ
เสียงคุณก็ยังคงเหมือนเดิม มันยังดังก้องอยู่เสมอในใจของผม ผมจำได้ จำเสียงของคุณได้ดีเลยล่ะ เสียงแหลมๆ ดังๆ แต่แฝงไว้ด้วยอารมณ์ที่สดใส คำพูดที่ดูบ้าบอ ไร้สาระ ต๊องๆ จนผมอดคิดไม่ได้ว่าคุณพูดมาได้ไงนะ รู้ไหมบางครั้งมันทำให้ผมคนนี้ถึงกับต้องแป๊ก พูดอะไรไม่ออกเหมือนกันนะ เพราะผมเดาไม่ได้เลยว่า คุณจะพูดอะไรต่อไป...
ถ้าจะต้องเลือกอะไรซักอย่างเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่สุดในโลกอันดับที่ 8 ล่ะก็ ผมขอเลือกคุณได้ไหม...คุณช่างเป็นผู้หญิงที่มหัศจรรย์สำหรับผมซ่ะจริงๆ ทำให้ผมต้องยิ้มได้ทุกครั้งที่คิดถึงคุณ ต้องประหม่าไม่เป็นตัวของตัวเอง ทำให้ผมต้องทุกข์ เวลาคุณไม่ได้สนใจผม และที่สำคัญ คุณเป็นผู้หญิงหนึ่งเดียวในจักรวาลนี้ที่ผมหลงรักแทบเป็นบ้า คุณรู้ตัวไหม...
แต่คิดดูอีกที ผมไม่ขอเลือกคุณเป็น 1 ใน 8 สิ่งมหัศจรรย์ดีกว่า ผมหวง ผมอยากเก็บคุณไว้ในใจของผมคนเดียว ขอให้แม้ว่ายามตื่นลืมตา รึ แม้แต่ตอนที่หลับตานอน ขอให้คุณเป็นคนแรก และคนเดียวที่ผมจะคิดถึง จะได้ไหม...
แม้ว่ามันจะเป็นไปไม่ได้ตอนนี้ แต่ผมก็มีความสุขที่ได้ฟังเสียงของคุณ ทำให้ผมต้องหลงคิดไปไกลเกินไป คิดว่าซักวันนึง จะทำให้คุณมานั่งพูดกับผมใกล้ๆ จะได้ไหมนะ...
แต่สิ่งหนึ่งที่อยากให้คุณรู้คือ...ผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้ฟังเสียงของคุณนะ
เสียงคุณก็ยังคงเหมือนเดิม มันยังดังก้องอยู่เสมอในใจของผม ผมจำได้ จำเสียงของคุณได้ดีเลยล่ะ เสียงแหลมๆ ดังๆ แต่แฝงไว้ด้วยอารมณ์ที่สดใส คำพูดที่ดูบ้าบอ ไร้สาระ ต๊องๆ จนผมอดคิดไม่ได้ว่าคุณพูดมาได้ไงนะ รู้ไหมบางครั้งมันทำให้ผมคนนี้ถึงกับต้องแป๊ก พูดอะไรไม่ออกเหมือนกันนะ เพราะผมเดาไม่ได้เลยว่า คุณจะพูดอะไรต่อไป...
ถ้าจะต้องเลือกอะไรซักอย่างเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่สุดในโลกอันดับที่ 8 ล่ะก็ ผมขอเลือกคุณได้ไหม...คุณช่างเป็นผู้หญิงที่มหัศจรรย์สำหรับผมซ่ะจริงๆ ทำให้ผมต้องยิ้มได้ทุกครั้งที่คิดถึงคุณ ต้องประหม่าไม่เป็นตัวของตัวเอง ทำให้ผมต้องทุกข์ เวลาคุณไม่ได้สนใจผม และที่สำคัญ คุณเป็นผู้หญิงหนึ่งเดียวในจักรวาลนี้ที่ผมหลงรักแทบเป็นบ้า คุณรู้ตัวไหม...
แต่คิดดูอีกที ผมไม่ขอเลือกคุณเป็น 1 ใน 8 สิ่งมหัศจรรย์ดีกว่า ผมหวง ผมอยากเก็บคุณไว้ในใจของผมคนเดียว ขอให้แม้ว่ายามตื่นลืมตา รึ แม้แต่ตอนที่หลับตานอน ขอให้คุณเป็นคนแรก และคนเดียวที่ผมจะคิดถึง จะได้ไหม...
แม้ว่ามันจะเป็นไปไม่ได้ตอนนี้ แต่ผมก็มีความสุขที่ได้ฟังเสียงของคุณ ทำให้ผมต้องหลงคิดไปไกลเกินไป คิดว่าซักวันนึง จะทำให้คุณมานั่งพูดกับผมใกล้ๆ จะได้ไหมนะ...
แต่สิ่งหนึ่งที่อยากให้คุณรู้คือ...ผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้ฟังเสียงของคุณนะ
Sunday, April 22, 2007
Your Picture...
ทุกครั้งที่ผมได้มองรูปถ่ายของคุณ ผมจะต้องเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวทุกครั้งไป ไม่ว่าจะเป็นในยามที่ผมกำลังมีความทุกข์ หรือกำลังมีความสุขอยู่ก็ตาม...
แต่คุณจะรู้บ้างไหมว่า ลึกๆ แล้ว คุณได้สร้างความทุกข์ให้ผมได้มากมายขนาดไหน แม้ว่าผมจะมีความสุขเมื่อได้มองรูปของคุณ แต่หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีต่อมาผมก็ต้องรู้สึกเจ็บแปลบในหัวใจขึ้นมาแทนที่ความสุขนั้น...
ความเป็นจริงก็คือ ผมได้แค่มองรูปคุณ ได้แค่คิดถึงคุณอยู่ข้างเดียวเท่านั้น...
ผมเฝ้าถามตัวเองอยู่ทุกครั้งว่า ทำไม ทำไม คุณถึงไม่ได้รักผมเลย ทำไมคุณถึงไม่สนใจผู้ชายคนนี้บ้าง ทั้งๆ ที่ผมก็ได้บอกความรู้สึกนั้นให้กับคุณได้รับรู้ไปแล้ว แต่คุณก็ทำให้ความรู้สึกของผมนั้นพัดหายตามสายลมไป...
คุณช่างเจ้าเล่ห์นัก ชอบทำตัวน่ารักเกินเหตุ...คุณไม่คิดบ้างหรือว่า ทำอย่างนี้ วันนึง ผมจะต้องหลงรักคุณอย่างหัวปักหัวป้ำ และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ
รอยยิ้มของคุณช่างพิฆาตผมยิ่งนัก ทำให้ผมหลงรักยังไม่พอ ยังทำให้ผมต้องทนทุกข์กับคำพูดที่ได้พูดออกไป แต่กลับโดนรอยยิ้มของคุณทำให้มันหมดความหมายไปทันที...
รู้ไหมว่าทำไมผมถึงชอบมองรูปถ่ายคุณมากนัก ... เพราะผมชอบ ผมชอบที่ได้เห็นว่าคุณจะยิ้มให้ผมแค่คนเดียว ผมจะไม่เจ็บปวดหากไม่เห็นว่าคุณได้ยิ้มให้ผู้ชายคนอื่นๆ เหมือนกัน
ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงคุณจะแทบไม่เคยที่จะสนใจผู้ชายคนนี้เลย ไม่เคยมองเลยสักครั้งว่าคนๆ นี้กำลังเฝ้ามองคุณอยู่ทุกช่วงเวลาที่ใด้อยู่ใกล้ๆ กัน...
หากผมทำได้ ผมอยากจะกอดคุณเดี๋ยวนี้เลย ...ผมอยากจะกอดคุณไว้ ให้เราสองคนสบสายตากันอย่างใกล้ชิด ผมรู้ว่าสิ่งต่อไปที่คุณจะทำคือ มองผมอย่างเจ้าเล่ห์ และก็ค่อยๆ ยิ้มออกมา ผมอยู่ใกล้คุณแค่นี้เอง ถ้าผมจะขอหอมแก้มคุณจะว่าอะไรไหม?...
ผมรู้สึกได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของเราทั้งสอง แน่นอนที่สุด ตอนนี้จะต้องเหมาะสมแน่ๆ ที่จะประทับรอยจูบลงบนริมฝีปากที่ช่างมีเสน่ห์ของคุณ...ผมอยากให้จูบนี้มีความหมายว่า "ผมรักคุณ" และเปรียบเสมือนพันธะสัญญาว่า ต่อไปนี้เราสองคนจะรักกันตราบชั่วนิจนิรันดร์
ผมไม่อยากตื่นจากความฝันกลางวันนี้เลย แต่คนเราก็หลีกหนีความเป็นจริงไปไม่พ้น ผมกลับเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริง โลกที่มีแต่ตัวผม และรูปถ่ายของคุณอยู่ตรงหน้า...
ถึงจะเป็นได้แค่ฝัน ผมจะขอฝันให้นานกว่านี้ได้ไหม แม้ว่าผมจะต้องหลับฝันไปตลอดชีวิตอย่างนี้ ผมก็ยอม หากได้อยู่เคียงข้างคุณในความฝันตลอดไป...
แต่คุณจะรู้บ้างไหมว่า ลึกๆ แล้ว คุณได้สร้างความทุกข์ให้ผมได้มากมายขนาดไหน แม้ว่าผมจะมีความสุขเมื่อได้มองรูปของคุณ แต่หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีต่อมาผมก็ต้องรู้สึกเจ็บแปลบในหัวใจขึ้นมาแทนที่ความสุขนั้น...
ความเป็นจริงก็คือ ผมได้แค่มองรูปคุณ ได้แค่คิดถึงคุณอยู่ข้างเดียวเท่านั้น...
ผมเฝ้าถามตัวเองอยู่ทุกครั้งว่า ทำไม ทำไม คุณถึงไม่ได้รักผมเลย ทำไมคุณถึงไม่สนใจผู้ชายคนนี้บ้าง ทั้งๆ ที่ผมก็ได้บอกความรู้สึกนั้นให้กับคุณได้รับรู้ไปแล้ว แต่คุณก็ทำให้ความรู้สึกของผมนั้นพัดหายตามสายลมไป...
คุณช่างเจ้าเล่ห์นัก ชอบทำตัวน่ารักเกินเหตุ...คุณไม่คิดบ้างหรือว่า ทำอย่างนี้ วันนึง ผมจะต้องหลงรักคุณอย่างหัวปักหัวป้ำ และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ
รอยยิ้มของคุณช่างพิฆาตผมยิ่งนัก ทำให้ผมหลงรักยังไม่พอ ยังทำให้ผมต้องทนทุกข์กับคำพูดที่ได้พูดออกไป แต่กลับโดนรอยยิ้มของคุณทำให้มันหมดความหมายไปทันที...
รู้ไหมว่าทำไมผมถึงชอบมองรูปถ่ายคุณมากนัก ... เพราะผมชอบ ผมชอบที่ได้เห็นว่าคุณจะยิ้มให้ผมแค่คนเดียว ผมจะไม่เจ็บปวดหากไม่เห็นว่าคุณได้ยิ้มให้ผู้ชายคนอื่นๆ เหมือนกัน
ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงคุณจะแทบไม่เคยที่จะสนใจผู้ชายคนนี้เลย ไม่เคยมองเลยสักครั้งว่าคนๆ นี้กำลังเฝ้ามองคุณอยู่ทุกช่วงเวลาที่ใด้อยู่ใกล้ๆ กัน...
หากผมทำได้ ผมอยากจะกอดคุณเดี๋ยวนี้เลย ...ผมอยากจะกอดคุณไว้ ให้เราสองคนสบสายตากันอย่างใกล้ชิด ผมรู้ว่าสิ่งต่อไปที่คุณจะทำคือ มองผมอย่างเจ้าเล่ห์ และก็ค่อยๆ ยิ้มออกมา ผมอยู่ใกล้คุณแค่นี้เอง ถ้าผมจะขอหอมแก้มคุณจะว่าอะไรไหม?...
ผมรู้สึกได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของเราทั้งสอง แน่นอนที่สุด ตอนนี้จะต้องเหมาะสมแน่ๆ ที่จะประทับรอยจูบลงบนริมฝีปากที่ช่างมีเสน่ห์ของคุณ...ผมอยากให้จูบนี้มีความหมายว่า "ผมรักคุณ" และเปรียบเสมือนพันธะสัญญาว่า ต่อไปนี้เราสองคนจะรักกันตราบชั่วนิจนิรันดร์
ผมไม่อยากตื่นจากความฝันกลางวันนี้เลย แต่คนเราก็หลีกหนีความเป็นจริงไปไม่พ้น ผมกลับเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริง โลกที่มีแต่ตัวผม และรูปถ่ายของคุณอยู่ตรงหน้า...
ถึงจะเป็นได้แค่ฝัน ผมจะขอฝันให้นานกว่านี้ได้ไหม แม้ว่าผมจะต้องหลับฝันไปตลอดชีวิตอย่างนี้ ผมก็ยอม หากได้อยู่เคียงข้างคุณในความฝันตลอดไป...
Sunday, April 8, 2007
First Sight
ผมไม่เคยคิดเลยซักนิดว่า วันนึงผมจะชอบเธอขึ้นมาได้...
ผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าผมเห็นหน้าเธอครั้งแรกเมื่อไหร่ ตอนไหน แต่รู้ว่าตอนเห็นหน้าเธอครั้งแรกผมรู้สึกไม่ถูกชะตาด้วยอย่างแรง เหมือนกับว่าผู้หญิงหน้าตาแบบนี้จะดูไม่ดีในสายตาของผมเลย ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว เธอก็ดูดีที่สุดในหมู่เพื่อนๆ ผู้หญิงของผมเลยก็ตาม
หน้าตาเธอดูแรงๆ ยังไงชอบกล ผมคิดตอนนั้น และก็คิดว่าไม่ยุ่งด้วยเป็นดีที่สุดล่ะ ออกห่างๆ ไว้ดีกว่า แต่ผมก็จะเจอเธอบ้างบางโอกาสเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่ผมจะไม่ได้มองเธอเลยก็ตามที มีอยู่ครั้งหนึ่งเธอนั่งอยู่ด้านหลังผมเยื้องๆ ผมไปนิดนึง แต่ก็สามารถพูดคุยกันได้ เธอก็มักจะคุยกับเพื่อนๆ ผู้หญิงของเธอไป ด้วยความสนุกสนาน ในขณะที่ผมนั่งรอเวลาอย่างน่าเบื่อ ว่าเมื่อไหร่ๆ มันจะเสร็จสักที ตอนนั้นเป็นครั้งแรกล่ะมั้ง ที่เธอชวนผมคุย และผมก็ตอบไปอย่างเฝื่อนๆ เหมือนไม่อยากตอบ
ชีวิตผมก็ยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ผมกับเธอไม่ค่อยได้เจอกันหรอกนะ แต่ด้วยสภาวะการณ์มันบังคับทำให้ต้องเจอต้องคุยกันบ้างเป็นครั้งคราว แต่ผมน่ะ ไม่ค่อยชอบหน้าตาเธอเท่าไหร่ หน้าตาบ๊องๆ ทำตัวต๊องๆ เหมือนเสแสร้งยังไงไม่รู้ เรียกว่าช่วงแรกๆ ผมเป็นคนที่ค่อนข้างเงียบมากๆ ทำให้ไม่มีใครคุยด้วยเลย จริงๆ ผมก็อยากรู้จักเพื่อนๆ ทุกคนล่ะนะ
เหล่าเพื่อนๆ ที่นั่งใกล้ๆผม เหมือนถูกบังคับจับให้ทำงานด้วยกัน แต่เมื่อทำงานสนิทสนมกันไปนานๆ มันก็ดีนะ ผมก็เริ่มได้คุย ได้เล่นๆ มากขึ้น แต่ก็อย่างว่าแหละคนเรามันก็ต้องมีเคืองกันบ้างแหละ โดยเฉพาะไอ่คนที่นั่งข้างๆ ผมประจำเนี่ย มันชอบกวนอวัยวะของผมจริงๆ ให้ตายสิ
ด้วยความเบื่อผมก็หันไปมองดูอะไรข้างหลังบ้าง และแน่นอน ผมก็เห็นเธอกับกลุ่มเพื่อนๆ ผู้หญิงของเธอกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน แต่ไม่ค่อยได้ทำงานเลย ส่วนใหญ่จะจับกลุ่มเม้าส์กันมากกว่า เอ่อ อย่างว่านะ มันกลุ่มผู้หญิง และผมเองก็อยู่กลุ่มผู้หญิงมากเยอะ ก็เข้าใจล่ะ ว่ามันก็ต้องมีคุยกันเป็นส่วนใหญ่ แต่คนที่เด่นที่สุดก็เป็นเธอ ตอนนั้นเธอผมสั้น หน้าตาดูบ้านๆ มากๆ เธอเอาแต่คุย และก็เล่นๆ ตลอดเลยจริงๆ
ผมมักจะกลับห้องมาเจอเพื่อนๆ กลุ่มผู้ชายเสมอ แต่รู้ไหมครับว่ามันน่าเบื่อมากๆ ทั้งกลุ่มเพื่อนๆ ที่เห็นแก่ตัว คนนู้นจะทำยังงี้ ทำอะไรๆ ก็ไม่เคยเกรงใจใคร แต่ผมก็ต้องทน บางทีมันก็สนุกสนานนะ แต่บางทีมันก็เซ็ง ยังดีที่ตอนนั้นผมมีกิจกรรมให้ทำเยอะ มีกีฬาให้เล่น เลยลืมเรื่องเซ็งๆ ในชีวิตไปทั้งหมดเลย
เวลาก็ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว ชีวิตผมก็ยังเป็นเหมือนเดิม ระหว่างที่ผมขับรถกำลังจะออกไปทำเรียน อยู่ดีๆ ผมก็เจอเธอ ซึ่งเจอไม่บ่อยนัก เธอขับรถสกู้ตเตอร์สีเหลืองผ่านหน้าผมไป ตอนนั้นผมก็ยอมรับว่าเธอดูดีขึ้นมา ผมเธอยาวสลวยแล้ว และก็แต่งตัวไม่บ้านๆ แล้ว ตอนนั้นผมแอบคิดเหมือนกันว่า เธอดูสวยขึ้นนะ มีคนเคยบอกผมว่า ตอนเข้ามาแรกๆ น่ะ จะผู้หญิงจะดูบ้านๆ กันทุกคน แต่พอนานๆ เข้าต่างคนต่างจะเริ่มฉายแววเด่น แววสวยกันออกมา ตอนนั้นล่ะ ก็จะมีคนเริ่มมาจีบล่ะ เพราะฉะนั้น อย่าช้า ต้องรีบเล็งๆ แล้วก็จีบตั้งแต่ตอนบ้านๆ นี่ล่ะ ผมนี่เห็นด้วยเลย มันจริงมากๆ เลย คนที่ไม่สวย พอนานไปก็เริ่มดูดีได้ มันจริงนะ
เป็นความจริงอีกข้อนึงว่าในตอนนั้นผมไม่ได้สนใจเธอเลย ผมกับเธอเจอกันบ้างในระหว่างเรียน และที่สำคัญในวิชาๆ หนึ่งเรานั่งติดกัน แต่เชื่อไหม ผมไม่รู้สึกตัวเลยว่า เราอยู่ด้วยกัน เหมือนเธอไม่มีตัวตน และผมก็เป็นเช่นเดิม ไม่พูดกะใคร ไม่คุย แต่เธอน่ะ (ตอนนั้นน่ารักแล้ว) ก็มักจะชวนคุยเป็นมารยาท และก็จะถามผมเสมอๆ เพราะผมเก่งในวิชานั้นผมก็จะตอบๆ ไป ตอนนั้นผมแอบรู้สึกนิดนึงว่า เฮ้ยย เธอเองก็น่ารักดีนะ ตอนนั้นหน้าเธอใสขึ้น ผมยาว นั่งใกล้ๆ ผมด้วย ผมก็อดที่จะหันไปมองบ้างไม่ได้เหมือนกัน เป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เธอน่ารักจริงๆ
แต่ผมก็ปล่อยเวลาไม่ทำอะไรต่อไป วันเวลามันเลยผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนตอนนั้นผมมีความทรงจำเกี่ยวกับเธอน้อยมากๆ เลย ผมก็เรียนๆ เล่นๆ ไปอย่างเคย แต่ใครจะคิดล่ะว่า วันนึงผมจะรู้สึกชอบเธอขึ้นมาได้
ผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าผมเห็นหน้าเธอครั้งแรกเมื่อไหร่ ตอนไหน แต่รู้ว่าตอนเห็นหน้าเธอครั้งแรกผมรู้สึกไม่ถูกชะตาด้วยอย่างแรง เหมือนกับว่าผู้หญิงหน้าตาแบบนี้จะดูไม่ดีในสายตาของผมเลย ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว เธอก็ดูดีที่สุดในหมู่เพื่อนๆ ผู้หญิงของผมเลยก็ตาม
หน้าตาเธอดูแรงๆ ยังไงชอบกล ผมคิดตอนนั้น และก็คิดว่าไม่ยุ่งด้วยเป็นดีที่สุดล่ะ ออกห่างๆ ไว้ดีกว่า แต่ผมก็จะเจอเธอบ้างบางโอกาสเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่ผมจะไม่ได้มองเธอเลยก็ตามที มีอยู่ครั้งหนึ่งเธอนั่งอยู่ด้านหลังผมเยื้องๆ ผมไปนิดนึง แต่ก็สามารถพูดคุยกันได้ เธอก็มักจะคุยกับเพื่อนๆ ผู้หญิงของเธอไป ด้วยความสนุกสนาน ในขณะที่ผมนั่งรอเวลาอย่างน่าเบื่อ ว่าเมื่อไหร่ๆ มันจะเสร็จสักที ตอนนั้นเป็นครั้งแรกล่ะมั้ง ที่เธอชวนผมคุย และผมก็ตอบไปอย่างเฝื่อนๆ เหมือนไม่อยากตอบ
ชีวิตผมก็ยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ผมกับเธอไม่ค่อยได้เจอกันหรอกนะ แต่ด้วยสภาวะการณ์มันบังคับทำให้ต้องเจอต้องคุยกันบ้างเป็นครั้งคราว แต่ผมน่ะ ไม่ค่อยชอบหน้าตาเธอเท่าไหร่ หน้าตาบ๊องๆ ทำตัวต๊องๆ เหมือนเสแสร้งยังไงไม่รู้ เรียกว่าช่วงแรกๆ ผมเป็นคนที่ค่อนข้างเงียบมากๆ ทำให้ไม่มีใครคุยด้วยเลย จริงๆ ผมก็อยากรู้จักเพื่อนๆ ทุกคนล่ะนะ
เหล่าเพื่อนๆ ที่นั่งใกล้ๆผม เหมือนถูกบังคับจับให้ทำงานด้วยกัน แต่เมื่อทำงานสนิทสนมกันไปนานๆ มันก็ดีนะ ผมก็เริ่มได้คุย ได้เล่นๆ มากขึ้น แต่ก็อย่างว่าแหละคนเรามันก็ต้องมีเคืองกันบ้างแหละ โดยเฉพาะไอ่คนที่นั่งข้างๆ ผมประจำเนี่ย มันชอบกวนอวัยวะของผมจริงๆ ให้ตายสิ
ด้วยความเบื่อผมก็หันไปมองดูอะไรข้างหลังบ้าง และแน่นอน ผมก็เห็นเธอกับกลุ่มเพื่อนๆ ผู้หญิงของเธอกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน แต่ไม่ค่อยได้ทำงานเลย ส่วนใหญ่จะจับกลุ่มเม้าส์กันมากกว่า เอ่อ อย่างว่านะ มันกลุ่มผู้หญิง และผมเองก็อยู่กลุ่มผู้หญิงมากเยอะ ก็เข้าใจล่ะ ว่ามันก็ต้องมีคุยกันเป็นส่วนใหญ่ แต่คนที่เด่นที่สุดก็เป็นเธอ ตอนนั้นเธอผมสั้น หน้าตาดูบ้านๆ มากๆ เธอเอาแต่คุย และก็เล่นๆ ตลอดเลยจริงๆ
ผมมักจะกลับห้องมาเจอเพื่อนๆ กลุ่มผู้ชายเสมอ แต่รู้ไหมครับว่ามันน่าเบื่อมากๆ ทั้งกลุ่มเพื่อนๆ ที่เห็นแก่ตัว คนนู้นจะทำยังงี้ ทำอะไรๆ ก็ไม่เคยเกรงใจใคร แต่ผมก็ต้องทน บางทีมันก็สนุกสนานนะ แต่บางทีมันก็เซ็ง ยังดีที่ตอนนั้นผมมีกิจกรรมให้ทำเยอะ มีกีฬาให้เล่น เลยลืมเรื่องเซ็งๆ ในชีวิตไปทั้งหมดเลย
เวลาก็ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว ชีวิตผมก็ยังเป็นเหมือนเดิม ระหว่างที่ผมขับรถกำลังจะออกไปทำเรียน อยู่ดีๆ ผมก็เจอเธอ ซึ่งเจอไม่บ่อยนัก เธอขับรถสกู้ตเตอร์สีเหลืองผ่านหน้าผมไป ตอนนั้นผมก็ยอมรับว่าเธอดูดีขึ้นมา ผมเธอยาวสลวยแล้ว และก็แต่งตัวไม่บ้านๆ แล้ว ตอนนั้นผมแอบคิดเหมือนกันว่า เธอดูสวยขึ้นนะ มีคนเคยบอกผมว่า ตอนเข้ามาแรกๆ น่ะ จะผู้หญิงจะดูบ้านๆ กันทุกคน แต่พอนานๆ เข้าต่างคนต่างจะเริ่มฉายแววเด่น แววสวยกันออกมา ตอนนั้นล่ะ ก็จะมีคนเริ่มมาจีบล่ะ เพราะฉะนั้น อย่าช้า ต้องรีบเล็งๆ แล้วก็จีบตั้งแต่ตอนบ้านๆ นี่ล่ะ ผมนี่เห็นด้วยเลย มันจริงมากๆ เลย คนที่ไม่สวย พอนานไปก็เริ่มดูดีได้ มันจริงนะ
เป็นความจริงอีกข้อนึงว่าในตอนนั้นผมไม่ได้สนใจเธอเลย ผมกับเธอเจอกันบ้างในระหว่างเรียน และที่สำคัญในวิชาๆ หนึ่งเรานั่งติดกัน แต่เชื่อไหม ผมไม่รู้สึกตัวเลยว่า เราอยู่ด้วยกัน เหมือนเธอไม่มีตัวตน และผมก็เป็นเช่นเดิม ไม่พูดกะใคร ไม่คุย แต่เธอน่ะ (ตอนนั้นน่ารักแล้ว) ก็มักจะชวนคุยเป็นมารยาท และก็จะถามผมเสมอๆ เพราะผมเก่งในวิชานั้นผมก็จะตอบๆ ไป ตอนนั้นผมแอบรู้สึกนิดนึงว่า เฮ้ยย เธอเองก็น่ารักดีนะ ตอนนั้นหน้าเธอใสขึ้น ผมยาว นั่งใกล้ๆ ผมด้วย ผมก็อดที่จะหันไปมองบ้างไม่ได้เหมือนกัน เป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เธอน่ารักจริงๆ
แต่ผมก็ปล่อยเวลาไม่ทำอะไรต่อไป วันเวลามันเลยผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนตอนนั้นผมมีความทรงจำเกี่ยวกับเธอน้อยมากๆ เลย ผมก็เรียนๆ เล่นๆ ไปอย่างเคย แต่ใครจะคิดล่ะว่า วันนึงผมจะรู้สึกชอบเธอขึ้นมาได้
Monday, April 2, 2007
Her Face...
ครั้งหนึ่งและครั้งเดียวในชีวิตที่ได้มองหน้าเธอใกล้ๆ มันช่างเป็นช่วงเวลาที่ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นมาจริงๆ หรือ? ผมได้ถามตัวเองในตอนนั้น
เธออาบน้ำเสร็จแล้ว และก็เดินมานั่งข้างๆ ผม เราสองคนนั่งใกล้กันมาก เนื่องจากกำลังตั้งวงเล่นเกมบิงโกกันอยู่ ซึ่งมีคนเล่นเยอะมากๆ ผมทำอะไรไม่ถูกจริงๆ เวลาที่เธอมานั่งใกล้ๆ ผม หัวเข่าของเราสองคนชนกัน ทำให้รู้สึกถึงความนิ่มของต้นขาเธอ และไออุ่นหลังอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ
ต่อมาก็เป็นกลิ่นแชมพูจากผมที่ยังเปียกหมาดๆ ของเธอมาแตะจมูกของผม ลมแรงพอที่จะพัดเบาๆ ให้กลิ่นหอมพัดเข้าจมูกผมได้ไม่ยาก ทำให้ผมหันหน้าไปทางเธอ และเริ่มมองหน้าเธอทันที
ผมพบว่า ผมของเธอที่ทั้งตรง และสวยอยู่แล้ว หลังอาบน้ำเสร็จพริ้วไหวเล็กน้อยตามลมที่พัดมา จากนั้น ผมเริ่มสะดุดที่แก้มเธอเป็นสิ่งที่สอง ตอนนั้นผมคิดว่า แก้มเธอดูเนียน กว่าที่ผมคิดไว้มาก อาจจะเพราะว่าเพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ แก้มที่เนียน และน่าหอมนั้น ทำให้ผมคิดไปไกลเลยว่า หากได้หอมแก้มเธอตอนนี้ล่ะก็ ตายคงต้องยอมล่ะ
เธอเริ่มพูด และเริ่มบ่นกับเกมบิงโกมาขึ้น เพราะเลขในกระดาษของเธอ ไม่ค่อยได้ถูกขานมากนัก ซึ่งตอนนี้เงินพนันสูงถึง 6 บาทแล้วเชียว
ผมเริ่มมองมาที่ริมฝีปากของเธอแทน เธอเป็นคนที่เวลาพูดแล้ว ปากเธอจะออกอาการที่ไม่ค่อยเหมือนคนอื่นๆ ซึ่งผมเองก็ยกตัวอย่างไม่ค่อยถูกนัก เอาเป็นว่า ผมชอบริมฝีปากเธอตอนพูดแล้วกัน
ตอนนั้นผมไม่ค่อยได้สนใจเลขในกระดาษมากนักแล้ว ใครจะบิง ก็ บิงไป แต่ดูเหมือนเธอลุ้นตัวโก่งเลยทีเดียว ไม่ได้สนใจผู้ชายที่กำลังมองเธออยู่เลย ส่วนผมเองก็เหลือบมองกระดาษของผมเป็นพักๆ ด้วยความสนใจสิ่งอื่นมากกว่า
จุดเด่นจริงๆ ของเธอก็คือ ดวงตา ที่เรียวสวย และมีเสน่ห์อย่างรุนแรง ผมเชื่อว่า ผู้ชายคนไหนก็ตามเจอสายตาที่เธอมองแบบเคลิ้มๆ ล่ะก็คงไม่ทางรอดไปจากมนต์เสน่ห์ของเธอแน่ แต่ผมโชคร้ายที่ไม่เคยโดน แต่เชื่อไหม แค่ธรรมดาๆ แล้ว ผมก็แทบจะทำอะไรไม่ถูกอยู่แล้วล่ะ
ผมสังเกตได้ว่าในตอนนี้ สายตาเธอออกแนวเจ้าเล่ห์ และแอบแช่งคนที่กำลังจะบิงโกเล็กๆ ประมาณว่า ถ้าใครบิงโกตอนนี้ ต้องแช่งให้บ้านไฟไหม้แน่ๆ
หลายๆ คนอาจจะคิดว่า หากผมได้อยู่ใกล้ขนาดนี้ใจผมต้องเต้นตึกตัก ไม่เป็นจังหวะแน่ๆ แต่รู้ไหมครับว่ามันกลับกัน ผมหายใจช้าลง และรู้สึกว่าหัวใจผมเต้นช้าลงมากด้วย เหมือนเวลาตอนนั้นจะหยุดเดินเลย ผมใช้สมาธิมากขึ้น ไม่เช่นนั้นคงจะไม่สังเกตสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป ผมอยู่ใกล้ขนาดนี้ทำให้คิดได้ว่า เธอสวยกว่าที่เห็นจริงๆ นะ
ตอนนั้นผมได้ยินเสียงคนอื่นเบาๆ แต่กลับได้ยินเสียงเธอดังมาก รู้ไหมครับผมล่ะชอบเสียงของเธอจริงๆ มันแสดงออกถึงความจริงใจ และขี้เล่นอยู่ด้วย แต่ผมไม่ชอบเลย เวลาที่มีคนอื่นมาพูดเจ๊าะแจ๊ะเธอ
ในที่สุดก็มีคนบิงโกจนได้ เธอก็ทำท่าโวยวายและบ่นไม่พอใจกับเงินที่เสียค่ากองกลางไป 1 บาท แล้วก็พูดขึ้นว่า "ไม่เอา ไม่เล่นแล้ว เจ๊งๆ" ทำยังกับว่า เธอเสียเงินเล่นบิงโกจนหมดตัว แต่ก็อย่างว่าแหละครับ นี่ก็เป็นเสน่ห์อย่างนึงในตัวเธอ ที่คุยสนุก เข้ากับคนได้ง่าย และก็สามารถเอนเตอร์เทนต์เพื่อนๆ ได้เป็นอย่างดี
แต่แล้ว เวลาที่จะได้อยู่ใกล้ๆ กันก็หมดลงแล้ว และก็เป็นไปตามที่ผมคิด เธอก็ลุกเดินออกไป เปลี่ยนเรื่องคุยกับคนอื่น เหมือนลืมว่า เมื่อตะกี้ตัวเองบ่น กับการเล่นบิงโกอยู่เลย
ผมบ่นเสียดายในใจ และคิดว่า เธอน่าจะเล่นอีกซักตา สองตา เผื่อผมจะสามารถค้นพบอะไรในตัวเธอได้มากกว่านี้ก็ได้ แต่ก็ดีแล้วครับ คนเราควรพอใจกับสิ่งที่ได้มาและผมก็ดีใจมากๆ ด้วย
หลังจากเธอลุกออกไปแล้วผมแอบขอบคุณสวรรค์ที่เธอไม่ได้หันมามองผม ทำให้ผมได้เห็นหน้าเธอนานๆ แม้มันจะเป็นเวลาไม่กี่นาทีเอง แต่ผมก็มีความสุขเหลือเกิน ...
เธออาบน้ำเสร็จแล้ว และก็เดินมานั่งข้างๆ ผม เราสองคนนั่งใกล้กันมาก เนื่องจากกำลังตั้งวงเล่นเกมบิงโกกันอยู่ ซึ่งมีคนเล่นเยอะมากๆ ผมทำอะไรไม่ถูกจริงๆ เวลาที่เธอมานั่งใกล้ๆ ผม หัวเข่าของเราสองคนชนกัน ทำให้รู้สึกถึงความนิ่มของต้นขาเธอ และไออุ่นหลังอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ
ต่อมาก็เป็นกลิ่นแชมพูจากผมที่ยังเปียกหมาดๆ ของเธอมาแตะจมูกของผม ลมแรงพอที่จะพัดเบาๆ ให้กลิ่นหอมพัดเข้าจมูกผมได้ไม่ยาก ทำให้ผมหันหน้าไปทางเธอ และเริ่มมองหน้าเธอทันที
ผมพบว่า ผมของเธอที่ทั้งตรง และสวยอยู่แล้ว หลังอาบน้ำเสร็จพริ้วไหวเล็กน้อยตามลมที่พัดมา จากนั้น ผมเริ่มสะดุดที่แก้มเธอเป็นสิ่งที่สอง ตอนนั้นผมคิดว่า แก้มเธอดูเนียน กว่าที่ผมคิดไว้มาก อาจจะเพราะว่าเพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ แก้มที่เนียน และน่าหอมนั้น ทำให้ผมคิดไปไกลเลยว่า หากได้หอมแก้มเธอตอนนี้ล่ะก็ ตายคงต้องยอมล่ะ
เธอเริ่มพูด และเริ่มบ่นกับเกมบิงโกมาขึ้น เพราะเลขในกระดาษของเธอ ไม่ค่อยได้ถูกขานมากนัก ซึ่งตอนนี้เงินพนันสูงถึง 6 บาทแล้วเชียว
ผมเริ่มมองมาที่ริมฝีปากของเธอแทน เธอเป็นคนที่เวลาพูดแล้ว ปากเธอจะออกอาการที่ไม่ค่อยเหมือนคนอื่นๆ ซึ่งผมเองก็ยกตัวอย่างไม่ค่อยถูกนัก เอาเป็นว่า ผมชอบริมฝีปากเธอตอนพูดแล้วกัน
ตอนนั้นผมไม่ค่อยได้สนใจเลขในกระดาษมากนักแล้ว ใครจะบิง ก็ บิงไป แต่ดูเหมือนเธอลุ้นตัวโก่งเลยทีเดียว ไม่ได้สนใจผู้ชายที่กำลังมองเธออยู่เลย ส่วนผมเองก็เหลือบมองกระดาษของผมเป็นพักๆ ด้วยความสนใจสิ่งอื่นมากกว่า
จุดเด่นจริงๆ ของเธอก็คือ ดวงตา ที่เรียวสวย และมีเสน่ห์อย่างรุนแรง ผมเชื่อว่า ผู้ชายคนไหนก็ตามเจอสายตาที่เธอมองแบบเคลิ้มๆ ล่ะก็คงไม่ทางรอดไปจากมนต์เสน่ห์ของเธอแน่ แต่ผมโชคร้ายที่ไม่เคยโดน แต่เชื่อไหม แค่ธรรมดาๆ แล้ว ผมก็แทบจะทำอะไรไม่ถูกอยู่แล้วล่ะ
ผมสังเกตได้ว่าในตอนนี้ สายตาเธอออกแนวเจ้าเล่ห์ และแอบแช่งคนที่กำลังจะบิงโกเล็กๆ ประมาณว่า ถ้าใครบิงโกตอนนี้ ต้องแช่งให้บ้านไฟไหม้แน่ๆ
หลายๆ คนอาจจะคิดว่า หากผมได้อยู่ใกล้ขนาดนี้ใจผมต้องเต้นตึกตัก ไม่เป็นจังหวะแน่ๆ แต่รู้ไหมครับว่ามันกลับกัน ผมหายใจช้าลง และรู้สึกว่าหัวใจผมเต้นช้าลงมากด้วย เหมือนเวลาตอนนั้นจะหยุดเดินเลย ผมใช้สมาธิมากขึ้น ไม่เช่นนั้นคงจะไม่สังเกตสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป ผมอยู่ใกล้ขนาดนี้ทำให้คิดได้ว่า เธอสวยกว่าที่เห็นจริงๆ นะ
ตอนนั้นผมได้ยินเสียงคนอื่นเบาๆ แต่กลับได้ยินเสียงเธอดังมาก รู้ไหมครับผมล่ะชอบเสียงของเธอจริงๆ มันแสดงออกถึงความจริงใจ และขี้เล่นอยู่ด้วย แต่ผมไม่ชอบเลย เวลาที่มีคนอื่นมาพูดเจ๊าะแจ๊ะเธอ
ในที่สุดก็มีคนบิงโกจนได้ เธอก็ทำท่าโวยวายและบ่นไม่พอใจกับเงินที่เสียค่ากองกลางไป 1 บาท แล้วก็พูดขึ้นว่า "ไม่เอา ไม่เล่นแล้ว เจ๊งๆ" ทำยังกับว่า เธอเสียเงินเล่นบิงโกจนหมดตัว แต่ก็อย่างว่าแหละครับ นี่ก็เป็นเสน่ห์อย่างนึงในตัวเธอ ที่คุยสนุก เข้ากับคนได้ง่าย และก็สามารถเอนเตอร์เทนต์เพื่อนๆ ได้เป็นอย่างดี
แต่แล้ว เวลาที่จะได้อยู่ใกล้ๆ กันก็หมดลงแล้ว และก็เป็นไปตามที่ผมคิด เธอก็ลุกเดินออกไป เปลี่ยนเรื่องคุยกับคนอื่น เหมือนลืมว่า เมื่อตะกี้ตัวเองบ่น กับการเล่นบิงโกอยู่เลย
ผมบ่นเสียดายในใจ และคิดว่า เธอน่าจะเล่นอีกซักตา สองตา เผื่อผมจะสามารถค้นพบอะไรในตัวเธอได้มากกว่านี้ก็ได้ แต่ก็ดีแล้วครับ คนเราควรพอใจกับสิ่งที่ได้มาและผมก็ดีใจมากๆ ด้วย
หลังจากเธอลุกออกไปแล้วผมแอบขอบคุณสวรรค์ที่เธอไม่ได้หันมามองผม ทำให้ผมได้เห็นหน้าเธอนานๆ แม้มันจะเป็นเวลาไม่กี่นาทีเอง แต่ผมก็มีความสุขเหลือเกิน ...
Subscribe to:
Posts (Atom)