Monday, April 30, 2007
ต้องหาเวลาไปอ่านหนังสือบ้างแล้ว
ส่วนเรื่องเก่าๆ อย่างพวก Art of War, Economic อะไรพวกนี้ไม่ค่อยได้อัพเลย ก็เลยรู้ตัวว่า นี่ตูไม่ได้อ่านหนังสือเลยนี่หว่า เลยไม่มีเรื่องอื่นๆ มาลงนอกจากที่ว่ามา สงสัยต้องหาหนังสือมาอ่านล่ะ ส่วนหนังสือเก่าๆ ของผมน่ะ อ่านเกือบหมดแล้ว แต่ตอนนี้ก็มีเรื่องที่เล็งๆ ไว้แล้ว แต่ยังบ่จี๊ นี่ดิ คงต้องรออีกนานหน่อย...
เคยมีอาจารย์อยู่ท่านนึงเคยบอกไว้ว่า คนเราเนี่ยนะอย่างน้อยควรจะอ่านหนังสือจบเดือนล่ะ 1 เล่ม หนังสือแบบความรู้ เรื่องทั่วไปนะครับ ไม่ใช่การ์ตูน เพื่อพัฒนาสมอง และให้รอบรู้อยู่เสมอ...
หลายวันก่อนผมก็ไปค้นๆ พวกหนังสือเก่าๆ ไว้ไปอ่านตอนจะเรียน ป.โท ส่วนใหญ่เป็นหนังสือความรู้ที่ต้องใช้เป็นพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หนังสือคู่มือทำแลปสมัย ป.ตรี ครับ ใครที่เรียนต่อ ป.โท จะรู้ว่ามันล้ำค่ามากๆ เลยกับหนังสือทำแลปเนี่ย เพราะตอน ป.โท ต้องหาวิธีการทำเองเป็นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยมีไดเรคชั่นแลปมากางๆ แล้วก็ทำๆ ล่ะนะ...
ถึงแม้ว่าผมเนี่ยจะเก่ง (^^) พอจำได้เรื่องทำแลปน่ะ ว่าพื้นฐานต้องทำไงบ้าง แต่เรียนต่อไปมันแอดวานซ์แล้วนี่ดิ แต่ก็ยังดีที่มีพื้นฐานดี แต่ก็คงต้องกลับไปอ่านทบทวนล่ะ...
แต่เมื่อวานไปดื่มกับเพื่อนมา เลยหัวมึนๆ ตึ๊บๆ เล็กน้อย ถึงปานกลาง รู้สึกไม่อยากอ่านเลย แต่ถ้าไม่อ่านบ้างกลัวไม่ได้ใช้งานสมอง เด๊วสมองเสื่อมอีก...โฮ้ๆๆ ก็เลยโหลดเกมพัฒนาสมองของเรา 5 ด้านมา ลองดูเวบไซต์ครับที่นี่...http://www.braintrainage.com/mind-game-screen.html
แถมตอนเรียนผมก็รู้สึกกดดันเล็กๆ อีกแล้ว โดยที่ต้องตั้งใจที่จะเรียนให้ได้เกรด 4. ให้ได้ล่ะนะ เพื่ออนาคตด้วยล่ะ วางแผนไว้บ้างพอสมควรแล้ว แต่สงสัยผมจะมาแนวเดิมคือ อยากทำก็ทำอีกล่ะ อารมณ์ศิลปินสูงอีก วิชาไหนอยากเรียนก็เรียน ไม่อยากเรียนก็ปล่อยช่างหัวมันอีก เฮ้อออ...ต้องปรับปรุงตัวครับ
วันนี้ช่วงบ่ายๆ คงต้องหาเวลาไปอ่านหนังสือให้ได้ซัก 10 หน้าเป็นอย่างต่ำครับ สู้ๆ...
Sunday, April 29, 2007
I'm glad to hearing your voice...
เสียงคุณก็ยังคงเหมือนเดิม มันยังดังก้องอยู่เสมอในใจของผม ผมจำได้ จำเสียงของคุณได้ดีเลยล่ะ เสียงแหลมๆ ดังๆ แต่แฝงไว้ด้วยอารมณ์ที่สดใส คำพูดที่ดูบ้าบอ ไร้สาระ ต๊องๆ จนผมอดคิดไม่ได้ว่าคุณพูดมาได้ไงนะ รู้ไหมบางครั้งมันทำให้ผมคนนี้ถึงกับต้องแป๊ก พูดอะไรไม่ออกเหมือนกันนะ เพราะผมเดาไม่ได้เลยว่า คุณจะพูดอะไรต่อไป...
ถ้าจะต้องเลือกอะไรซักอย่างเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่สุดในโลกอันดับที่ 8 ล่ะก็ ผมขอเลือกคุณได้ไหม...คุณช่างเป็นผู้หญิงที่มหัศจรรย์สำหรับผมซ่ะจริงๆ ทำให้ผมต้องยิ้มได้ทุกครั้งที่คิดถึงคุณ ต้องประหม่าไม่เป็นตัวของตัวเอง ทำให้ผมต้องทุกข์ เวลาคุณไม่ได้สนใจผม และที่สำคัญ คุณเป็นผู้หญิงหนึ่งเดียวในจักรวาลนี้ที่ผมหลงรักแทบเป็นบ้า คุณรู้ตัวไหม...
แต่คิดดูอีกที ผมไม่ขอเลือกคุณเป็น 1 ใน 8 สิ่งมหัศจรรย์ดีกว่า ผมหวง ผมอยากเก็บคุณไว้ในใจของผมคนเดียว ขอให้แม้ว่ายามตื่นลืมตา รึ แม้แต่ตอนที่หลับตานอน ขอให้คุณเป็นคนแรก และคนเดียวที่ผมจะคิดถึง จะได้ไหม...
แม้ว่ามันจะเป็นไปไม่ได้ตอนนี้ แต่ผมก็มีความสุขที่ได้ฟังเสียงของคุณ ทำให้ผมต้องหลงคิดไปไกลเกินไป คิดว่าซักวันนึง จะทำให้คุณมานั่งพูดกับผมใกล้ๆ จะได้ไหมนะ...
แต่สิ่งหนึ่งที่อยากให้คุณรู้คือ...ผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้ฟังเสียงของคุณนะ
Saturday, April 28, 2007
Thursday, April 26, 2007
ความเดิมตอนที่แล้ว...
เรื่องราวหลากหลายทำให้ผมต้องอารมณ์เสียอยู่ตลอดเวลา อย่างนี้มันดีซ่ะกว่าถ้าได้อยู่คนเดียว ซื้อเค้กก้อนเล็กๆ มานั่งเก็บตัวอยู่ รอเวลาเที่ยงคืนแล้วก็เป่ามันไป จากนั้นก็ลงมือกินเค้กด้วยความเอร็ดอร่อยอยู่คนเดียว...มันยังดีซ่ะกว่าที่เป็นแบบนี้
ขณะที่ผมตั้งใจจะอยู่เงียบๆ คนเดียว ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร แต่เชื่อไหมครับว่า มันก็มีเรื่องจนได้ เพราะการได้พบเจอคนอื่นๆ นี่ล่ะ
วันๆ ผมจะนั่งอยู่หน้าคอม เล่นเกม อ่านข่าวกีฬา ถึงเวลากินข้าวก็ลงไปกิน ไม่อยากจะสุงสิงกับใคร...ผมรู้ตัวว่าตอนนี้จะต้องเพ่งใช้สมาธิ ต้องพยายามรวบรวมกำลังเพื่อจะเตรียมตัวไปเรียนต่อ มันใกล้เข้ามาแล้ว
แต่ที่ผมไม่เข้าใจคือ ทำไม ผมไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ทำไมต้องว่า ต้องบ่น ต้องทำอะไรๆ ที่ผมต้องหงุดหงิดหรืออารมณ์เสีย...จริงที่ผมหงุดหงิดง่าย และด้วนสภาวะแวดล้อมแบบนี้ด้วยแล้ว ผมยิ่งหงุดหงิดง่ายไปใหญ่เลย
และด้วยนิสัยส่วนตัวคือ ผมจะไม่อธิบายกับใครหรอกว่าผมคิดอะไรอยู่ ไม่บอกด้วยว่าอยากให้ทำยังไง ยกเว้นถ้าผมอยากให้ทำยังงี้ผมจะบอกเอง แต่มันน้อยล่ะที่ผมจะพูด ผมคิดว่าคนเราน่าจะมี เซ้นส์ ที่จะบอกว่าควรทำตัวยังไง เพราะอย่างนี้ไง จึงไม่ค่อยมีใครเข้าใจผม เอาเป็นว่าไม่มีเลยดีกว่าในเวลานี้ และผมก็ไม่อยากให้เข้าใจด้วย มันหงุดหงิดมันน่ารำคาญ ที่ต้องคอยพูด คอยบอก คอยอธิบายสิ่งเหล่านี้มันเป็นนิสัยที่ไม่ดีจริงๆ
อย่างนี้ผมน่าจะเหมาะกับการอยู่คนเดียวจริงๆ แต่ไม่ใช่ว่าจะมีโลกส่วนตัวอย่างนั้นหรอกนะ แต่อยากจะมีเวลาสักนิดในวันนึง ที่อยากอยู่คนเดียวบ้าง เพื่อทบทวนกับชีวิตในวันนี้...เพียงแต่ช่วงนี้ผมต้องการเวลามากหน่อย ที่จะคิดเท่านั้นเอง
ในเวลานี้จึงเป็นช่วงที่เปราะบางมากในชีวิตผม เพราสมาธิมันกระเจิงได้ง่ายมาก เสียงนู้นเสียงนี่ ก็พอที่จะทำให้ผมรู้สึกอารมณ์เสียได้แล้ว เหมือนกับคนที่พยายามจะเข้าใจในชีวิตตัวเอง แต่ก็หาความสงบไม่ได้ ว่างั้น
ผมเองเป็นคนที่เวลาทำผิดจะยอมรับผิดอย่างตรงไปตรงมา แต่ถ้าผมคิดว่าผมไม่ได้ทำอะไรผิดล่ะก็ อย่าเชียวที่จะมาหาว่าผมทำผิด ผมจะระเบิดทันทีเลย
หากผมไม่ได้ไปยุ่งวุ่นวายกับใคร อย่าเชียวที่จะต้องมากล่าวหาผม อย่าเชียวที่พูดจาทำให้ผมหงุดหงิด มันอาจจะผิดที่ผมเป็นคนแบบนี้และไม่เลือกด้วยว่ากับใคร ผมไม่สนใจทั้งนั้น
ทำไมล่ะ กับการที่ผมเนี่ยพยายามรักษาจิตใจตัวเอง พยายามทำให้ตัวเองยังคงสภาพของผมเองอยู่ได้ วันๆ เนี่ยไม่ได้ต้องการจะไปยุ่งกับใครเลยเพราะผมไม่ต้องการความวุ่นวายในชีวิต ตอนนี้มันกำลังเหมือนกับตอนที่ผมเรียนจบใหม่ๆ ผมกำลังคว้าง และไม่รู้จะไปทางไหน คิดจะทำทางไหนมันก็ไปไม่ได้ ไม่สำเร็จ
ธรรมดาผมก็หงุดหงิดอยู่แล้วที่ผมทำไม่ได้ เพราะผมเป็นพวก Perfectionist คนนึงเหมือนกัน ทำอะไรหากคิดว่าจะทำก็ต้องทำให้ได้ ทำให้สำเร็จ และที่สำคัญมันจะต้องเป็นไปตามที่ผมคาดไว้ด้วย ต้องได้ตามที่ต้องการ แต่ถ้าไม่ได้ผมจะไม่โทษใครจะหงุดหงิดโทษตัวเอง
ผมอยากไม่อยากได้คำปรึกษาในช่วงเวลานั้น เพราะผมกำลังทบทวนตัวผมเองอยู่ ว่าผมกำลังทำอะไรอยู่แค่นั้นมันก็เครียดพอแล้ว กับคำด่า คำบ่น คำที่ปรีกษาได้ไร้สาระอะไรต่างๆ นานาเข้ามา ทำไมไม่ให้ผมได้คิดทบทวน จนอารมณ์ดีเสียก่อน ตอนนั้นผมอยากอยู่คนเดียว หนีโลกอยากไปนั่งขบคิดอะไรๆ คนเดียวในห้องแคบๆ...
แต่ทุกคนก็ต้องเข้ามาทำให้ผมเนี่ยต้องสมาธิแตก ก็ไม่แปลกที่ผมจะไม่หงุดหงิด แต่ทำไมล่ะครับ ผมอยากได้เวลาสักช่วงนึง ห้องเล็กๆ ซักห้องนึง อยู่คนเดียว ขอคิดปลงให้ตก แก้ปัญหาที่มีให้ได้ เท่านั้นเอง...แต่ก็ไม่มีคนเข้าใจ
ในเวลานี้ก็เช่นเดียวกัน ผมได้ตัดสินอนาคตของตัวเองไปแล้ว พยายามทำตัวเองให้นิ่งที่สุด ไม่อยากต้องเก็บเอาอารมณ์คนอื่นมาคิด แต่มันก็ไม่ได้สิน่า
เพราะชีวิตคนเราอยู่คนเดียวไม่ได้ มันต้องอยู่กับคนอื่น ต้องมีเรื่องราวกับคนอื่นด้วยนี่สิ...
ผมก็รู้สึกผิดนะ ที่เป็นแบบนี้ แต่ผมต้องการแก้ไขมัน ผมต้องการจะใช้เวลา และความเงียบสักนิดที่จะคิดอะไรต่อมิอะไรในชีวิต
ตอนนี้ผมอยากอยู่คนเดียว ขอร้องอย่ามารบกวนผมอีกเลย...มันน่ารำคาญมากๆ ผมอยากจะบอกอย่างนั้นใจจะขาด และคิดว่าอีกไม่นานผมจะขึ้นไปอยู่เชียงใหม่แล้ว ก็อยากจะอยู่คนเดียว นั่งคิดอะไรๆ คนเดียว ให้สติกลับคืนมาก่อนที่จะเริ่มเรียน ผมว่ามันคงจะดีกับผมถ้าได้ตั้งสมาธิ จดจ่อ กับสิ่งที่ผมจะทำต่อไป...
ผมเคยคิดว่า อยากจะพอล่ะกับชีวิตนี้ อยู่ไปก็ไม่ได้ช่วยทำอะไรให้มันดีขึ้นเลย สภาพแวดล้อม รวมทั้งตัวผมเอง ทำให้มันต้องพังลง ผมรู้สึกท้อแท้ และผิดหวัง ทำไม ทำไมถึงไม่มีโอกาสดีๆ เข้ามาบ้าง ทำไมทำอะไรก็มีแต่อุปสรรค...ไม่อยากจะได้ยินคนบอกว่า "นี่แหละมันคือ รสชาติของชีวิต" พูดแล้วมันได้อะไร เคยคิดกันบ้างไหม
มันไม่ได้เป็นคำพูดที่ดีเลยสักนิด ไม่ได้ช่วยอะไรๆ ให้มันดีเลย ผมรู้อยู่แล้วว่าชีวิตมันก็ต้องมีทั้งสุข ทั้งทุกข์ ในชีวิต...แต่ทำไมไม่ลองพูดใหม่ดูว่า "ลุกขึ้นสู้ต่อไป ต่อไปนี้อยากทำอะไรก็ทำไป แต่มันต้องสำเร็จ จำใส่หัวไว้" ผมยังจะรู้สึกดีกว่า และรู้ว่าครั้งต่อไปจะต้องทำให้ได้...
เขียนยาวมามากพอล่ะ ผมแค่อยากระบายความรู้สึกของตัวเองออกไป และหวังว่าเขียนมันจบไปแล้ว ผมจะสามารถทิ้งความรู้สึกที่ไม่ดีไปกับบทความนี้ได้ไม่มากก็น้อย...หวังว่าอย่างนั้น
Wednesday, April 25, 2007
Happy Birthday To Me...
แต่ก่อนเข้ามหาวิทยาลัยได้ตอนอายุ 16-17 เองถือว่าเด็กมากๆ อิอิ แซวเพื่อนรุ่นเดียวกันได้สบายๆ โถ...แก่จังนะตัวเอง แต่ตอนนี้โดนเรียกว่าแก่บ้างแล้ว กรรมมันตามทัน เอิ๊กๆ...
วันนี้ตอนเช้าผมก็ไปทำบุญตักบาตรเล็กๆ มา ถึงมันจะผิดแผนที่วางไว้ว่าจะไปอย่างเงียบๆ ไปบ้าง แต่ก็ได้ตักบาตรสมใจ จากนั้นก็ขึ้นมาจุดธูปไห้พระ ขอพรให้พบเจอแต่สิ่งดีๆ แต่ที่ขาดไม่ได้ก็คือ จุดธูปขอให้คุณปู่คุณย่า ให้พรกับหลานคนนี้ให้เจริญรุ่งเรืองในชีวิต...
วันเวลามันผ่านไปเร็วจริงๆ ครับ ปกติทุกปีเนี่ยผมจะต้องเป่าเทียนวันเกิด อาจะไม่ใช่เค้กวันเกิด อาจเป็นแค่เทียนแต่ก็เป่ามันเป็นพิธี แต่ท่าปีนี้จะไม่ได้ทำแล้ว เพราะเริ่มรู้สึกว่าไร้สาระ รึว่าเราจะเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ไม่รู้สิ...
ผมเองก็ไม่อยากขอพรอะไร รึได้พรอะไรจากใครเหมือนกันนะ ก้รู้นี่ว่ามันขอไปก็ไม่ได้หรอก ผมคิดว่าเราต้องทำมันขึ้นมาเองต่างหาก มัวแต่ขอไปเมื่อไหร่มันจะมา ถ้าเราไม่ลงมือทำเอง เลยดูหมือนขวางโลกยังไงก็ไม่รู้ แต่มันก็จริงนี่ว่ามันก็แค่คำพูดเท่านั้นเอง....
แต่จริงๆ ผมก็ขอพรนะ แต่สิ่งที่ผมอยากจะขอนั่นก็ พระพุทธรูป กับ วิญญาณคุณปู่คุณย่าของผม ว่าอยากให้ช่วยคุ้มครอง ชีวิตเจริญก้าวหน้า แต่กะคนอื่นเนี่ย ผมไม่ค่อยอยากได้เท่าไหร่นะครับ ถ้าได้พรจากคนอื่นก็ดี เหมือนว่าเรามองว่าอะไรที่มันไม่มีตัวตนมันศักดิ์สิทธิ์กว่า เหมือนเชื่อเรื่องโชคลาง ผีสาง ว่างั้น ไม่รู้ว่ามีไหม แต่เชื่อ เหอะๆ...
ถึงปีนี้จะไม่ได้พรอะไรแต่ผมก็มีความสุขไปตามสภาพล่ะนะ...สุดท้ายนี้ก็ขอบอกว่า
Wishing all Bests come to u. Enjoy your life ... (^^)
Tuesday, April 24, 2007
วันที่ 24 เมษาแล้วนะ
ส่วนผมเนี่ยแทบจะอยู่กะแอร์ตลอด 24 ชั่วโมงเลย แต่ไม่น่าเชื่อ แอร์ก็ยังเอาไม่ค่อยอยู่เพราะบ้านผมน่ะไม่ได้ออกแบบมาให้ติดแอร์ แอร์มันเลยไม่เย็นเท่าที่ควร แต่แดดนี่สิ ส่องได้ส่องดี สรุปอยู่แอร์แต่ไม่ได้เย็นเลย พออยู่ได้...
วันนี้ผมก็ต้องเสียเงินไปซื้อของใช้ส่วนตัวอีกแล้ว จริงๆ ก็มีความสุขดีนะครับได้ออกไปช้อปปิ้งซื้อของใช้ส่วนตัว เพราะผมเองก็เลือกของพวกนี้เหมือนกัน แต่คราวนี้งบมันมีน้อยน่ะครับ ซื้อไปๆ มาก็หลายร้อยอยู่ ขนาดซื้อแบบจำกัดจำเขี่ยมากๆๆๆๆๆๆๆๆ เลยครับ....ที่บ่นเนี่ยเพราะตังไม่ได้หาเองแล้วครับ แบมือขอเอง ก็ต้องได้รับคำบ่นมากหน่อย...
นี่ยังซื้อไม่หมดนะเนี่ย ต้องเก็บไว้ซื้อพวก โรลออน กะครีมทาหน้าอีก แพงพอสมควรกับเวลานี้ ใครอย่าหาว่าผมกระแดะใช้ครีมทาหน้าเลยนะ ผมใช้มาตั้งกะอยู่ ม.5 แล้ว หลังจากนั้นหยุดใช้ไม่ได้เลย ถ้าหยุด หน้าจะโทรมลงอย่างรวดเร็ว จะมีผื่นขึ้น แต่ไม่ใช่ผื่นแพ้นะ ประมาณว่า หน้าเป็นขุ่ยๆ ว่างั้น ก็เลยต้องใช้มาตลอดเลย T-T
นี่ขนาดของส่วนตัวผมเองนะเนี่ย แต่ก่อนตอนยังมีเงิน และหาเงินเองได้นะ ช้อปกระจายของพวกนี้ เป็นความชอบส่วนตัวน่ะครับ ผมไม่ชอบใช้ของซ้ำๆ จะเปลี่ยนลองไปเรื่อยๆ มากกว่า แชมพูก็จะใช้ไม่ต่ำกว่า 2 ยี่ห้อ สบู่ก้อน สบู่เหลว ยาสีฟัน ฯ เหมือนกัน เรียกว่าใช้ตามอารมณ์ วันนี้อยากใช้แบบนี้ก็จะได้ใช้ บางวันอาจจะอยากให้สบู่เย็นๆ บ้าง ตามประสาคนขี้เห่อ...
แล้วถ้าต้องดูแลใครสักคนเนี่ย ต้องใช้ขนาดไหนนะเนี่ย ส่วนตัวก็ยังเยอะแล้ว แต่โชคดีแฟนผมเค้าซกมก เอ้ยย ไม่ค่อยใช้ของพวกนี้เยอะเท่าไหร่ ผมใช้เยอะกว่าอีก - -"
วันนี้ก็แวะผ่านไปดูหนังสือที่ร้านหนังสืออีก ดันนนน มีหนังสือที่ผมจำเป็นต้องซื้ออีก นั่นก็คือ "จักรพรรดิ์นักรบ นโบเลียน เล่ม 2" เพราะว่าซื้อเล่มแรกไปล่ะไง เลยต้องซื้อเล่ม 2 ด้วยเพราะสะสมให้ครบ ก็จะเป็นตอนที่จะก้าวสู่ตำแหน่งจักรพรรดิ์แห่งฝรั่งเศส และเรื่องราวถึงตอนจบชีวิตด้วย รอเก็บตังอีกนิด แล้วไว้จะมาเล่าให้ฟังบางครับ...
สรุปว่าวันนี้ร้อนจริงๆ เอาล่ะ อย่างนี้ผมต้องไปอาบน้ำอาบท่า ลองของใหม่ซักหน่อยล่ะ เห่อ อิอิ...
Monday, April 23, 2007
เพลง Girlfriend --- Tri Ad
สำหรับเพลงนี้ "Girlfriend" ของวงนี้ซึ่งออกมาแค่ 2 เพลงเอง ยังไม่ออกอัลบั้มเต็มเลย รึผมไม่รู้ก็ไม่รู้สิ...เป็นทำนองที่ฟังดูเพราะดีสำหรับผมนะ มันค่อนข้างจะเน้นเนื้อหา และเสียงร้องประสานเสียงทำนอง กับเนื้อเพลง สามารถทำให้เรานึกถึงความหมายของเนื้อเพลงได้ง่ายๆ ว่าคนแต่งเพลงนั้นรู้สึกอย่างไร
ด้วยคำพูดง่ายๆ นี่แหละ ผมว่ามันบ่งบอกความรู้สึกได้ดีจริงๆ ผสมผสานกับความน่าหลงไหลของผู้หญิงสักคนนึง แล้วถ่ายทอดความรู้สึกอันนั้น ออกมากับเสียงเพลงผ่าน เนื้อร้องและทำนองได้ดีทีเดียว
Be my girlfriend...เป็นแฟนผมเถอะ ถ้าหากว่าคุณยังไม่ใคร ก็อยากให้คุณรับผมไว้ในหัวใจสักคน อะไรประมาณนั้น เน่าดีเหมือนกัน แต่เน่าๆ นี่แหละ มันก็เกิดขึ้นกับชีวิตคนเราได้เน่ายิ่งกว่านิยายน้ำเน่า หรือ ละครหลังข่าวซ่ะอีกแน่ะ...
ลองฟังดูนะครับ ^^...
ศิลปิน : Tri Ad
เพลง : Girlfriend
เธอคนนี้ ที่ทำให้ใจต้องสั่นไหว
เธอคนนี้ ที่ทำให้ใจต้องร้อนรน
เธอคนนี้ ที่ทำให้มีอาการสับสนทางใจ
มองตรงไหน จะทำอะไรก็น่ารัก
มองตรงไหน จะดูมุมไหนก็สวยดี
มองกี่ที่ ก็ทำเอาใจของฉันหล่นหายทั้งใจ
* อยากให้รู้นะ ว่าเหงาใจ อยากให้รู้ว่าฉันไม่มีใครให้คอยรัก
อยากจะขอนะ หากเธอเป็นเหมือนกัน ช่วยรับฉันไว้สักคนในหัวใจ
** ฉันรักเธอ ฉันชอบเธอ รู้รึเปล่า แค่อยากจะเห็นหน้าทุกวัน
ฉันรักเธอ ฉันชอบเธอ ได้รึเปล่า อยากให้เธอนั้นมารักกัน
ตอนเธอยิ้ม เธอทำให้โลกนั้นสดใส
แก้มใสใส เธอเหมือนดอกไม้ที่เริ่มบาน
ตาคู่นั้น ยิ่งทำให้ใจของฉันต้องเพ้อ ถึงเธอ
ใครคนไหน จะดีกับฉันอย่างเธอนะ
ใครคนไหน จะคุยกับฉันอย่างรู้ใจ
ใครคนไหน ก็ไม่เคยทำให้ฉันถูกใจเหมือนเธอ
ซ้ำ *,**
รู้ไหมมีคนที่รออยู่ตรงนี้ เขาแค่รักคนเดียว แต่เธอจะมีไหม
ซ้ำ **,**
Be my girlfriend... (til fade)