Saturday, March 31, 2007

เพลง โอ้...ความรัก --- Rule Dark

คุณเคยรู้สึกบ้างไหมว่า ทำไมตัวเองถึงไม่ได้พบเจอความรักที่แท้จริงซักที แต่ในใจลึกๆ ก็ยังหวังว่าจะได้พบเจอมันสักครั้งในชีวิต...กับเพลงๆ นี้ของวง รูล ดาร์ก "โอ้...ความรัก" เนื้อหาที่คนๆ หนึ่งเฝ้าถามเสมอว่า ความรักไปอยู่ที่ใด ทำไมเขาถึงไม่ได้พบเจอมันสักครั้งเลย...
จริงๆ แล้วเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่พูดยากนะครับ บางคนต้องการมีความรัก แต่คนที่เข้ามาก็ไม่ใช่คนที่ต้องการ บางคนมีคนที่ต้องการ แต่ก็ไม่สามารถที่จะครอบครองความรักนั้นไว้ได้...แต่ลึกๆ แล้วเชื่อเถอะครับว่าทุกคนล้วนต้องการความรัก ความเอาใจใส่ จากคนอื่นเสมอ...มีผู้หญิงคนหนึ่งเคยพูดกลับผมว่า เธอกลัวที่จะไม่มีใครในชีวิตนี้มากกว่า ...
ผมก็เห็นด้วยนะครับ ผมคิดว่าเพราะเธอเป็นคนช่างเลือก อยากจะเจอผู้ชายที่พร้อม และถูกใจ มากกว่าที่จะคบคนอื่นไปเรื่อยเปื่อย เรียกง่ายๆ ว่ากลัวจะผิดพลาด อยากจะมีความรักครั้งเดียว ให้มันสมบูรณ์ไปเลยทีเดียว...แต่อย่างว่าล่ะครับ เธออาจจะรู้สึกกลัวกับเรื่องนี้ก็ได้ เลยรู้สึกลึกๆ ว่าเลือกมากจะไม่มีใครเลย...ทั้งที่มีคนจีบ ชอบเธอมากมายเลยล่ะ...
ศิลปิน : Rule Dark
เพลง : โอ้...ความรัก
ยังไม่เคยเข้าใจ ว่าอะไรที่ใครต่างพูดกันว่ามันวิเศษ
ยังไม่เคยเข้าใจ เหตุอันใดใครๆ ต่างพูดกันว่ามันยิ่งใหญ่ มันเป็นเช่นไร

* ไม่เคยได้สัมผัส รักที่เขาพูดว่า งด งามและล้ำค่า
ขอเวลา ที่ดีอย่างนี้ไม่มีสักครั้ง

** โอ้ความรัก เจ้าพัดอยู่แห่งหนที่ใดหนอหัวใจ
จึงหาไม่เจอสักครั้ง
โอ้ความรัก ฉันนั้นไม่เคยได้รู้จักรักเสียที
(มีชีวิตลำพังอย่างนี้ไม่เอาแล้ว)(ไม่อยากให้ชีวิตแบบนี้)
แม้มันสบาย ไม่มีชีวิตวุ่นวาย
แต่เวลามองในภาพถ่าย ข้างกายฉันมันอ้างว้างเหลือเกิน

(*,**,**)

ไม่เอาแล้ว ไม่เอาแล้ว ไม่เอาแล้ว...


























Thursday, March 29, 2007

เพลง ไม่อยากให้เธอมีใครมาจีบ --- JKI

ปกติแล้วผมจะไม่ฟังเพลงของพวกวง Boyband ทั้งหลายนะครับ ยกเว้นว่าเพลงจะเพราะ หรือโดนจริงๆ ...กับเพลงนี้ "ไม่อยากให้เธอมีใครมาจีบ" ผมชอบเพลงนะ ไม่ชอบคนร้องหรอก ดันหล่อกว่านี่ เอิ๊กๆ ฟังเพลงนะครับฟังเพลง...
เนื้อหา บวก เสียงร้องกวนๆ ของสามหนุ่มวง JKI กับเนื้อหาที่ตรงกับชื่อเพลงอยู่แล้ว...ฟังแล้วโดนเป็นบ้าเลย ให้ตายสิ ...สาธุ !!! อย่าเพิ่งมีใครมาจีบเลยนะ ขึ้นคานไปเถอะ 555+...
ศิลปิน : เจ เค ไอ (JKI)
อัลบั้ม : JKI
เพลง : ไม่อยากให้เธอมีใครมาจีบ

อะไรบันดาลให้เธอดู Work
เกิดมาน่ารักน่า love กว่าคนทั่วไป
look เธอก็โดน ท่าทางก็เด่น จนฉัน...สะกด

เธอทำให้ใครต่างมองต่างยิ้ม
แต่ฉันนี่สิที่มัน ต้องฝืน ต้องทน
เห็นเคลิ้มจัด จัด ที่จริงข้างในน่ะ Hurt

* เพราะใคร ใครก็ชอบเธอเกินไป
มันเลยวางใจไม่ค่อยลง
ขอให้เธอ ช่วยเหลือฉันซักหน่อยได้ไหม

** ไม่อยากให้เธอมีใครมาจีบ (อย่านะ...ฉันหวง)
ไม่อยากให้ใครเห็นเธอน่ารัก (อย่านะ...ฉันหวง)
ฉันหวงจนใจเต้นรัว ขอร้องเธอช่วยหยุดทีได้ไหม
ไม่อยากให้เธอมีใครมาจีบ (อย่านะ...ฉันหวง)
ไม่อยากให้เธอมีแฟนว่างั้น (อย่านะ...ฉันหวง)
แม้ตัวเธอไม่รัก ถึงฉันต้องอกหักก็ไม่ให้ใคร

เธอเป็นอะไรที่เอื้อมไม่ถึง
ส่วนฉันน่ะแค่พื้นๆ จะไปสู้ใคร
ถึงไม่มีสิทธิ์ แค่หวงไม่ผิด ใช่ไหม

(ซ้ำ *, **)
(ซ้ำ **)

Wednesday, March 28, 2007

แบบทดสอบความรัก...จากนิทาน หนูน้อยหมวกแดง

แบบทดสอบความรัก...จากนิทาน หนูน้อยหมวกแดง

1. คุณคิดว่าอะไรที่ทำให้หนูน้อยชอบสวมหมวกสีแดงมากที่สุด (ตอบตามความคิดของตัวเองนะ)
a. เพราะหนูน้อยเกิดวันอาทิตย์ ซึ่งวันอาทิตย์คือสีแดง
b. เพราะเป็นหมวกที่คุณยายเธอซื้อให้
c. เพราะสีแดงเป็นสีที่หนูน้อยชอบมาก

2. หนูน้อยหมวกแดงต้องการใส่คอนแทคเลนส์ คิดว่าหนูน้อยหมวกแดงจะใส่คอนแทคฯสีอะไร
a. สีแดง
b. สีฟ้า
c. สีน้ำตาล

3. คืนก่อนที่หนูน้อยหมวกแดงจะไปเยี่ยมคุณยาย คิดว่าหนูน้อยหมวกแดงฝันว่าอะไร ซึ่งเป็นลางร้ายบอกเหตุว่าจะเจอหมาป่า
a. ฝันว่าตัวเองตกจากที่สูง
b. ฝันเห็นผีวิ่งไล่ตาม
c. ฝันว่าตัวเองกำลังเจ็บป่วยไม่สบาย

4. ตื่นเช้าขึ้นมาเครื่องดื่มที่หนูน้อยหมวกแดงโปรดปรานที่สุดคือ
a. น้ำเปล่าบริสุทธิ์
b. น้ำหวาน
c. น้ำผลไม้

5. หนูน้อยหมวกแดงแวะพักชมดอกไม้ ถ้าดอกไม้พูดได้มันจะพูดอะไร

!!!+++ให้คิดข้อความที่ดอกไม้จะพูด+++!!!

6.ก่อนกลับจากการเยี่ยมคุณยาย คุณยายจะให้ของขวัญอะไร
a. เสื้อกันหนาวเอาไว้ใส่ฤดูหนาว
b. หมวกสีแดงอีก 1 ใบ
c. ขนมหรืออาหารอร่อยๆที่คุณยายเตรียมไว้

7.ได้เวลาที่นิทานจบ คิดว่าหนูน้อยจะกล่าวลาคุณยายอย่างไร

!!!+++ให้คิดคำลา+++!!!

~~~~ เฉลย ~~~~

ข้อ 1 เฉลย
a. คุณชอบเพศตรงข้ามที่มีนิสัยใจคอคล้ายๆกับคุณมากกว่าคนที่ชอบอะไรแตกต่างกัน
b. คุณชอบเพศตรงข้ามที่อยู่ใกล้ๆแล้วให้ความรู้สึกที่อบอุ่นมีความสุขและปลอดภัย
c. คุณจะชอบหรือรักใครก็ด้วยเพราะตัวเองไม่จำเป็นต้องมีแม่สื่อหรือเพื่อนๆคอยเชียร์

ข้อ 2 เฉลย
a. ให้ระวังตัวคุณจะมีความรักตามแฟชั่นคือเห็นเพื่อนมีกันก็อยากมีบ้างทั้งๆที่ตัวเองยังไม่ต้องการเท่าไหร่
b. คุณรู้สึกสบายๆกับความรัก จะมีหรือไม่ก็ได้ขอให้สบายใจและไม่กังวลกับมันก็พอ
c. ให้ระวังความแก่แดดของคุณในเรื่องความรักของคุณ ทั้งที่คุณยังไม่เข้าใจความรักหรือเขาดีพอ

ข้อ 3 เฉลย
a. ถ้าคุณมีแฟนสิ่งที่เธอกลัวที่สุดคือ กลัวว่าเขาจะนอกใจคุณไปชอบคนอื่น
b. ถ้าคุณมีแฟนสิ่งที่เธอกลัวที่สุด คือ กลัวว่าเขาจะไม่จริงใจหรือรักเธอมาก่อนเลย
c. ถ้าคุณมีแฟนสิ่งที่เธอกลัวที่สุดคือ กลัวว่าเธอจะไม่ดีพอ จนทำให้เขาไปมีแฟนใหม่ซึ่งมีอะไรดีกว่าเธอ

ข้อ 4 เฉลย
a. ความรักคุณจะออกไปทางเรียบง่าย ธรรมดาไม่หวือหวา
b. ความรักคุณค่อนข้างมีสีสัน กุ๊กกิ๊กน่ารักและทำให้คุณชื่นใจ
c. ความรักคุณจะโรแมนติก คุณจะพยายามทำทุกอย่างให้ความรักสมบูรณ์

ข้อ 5 เฉลย
!!!ข้อความที่ดอกไม้พูดกับคุณคือคำพูดที่คุณอยากให้คนรักพูดทักทายคุณ!!!

ข้อ 6 เฉลย
a. เวลาคุณไม่สบายคุณอยากให้คนรักแตะตัวคุณเพื่อดูอาการไข้ด้วยความห่วงใย
b. เวลาที่คุณเห็นคนรักมีความสุขในสิ่งที่คุณให้หรือทำคุณจะให้สิ่งนั้นหรือทำอย่างนั้นกับเขาบ่อยๆ
c. คุณต้องการคำชมจากคนรักเมื่อคุณทำสิ่งพิเศษเพื่อเขา

ข้อ 7 เฉลย
!!!คำลาที่เธอคิดใช้พูดลากับคนรักตอนแยกกันกลับบ้าน(แต่ไม่ใช่คำพูดตอนเลิกกันนะ)

Credit จากเวบ kapook.com จ้า...

แผนการอยู่ที่คน สำเร็จอยู่ที่ฟ้า...

คำพูดที่สั้นๆ แต่แผงไว้ด้วยความหมายที่ลึกซึ้งพอสมควรเลยที่เดียวกับคำว่า "แผนการอยู่ที่คน สำเร็จอยู่ที่ฟ้า"...วันนี้ก็จะลองมาพูดถึงคำๆ นี้ตามที่ผมคิดกันบ้างล่ะนะ...

คำว่า "แผนการอยู่ที่คน" นั้น พอจะหมายความได้ว่า การที่คนเราจะทำการงานสิ่งใดให้สำเร็จตามเป้าหมายนั้น ขึ้นอยู่กับการวางแผน หากมีแผนงานที่รอบคอบและละเอียดโอกาสสำเร็จก็จะสูง แต่หากไม่มีแผนการโอกาสสำเร็จก็ยังคงมีเช่นเดียวกันแต่อาจจะน้อยกว่า ...หรือ อาจจะหมายความถึงการเลือกใช้คนที่ไปทำงานนั้นๆ ด้วย เช่น เอาช่างไม้ ไปเย็บผ้า ก็คงจะไม่สำเร็จโดยง่าย และ อาจหมายถึงปัจจัยที่มาจาก "คน" เช่น ฉลาด มีความพยายาม อดทน...ซึ่งก็แล้วแต่สถานการณ์ และคนเราจะตีความหมายไป...

ส่วนคำว่า "สำเร็จอยู่ที่ฟ้า" นั้น นอกจากจะหมายถึง ต้องให้สวรรค์เป็นใจ หรือมี"ดวง"แล้ว การที่ทำการใด ก็ต้องอาศัย "โอกาส" ที่ดีด้วย... และคำว่า "ฟ้า" ยังมีความหมายแฝงไว้อีกต่างหาก เช่น หมายถึง ฟ้าฝน สภาพอากาศ เอื้ออำนวย หรือไม่...

สมัยจีนโบราณ คำว่า "ฟ้า" ยังหมายถึง จิตใจประชาราษฎร ผู้นำส่วนใหญ่ล้วนรอคอยโอกาสที่จะเพิ่มอำนาจของตน เช่น สมัยสามก๊ก หลังจากโจโฉ สถาปนา เป็น วุยอ๋อง แล้ว ก็เริ่มมีเสียงตอบรับมาจาก จ๊ก ของ เล่าปี่ และ ง่อ ของซุนกวนด้วยว่าควรสถาปนาเป็นอ๋องตาม และเมื่อ โจผี สถาปนาตนเป็น ฮ่องเต้องค์ใหม่ของราชวงค์แล้ว โอกาส "ฟ้า" ของเล่าปี่ และ ซุนกวน จึงมาถึง จึงสถาปนาตนเป็นฮ่องเต้ด้วยเช่นเดียวกัน โดยของ เล่าปี่นั้น อ้างว่า ไม่ให้ราชวงค์ฮั่น ล่มสลาย จึงอาศัยจังหวะนี้ ตั้งตนเป็นฮ่องเต้แห่งราชวงค์ ฉู่ฮั่น ขึ้น ...ส่วน ซุนกวน ก็อาศัยประชาชนในกังตั๋งที่รักใคร่ในตระกูล ซุน ตั้งตัวเช่นเดียวกัน...จะเห็นได้ว่า ผู้นำ ทั้งสามนี้ก็อาศัยจังหวะเวลาที่เหมาะสมเช่นเดียวกัน...

แต่หากมีแผนการที่รอบคอบแล้ว และเลือกใช้คนที่เหมาะสม แต่แผนการก็ไม่สำเร็จ ก็ถือว่าเป็นดวง ถือว่าเป็นลิขิตฟ้า...ตอนที่ขงเบ้งสู้กะสุมาอี้ตอนนึงนั้น ขงเบ้งเคยต้อนสามพ่อลูกแซ่สุมา ลงหุบเขาโดยที่มีฟางแห้งเตรียมจะจุดไฟเผาให้ตายพร้อมกันสามคนนั้น ในหนังสือบรรยายว่า "สามพ่อลูกสุมาอี้นั้นกอดคอกันร้องไห้ เตรียมที่จะตายเพราะไฟจากแผนการของขงเบ้งอยู่แล้ว แต่ทันใดนั้น ก็ได้มีฝนตกห่าใหญ่ลงมา โดยไม่มีทีท่าว่าจะตกมาก่อน โดยฝนได้ทำให้ไฟดับลง และได้ทำให้น้ำท่วมสูงถึง หนึ่งฟุต" ... ขงเบ้งจึงรำพันกับตนเองว่า "แผนการของตนใกล้จะสำเร็จอยู่แล้ว แต่สวรรค์ไม่ยอมให้พ่อลูกสุมาอี้ตาย ก็คงจะต้องยอมรับ" แล้วขงเบ้งก็จากไปด้วยความเศร้าใจที่ไม่อาจกำจัดสุมาอี้ได้

ซึ่งจากข้อความนี้ก็พอจะสอนให้รู้ว่า นอกจากจะต้องมีแผนการที่ยอดเยี่ยมแล้ว ยังต้องรู้จักอาศัยโอกาสที่ดี แผนการจึงจะสำเร็จ...ดังคำพูดของของซุนวู ที่มีการต่อเติมลงไปว่า...

รู้เขา รู้เรา จักได้ชัยชนะกึ่งหนึ่ง
รู้ฟ้า รู้ดิน จักได้ชัยชนะทั้งมวล

เพลง พรุ่งนี้ดีกว่า --- HRU

ช่วงนี้ผมเอาแต่เพลงมาลงเนื่องจากยังคิดอะไรไม่ออก ไม่รู้จะเขียนอะไรดี เหอะๆ...จริงๆ ก็มีเรื่องจะเขียนล่ะนะ แต่อยู่ดีๆ ก็เกิดอารมณ์ไม่อยากเขียนมั่งล่ะ ขี้เกียจมั่งล่ะ...เอาเป็นว่าลงเพลงที่ผมชอบๆ ไว้เอาไว้ เข้ามาดูก็จะได้ฟังเพลงที่ผมชอบล่ะนะ...
สำหรับเพลงนี้ก็เป็นเพลงที่ผมชอบอีกเช่นเคย เป็นวงที่มีเพลงดังอย่าง "ดาวมหาลัย" ที่กินใจ(ใครบางคน) ดีจัง ว่าแต่ดาวมหาลัยนี่หน้าตาไงอ่ะ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่เคยไปสนใจดูกะเค้าเหมือนกัน อิอิ... กับอีกเพลงเพราะที่เนื้อหาดี และผมก็ชอบ (อีกแล้ว)พอได้ฟังเพลงนี้ทีไรทำให้รู้สึกนึกถึงตัวเองตอนเป็นเด็กๆ สมัย ม.ปลาย ที่เพิ่งมีความรักครั้งแรกยังไงยังงั้นเลย...
เนื้อหาเพลงก็ประมาณว่า อยากจะบอกรักแต่ไม่กล้า ไม่มีโอกาสซักที อยู่กะเพื่อนบ้างล่ะ มีมารมาผจญบ้างล่ะ เอาน่า ไว้ค่อยบอกวันอื่นก็ได้แล้วกัน...ฟังเพลงนี้ไปก็รู้สึกมี feeling ดีนะ พอจะนึกภาพ shot ต่อ shot ประมาณมิวสิควีดิโอได้เลย เหอะๆ...รู้สึกดีนะที่ได้แอบมองคนที่ชอบ รู้สึกใจเต้น ตึกตักดี แล้วก็ต้องมาลุ้นว่าเค้าจะรู้ไหมน้า ...
เอาล่ะ ถ้าใครมีคนที่ชอบอยู่ล่ะก็ อย่าลืมไปบอกเค้าแต่เนิ่นๆ ล่ะ อย่ามั่วแต่ผลัดวันเหมือนในเพลงนี้ก็แล้วกัน อาศัยจังหวะดีๆ ลุยเลย อิอิ...
ศิลปิน : HRU
เพลง : พรุ่งนี้ดีกว่า
อัลบั้ม : Not Enough

เฝ้าคิดถึงเธออยู่ทุกๆ วัน ได้เจอหน้ากันหวั่นใจทุกที

หยุดไม่ได้แล้ว ฉันรักคนนี้ รักเมื่อแรกเจอ

ไม่อยากให้เราเป็นแค่เพื่อนกัน ผ่านแต่ละวันฉันยิ่งแน่ใจ

แอบส่งดอกไม้และของขวัญไปให้ เหลือเพียงแค่ความในใจ

บอกเธอพรุ่งนี้คงดีกว่า บอกเธอวันนี้ฉันเองก็ยังไม่กล้า

อยากบอกว่ารักให้ฟังแต่ฉัน ก็เกรงใจ

บอกเธอพรุ่งนี้คงดีกว่า ให้เวลาฉันได้ไปรวบรวมความกล้า

อยากบอกว่ารักจริงๆ แต่ฉันกลัวเธอไม่สน

ขอเตรียมตัวให้พร้อมใหม่ แล้วฉันค่อยไปบอกเธอ

อยากจะรู้ใจเธอดูสักที แต่ไม่เห็นมีท่าทีรักใคร

ไอ้เราก็เขินไม่รู้อายทำไม ก็พูดไปซิความในใจ

แต่บอกเธอพรุ่งนี้คงดีกว่า บอกเธอวันนี้ฉันเองก็ยังไม่กล้า

อยากบอกว่ารักให้ฟังแต่ฉันก็เกรงใจ

บอกเธอพรุ่งนี้คงดีกว่า ให้เวลาฉันได้ไปรวบรวมความกล้า

อยากบอกว่ารักจริงๆ แต่ฉันยังกลัวเธอไม่สน

ขอเตรียมตัวให้พร้อมใหม่ แล้วฉันค่อยไปบอกเธอ

บอกเธอพรุ่งนี้......คงดีกว่า......

บอกเธอพรุ่งนี้......แล้วฉันค่อยไปบอกเธอ



























Saturday, March 24, 2007

เพลง ไม่ต้องรักฉัน Girls

วันนี้ก็มีเพลงๆ ที่ผมชอบ เอามาลงไว้ฟังใน Blog กันอีกแล้วนะครับ...คราวนี้เป็นเพลงของวง Girls กับเพลงที่ผมก็ไม่รู้ว่าใครเป็นต้นฉบับของเพลงนี้เหมือนกัน...กับเนื้อหาดีๆ ที่ว่าด้วยความหวังดีที่มีให้ใครสักคนนึง แต่ไม่อยากให้เข้าใจกันผิดว่าทำไปเพื่ออะไร
ก็แค่...อยากให้รับความรู้สึกดีๆ ที่มีให้ไป แค่นั้นเอง ไม่ได้หวังอะไรจริงๆ นะ เอิ๊กๆ >_<...
ศิลปิน : Girls
เพลง : ไม่ต้องรักฉัน

ทุกๆความหวังดีที่ให้ไป ไม่หวังอะไรตอบแทน
แม้ไม่ได้มากมายที่ให้ไป ก็อยากให้รู้ว่ามันมาจากหัวใจ

*ที่รักเธอ จนยั้งใจไว้ไม่ได้
อยากให้เธอได้โปรดรับไป ฉันต้องการเท่านั้น

**ไม่ต้องรักฉัน แค่ขอให้ฉันได้รักเธอ
และไม่ต้องคิดถึง แค่ขอให้ฉันคิดถึงเธอ
และไม่จำเป็นที่เธอต้องเข้าใจ วันนี้แค่ฟังไว้
ว่าหัวใจของฉัน จะรักเธอไม่เปลี่ยน

อย่าคิดอะไรมากเลย ที่ฉันทำ ไม่เห็นจะต้องหนักใจ
รักเป็นเรื่องง่ายดาย มันไม่เคยเลวร้าย ก็เพราะว่ามันมาจากหัวใจ
(ซ้ำ*)
ก็หัวใจมันรักเธอ จนยั้งใจไว้ไม่ได้
อยากให้เธอได้โปรดจงรับไป ฉันต้องการเพียงเท่านั้น
(ซ้ำ**)
และไม่ว่ามันจะนานสักเท่าไร จะนานสักเพียงไหน
หัวใจของฉัน~ จะรักเธอไม่เปลี่ยน


























Tuesday, March 20, 2007

300 ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก...

อีกหนึ่งในหนังดีในเวลานี้ครับกับ "300 ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก" ที่เล่าขานย้อนไปถึงความโหดร้ายแห่ง สงครามเธอร์โมไพเล (Thermopylae)ซึ่งกษัตริย์ เลโอนิดาส์ (เจอราร์ด บัทเลอร์) และกองทัพสปาร์ตัน 300 นายพลีชีพในการต่อสู้กับ เซอร์เซส (Xerxes)และกองทัพมหึมาแห่งเปอร์เซีย ในการเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่มีกำลังท่วมท้น กำลังใจและการเสียสละของพวกเขากลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับชาวกรีกทั้งมวลในการร่วมกันต่อสู้กับกองกำลังข้าศึกชาวเปอร์เซีย การขีดเส้นบนผืนทรายเพื่อประชาธิปไตย ...

ตอนนี้ผมก็โหลดหนังซูมมาดูเรียบร้อยแล้ว ด้วยที่ความอยากดูเอามากๆ แต่หนังที่โหลดมานั้น ภาพอภิมหาบรมห่วยแตกสิ้นดีเลยเชียว...แต่ไม่เป็นไรครับอีกไม่กี่วันผมก็จะไปเชียงใหม่อยู่แล้ว ถือว่ามาดูเรียกน้ำย่อยก่อนแล้วกัน แล้วค่อยไปดูอีกทีในโรงภาพยนตร์...

มาถึงประวัติศาสตร์จริงกันบ้าง ซึ่งผมจะกล่าวถึงชาวสปาร์ต้า และ สงครามเธอร์โมไพเล ในหน้าประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้เป็นเกร็ดความรู้ก่อนไปดูหนังจริงซักเล็กน้อยนะครับ...

สปาร์ต้าเป็นนครรัฐแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของแหลมกรีก เนื่องจากชาวสปาร์ต้ามีดินแดนของตนเพียงเล็กน้อยเท่านั้นจึงทำให้ผลิตอาหารไม่ได้เพียงพอกับความต้องการ ชาวสปาร์ต้าจึงจำเป็นจะต้องมีกองทัพที่เข็มแข็งไปเพื่อขยายดินแดนหาอาหารเลี้ยงคนทั้งประเทศ และยึดครองทาสมาใช้เป็นแรงงาน...

เด็กผู้ชายชาวสปาร์ต้านั้นเมื่ออายุได้ 7 ขวบ จะต้องถูกนำมาฝึกทหารเพื่อศึกษาวิชาป้องกันตัวเอง ฝึกฝนให้มีร่างกายที่แข็งแรง ให้มีความอดทนต่อสภาวะที่ทุกข์ยาก แต่หากพบว่าครอบครัวใดมีเด็กพิการล่ะก็ จะต้องถูกจับสังหารทิ้งทันที และเมื่อเด็กอายุ 18-30 ปี จึงจะถูกส่งเข้าไปยังกองทัพเพื่อเข้าฝึกวิชาทหาร ด้วยเหตุนี้กองทัพสปาร์ต้าจึงเข็มแข็งที่สุดในกรีก...

สปาร์ต้านั้นมีพลเมืองประมาณ 10,000 คน และปกครองรัฐด้วยกิจการทางทหาร กองทัพสปาร์ต้ามักจะไม่ออกไปนอกดินแดนของตนเนื่องจากกลัวว่าพวกทาสจะก่อการกบฎ เนื่องจากการใช้แรงงานทาสที่หนักนั่นเอง...สปาร์ต้ามีระบบการปกครองที่ประกอบด้วยกษัตริย์ 2 พระองค์ ปกครองร่วมกัน มีรัฐสภาผู้เฒ่า และสมัชชาประชาชน แต่สมัชชาไม่ได้แสดงความคิดเห็น แต่เมื่อกษัตริย์ขอความคิดเห็นล่ะก็จะตอบเพียงแค่ว่า "เห็นด้วย" หรือ "ไม่เห็นด้วย" เท่านั้น...

สงครามเธอร์โมไพลา เป็นหนึ่งในสงครามเปอร์เซีย - กรีก สงครามเธอร์โมไพลานี้เริ่มตั้งแต่ กษัตริย์ เซอร์ซีส (Xerxes)โอรสของกษัตริย์ดาริอุส (Darius)(คนล่ะดาริอุสกับคนที่ทำสงครามกับ อเล็กซานเดอร์มหาราชนะครับ)กษัตริย์ผู้ครองจักรววรดิเปอร์เซีย ...ในปี 480 ก่อน ค.ศ. กษัตริย์เซอร์ซีสก็พร้อมจะทำสงครามกับหมู่มวลชาวกรีก จึงได้ยกทัพทางบกลงมาทางตอนเหนือของกรีก และยกทัพเรือมาตามชายฝั่งทะเลของกรีกด้วย...

นครรัฐของกรีกรู้ตัวว่าหากไม่ร่วมมือกัน นครรัฐต่างๆ จะต้องถูกทำลายไปทีละเมืองแน่ๆ จึงรวมกำลังส่งกองทัพไปดักอยู่บริเวณเส้นทางแคบๆ ในบริเวณภูเขา ชื่อช่องแคบคือ เธอร์โมไพลา (Thermopylae)ซึ่งกองทัพที่เดินทางมาทางบกจะต้องผ่านมาทางบริเวณนี้...แต่เมื่อกองทัพของกรีกพบว่ายังมีกองทัพเรือมุ่งหน้าไปยังนครรัฐที่ไม่มีกองกำลังป้องกันตนเอง จึงยกทัพไปป้องกันบริเวณชายฝั่ง ทิ้งแนวหลังที่ช่องแคบเธอร์โมไพลาไว้ให้กับ กองทัพสปาร์ต้าเพียง 300 คนเท่านั้น...

แต่กองทัพสปาร์ต้าก็ได้ทำการสู้รบกับกองทัพที่เดินทางมาทางบกของเปอร์เซีย และได้ฆ่าทหารชาวเปอร์เซียไปได้หลายพันคน แต่มีผู้ทรยศหักหลังบอกเส้นทางลับให้กองทัพเปอร์เซียเดินทางผ่านมาตามแนวเขา กษัตริย์เซอร์ซีส จึงได้แบ่งกองทัพจำนวนหนึ่งไปตามเส้นทางนั้นและโอบล้อมโจมตีกองทัพสปาร์ต้าอีกทางหนึ่ง แต่กองทัพสปาร์ต้าก็ไม่ได้ยอมแพ้ได้สู้จนสิ้นชีวิตหมดทุกคน...

สุดท้ายสงครามจบลงที่การรบทางทะเล เนื่องจากกรีกนั้นมีเรือรบที่ทรงอานุภาพกว่าเปอร์เซีย เมื่อรู้ว่าไม่มีทางชนะศึกทางบกแล้ว กรีกจึงได้ทิ้งเมือง และอพยพผู้คนออกมานอกเมือง เพื่อป้องกันไม่ให้เมืองถูกทำลาย...จากนั้นจึงเปิดศึกกันทางทะเล โดยฝ่ายกรีกได้รับชัยชนะ จากกองทัพเรือที่มียุทธวิธี และประสิทธิภาพของเรือที่ดีกว่า...

ในปี 431 ก่อน ค.ศ. นครรัฐเอเธนส์ได้เกิดขัดแย้งกับสปาร์ต้าทำให้มีสงครามเกิดขึ้นนานถึง 20 ปี สุดท้ายฝ่ายสปาร์ต้าได้รับชัยชนะเนื่องจากกองทัพเรือของเปอร์เซียได้เข้ามาช่วย จากนั้นนครรัฐเอเธนส์ก็ล่มสลาย และอีกไม่นานก็ได้เข้าสู่ยุคจักรวรรดิ กรีก-มาซิโดเนีย ของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช...

ผมเชื่อว่า เหตุที่กองทัพชาวสปาร์ต้าที่เข็มแข็งนั้นยกทัพไปช่วยรัฐกรีกอื่นเพียง 300 คน เพราะชาวสปาร์ต้านั้นไม่สนใจในกิจการภายนอกดินแดนของตน และไม่สนว่าแผ่นดินกรีกจะเป็นอย่างไร หากกองทัพเปอร์เซียบุกมาถึงรัฐสปาร์ต้าก็คงจะต้านไว้ได้...แต่หากยกทัพไปช่วยจริงจังก็คงจะร่วมมือกับรัฐอื่นในกรีกเอาชนะกองทัพเปอร์เซียที่มารุกรานได้ อีกทั้งชาวสปาร์ต้ายังต้องระแวงกับพวกทาสภายในเมืองอีก จึงต้องคิดให้ดีหากต้องยกไปช่วยรัฐอื่นๆ ...หวังว่าคนที่ดูหนังมาแล้ว คงจะไม่มีอคติกับสปาร์ต้านะครับ...

การที่ได้อ่านประวัติศาสตร์จริงมาก่อนแล้วค่อยไปดูหนังแล้ว ผมว่าจะเป็นการเพิ่มอรรถรสในการดูหนังมากยิ่งขึ้น เพราะจะเข้าใจในเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ที่ตอบไม่ได้เวลากำลังดูอยู่ได้บ้าง และเข้าใจในความเป็นไปของมัน...หวังว่าทุกท่านคงจะได้ดูหนังเรื่องนี้ด้วยความสนุกมากขึ้นนะครับ... ^ ^