Sunday, August 5, 2007

ชีวิตผู้ชายเริ่มต้นที่ 30?

ผมได้ยินคำๆ นี้บ่อยมากเลยครับ รู้สึกเหมือนกับว่า คนที่พูดเนี่ย ไม่เป็นผู้ใหญ่เอาซ่ะเลย ทั้งๆ ที่ส่วนใหญ่เรียนจบตอนอายุ 22-23 กันทั้งนั้น แล้วนายเอาเวลาส่วนที่เหลือไปทำอะไรน่ะ?

คิดดูนะครับว่าชีวิตคนเราก็แสนสั้น ผู้ชายก็เฉลี่ยแค่ 66 ปี ผู้หญิงมากกว่านั้นนิดหน่อย ตกลงเริ่มกันตอน 30 เลยหรอ? ไม่รู้สิ ผมว่าเหมือนกับการที่มีข้ออ้างว่า เฮ้ย ชั้นยังไม่พร้อม ขอตั้งตัวก่อนเถอะ...

ส่วนตัวผมเองคงเริ่มซักประมานนั้นแหละครับ ไม่ใช่ว่าใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยนะ แต่กว่าจะเรียนจบนี่ก็คง 30 แล้ว เฮ้ออ...คิดดูสิครับ ผมยังคิดว่านี่ตูเหลือเวลาแค่ 35-36 ปีเองเหรอเนี่ย สั้นจัง!! (รึอาจจะตายก่อน)

แย่ๆ ครับ ยังมีอะไรๆ ต้องทำอีกตั้งเยอะ ผมคิดๆ ไว้ว่าชีวิตนี้ทำ 2 อย่างนี้ให้ดีที่สุดล่ะ...

อย่างแรกก็คือ...ต้องสร้างชื่อเสียงวงศ์ตระกูลให้มากที่สุด ผมเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ นะ(ว่าไปนั่น)เพราะว่าปู่ผม ตั้งชื่อให้ไว้ เพื่อให้ระลึกอยู่เสมอว่า "วงศ์ตระกูลเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด" สิ่งนี้มันก็อยู่ในชื่อของผมด้วยล่ะ

อย่างที่สอง...เพื่อผู้หญิงที่ผมรักที่สุด มีครอบครัวที่อบอุ่นนะ อันนี้น่ะ อาจเป็นปมของผมตั้งแต่เด็กแล้ว เหมือนพ่อแม่ผมจะไม่ได้รักกันจริงๆ แต่ท่านดีทั้งคู่นะ เป็นตัวอย่างที่ดีในการเลี้ยงลูก การมีครอบครัวที่อบอุ่นเลยล่ะ...ผมก็เลยคิดว่า จะต้องหาผู้หญิงซักคนที่ผมรักจริงๆ แล้วก็ให้ความสุขกับเธอ กับลูกๆ ให้ดีที่สุดเลย...พาไปเที่ยวรอบโลกเลยดีม่ะ..555+ จริงมีหลายที่ในโลกมากเลยนะที่อยากจะพาไป...

คิดดูสิผมจบก็ 30 แล้ว งี้ก็เหลือเวลาอีกนิดเดียว จะทำสองอย่างนี้ได้ดีไหมน้า...ผมเนี่ยเป็นคนชอบคิดไกลไปจริงๆ แต่จะให้มาคิดกันวันต่อวัน อันนี้ก็ไม่ไหวน่ะ...

สรุปชีวิตผมก็คงเริ่มที่ 30 จริงๆ แหละ ทั้งที่ใจจริงแล้ว อยากจะแต่งงานซัก 26 มีชีวิตที่มีความสุขไปตลอดเหมือนเทพนิยาย 555+ Happy Ending แล้วก็จบ แต่นี่ชีวิตจริงนี่นะ...ก็ต้องสู้กันต่อไป เอิ๊กๆๆ

Saturday, August 4, 2007

เพลง จะทำอย่างไร --- Ost.เลือดในดิน

เพลงประกอบละครเลือดในดิน ที่กำลังฉายอยู่ทางช่อง 7 นี่เองครับ ทุกวันพุธ พฤหัส..เซ็งอย่างเดียวที่พระเอกรวยไม่พอ ยังหล่อเลือกได้อีก เฮ้อออ น้ำเน๊า น้ำเน่า...

ก็ประมาณว่า รักพี่เสียดายน้อง ไม่รู้ว่าควรจะเลือกใครดี เอาเป็นว่าให้ฟ้าเป็นผู้ลิขิตเองแล้วกัน ยังไงๆ ...วันนึงก็ต้องตัดสินใจเลือกใครแค่คนเดียว...เพราะใจมีแค่ดวงเดียว...

*ไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่รู้ว่าควรเลือกใคร
ฟ้ามีคำตอบให้ฉันไหม ว่าใครที่ควรคู่กัน
หากเลือกใครไปก็เสีย หากเสียใครไปก็ช้ำ
ถึงทำไม่ลงตัดใจไม่ได้ แต่ในสักวันฉันต้องตัดสินใจ


เมื่อใจมีหนึ่งดวงเท่านี้ รักที่มีเผื่อไว้ให้เพียงผู้เดียว
(*)
ยอมชะตาให้ฟ้านำทางใจ โปรดเลือกให้ได้ไหมแค่เพียงรักเดียว
(*)
ถึงทำไมลงตัดใจไม่ได้ แต่ในสักวันฉันคงต้องเลือกใคร


























Thursday, August 2, 2007

ผมเป็นคนคิดมาก...

แย่จริงๆ ครับที่เป็นแบบนี้ นี่ก็เขียนบ่นๆ ไปในบล็อกนี่หลายรอบล่ะ ไม่แปลกใจเลยที่ใครว่าว่าเป็นคนย้ำคิดย้ำทำ...เฮ้ออออ ลำบากใจครับ...

ผมชอบกังวลกับเหตุการณ์อะไรที่มันเล็กน้อยที่สะกิดใจผมอยู่เรื่อยเชียว มีอะไรนิดหน่อยเข้ามาก็กลับไปคิด ไปกลัวมันซ่ะแล้ว...ตอนนี้ก็กลัวไม่ได้ทุนเรียนต่อเอก ได้เป็นอาจารย์ อันนี้กลัวจริงๆ ครับ ทั้งๆ ที่ผมเพิ่งเข้ามาเรียน ป.โท ได้แค่ 2 เดือนเอง!!!

บางที่แค่วลีสั้นก็ทำให้ผมรู้สึกเป็นทุกข์ได้เหมือนกันนะ ทำให้เข้าใจผิด ทำให้รู้สึกท้อใจอย่างบอกไม่ถูก รวมทั้งการกระทำ พฤติกรรมที่แสดงออกมามันทำร้ายผมได้อย่างแรงเลยล่ะ แต่ถ้าอะไรๆ มันไปได้สวยล่ะก็ผมคงยิ้มแฉ่ง มีความสุขไปอีกหลายวันเลยล่ะ...

ผมก็รู้ว่าชีวิตต้องผ่านอะไรอีกตั้งเยอะตั้งแยะ แต่มันก็ไม่ผิดใช่ไหมที่อยากจะทำให้ทุกอย่างมันดีอย่างที่เราคิดไว้ พอไม่เป็นไปอย่างนั้น พอมีท่าทีว่า เฮ้ยย มันจะไม่ใช่นะ ก็รู้สึกไม่ดีซ่ะแล้ว...

ตอนนี้อยากอยู่คนเดียวครับ อยากเอาเวลามาคิด มาจริงจังกับชีวิต ให้มันมากกว่านี้ ทุ่มเทให้กับมันอย่างเต็มที่ มีชีวิตอิสระเหมือนอย่างเมื่อนานมาแล้วว อาจเหงาหน่อย แต่ก็โล่งใจ

บางทีมันอาจจะทำให้รู้สึกดีขึ้นบ้างก็ได้ครับ ถ้าได้ให้เวลากับตัวเองบ้าง...

Sunday, July 29, 2007

Just u beside me...

ขอแค่มีเธอ...เท่านี้ชีวิตของฉันมีความหมาย แค่ฉันมีเธอ...ก็ไม่ต้องการสิ่งใด เท่านี้ก็เป็นสุขใจ...

สำหรับผมแล้วความรักมันคืออะไร?...การได้รักใครซักคนจริงๆ แล้วมันเป็นยังไงกันนะ น่าจะเป็นคำถามในใจใครหลายๆ คน เพราะไม่แน่ใจว่า เอ๊ะ นี่เรียกว่าความรักรึเปล่านะ...

อยากอยู่ใกล้ อยากเห็นหน้าทุกวัน อยากพูดคุย อยากพาไปเที่ยวดูหนังฟังเพลง เป็นคนเดียวที่จะพูดคุยได้ทุกเรื่อง หรือ แม้แต่สัมผัสทางกายที่จะมีให้กันได้...มันคืออะไรกันแน่?

ผมเคยผ่านสิ่งเหล่านั้นมาก่อน มันอาจจะเรียกว่า puppy love ก็ได้นะ แบบความรักแบบน่ารักสบายๆ...แต่พอโตขึ้นแล้วชีวิตมันมีอะไรมากกว่านั้น จะสามารถมีความสุข หรือช่วงเวลาแบบนั้นตลอดไปได้ไหม กับโลกที่เราต้องเผชิญทุกวันแบบนี้...?

ผมสับสน งุนงง กับมันเหลือเกิน...อะไรกันแน่ที่ผมต้องการ ความรักแบบไหนที่ผมต้องการกันแน่นะ?

ผู้หญิงที่ผมรัก ผู้หญิงที่สามารถทำให้ผมรู้สึกประหลาดใจ ความรู้สึกมันค่อยซึมลึกลงไปข้างในจิตใจ ทำไม..ทำไม?ถึงมีหน้าเธอ ทำไมเสียงของเธอรบกวนจิตใจของผมอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าผมกำลังมีความทุกข์ กำลังมีความสุข หรือนึกอะไรเพลินๆ ขึ้นมาก็ตาม ต้องมีเธออยู่เรื่อย...

ภาพที่ผมเห็นก็คือ เธอส่งยิ้มมาให้ผมใกล้ๆ เธอยิ้มอย่างจริงใจ ยิ้มแบบมีความสุข หรือว่านี่คือยิ้มแบบที่คนที่รักกันจะยิ้มให้กัน รอยยิ้มที่มีไว้ให้สำหรับคนที่พิเศษเท่านั้น...สายตาของเธอมองมาที่ผมอย่างอ่อนโยน ราวกับว่าความอบอุ่นกำลังโอบกอดผมไว้ รอบๆ ตัวของผมกลายเป็นเหมือนโลกส่วนตัว โลกที่มีแต่ผมกับเธอเท่านั้น...

เธอพูดต่อไปว่า "สู้ๆ นะ พยายามเข้านะคะ" น้ำเสียงที่อ่อนหวาน ทำให้ผมรู้สึกเคลิ้มไปเลยทีเดียว ไม่น่าเชื่อว่า คำพูดที่มาจากผู้หญิงคนนี้ จะทำให้ผมรู้สึกขนาดนี้...

ใช่แล้ว!! ผมเจอแล้วความรักของผม นี่ยังไงล่ะสิ่งที่จะเติมเต็มชีวิตของผมได้ คือเธอคนนี้แหละ...

และแล้วผมก็กลับมามองตัวเอง ผมก้าวไปข้างหน้า ทำความฝันของผมไปเรื่อยๆ จนไม่ได้มองกลับมาข้างหลังเลย ทางข้างหน้าเต็มไปด้วยอะไรก็ไม่รู้ แต่ผมก็ยังก้าวต่อไป...

แต่เมื่อผมพบเธอ เธอทำให้ผมรู้สึกโล่งใจ...ขอแค่มีเธออยู่ข้างๆ ผม คอยส่งยิ้มให้ผมอยู่อย่างนี้ ไม่ว่าจะเจอกับสถานการณ์แบบไหน ขอแค่ผมมองไปข้างๆ ผมก็จะเห็นเธออยู่ตรงนั้น เธอที่จะอยู่เคียงข้างผมเสมอ..

ได้โปรดเถอะ...ช่วยมาอยู่ข้างๆ ผมตลอดไปได้ไหม...

Wednesday, July 25, 2007

กลุ่ม นปก. หนึ่งในคนชั่วหลายๆ คนในยุคนี้

เวลาที่ผมเห็นหน้าคนพวกนี้ทีไร ผมรู้สึกขยะแขยงอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ ครับ รู้สึกเหมือนมากกว่าเจอก้อนขี้ก้อนมหึมาก้อนนึงซ่ะอีก ผมไม่เข้าใจว่าคนพวกนี้ทำไมถึงได้เกิดมาเป็นมนุษย์ที่มีความเลวทรามได้ถึงขนาดนี้...

เอาประชาธิปไตยมาอ้าง เอามาบังหน้าเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง เอาคนอื่นมาตายแทนเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ...แม้ว่าพวกนี้จะอ้างประชาธิปไตย ไม่เอาเผด็จการซึ่งก็ตรงกับค่านิยมในยุคนี้ในเรื่องของ "ประชาธิปไตย" พลังของประชาชน ทำให้พวกนี้ได้กลุ่มมวลชน ซึ่งไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ประชาธิปไตยคืออะไร?

ผมเองไม่ได้ก้มหัว หรือว่าชอบเผด็จการหรอกนะครับ รวมทั้งไม่ชอบพวกที่แอบอ้างอะไรซักอย่างเพื่อให้ตัวเองดูดีด้วย...ทั้งสองอย่างก็ล้วนแต่มีข้อดี ข้อเสียในตัวมันเอง...แต่ไม่ว่ามนุษย์หน้าไหนที่แอบอ้างมาใช้มันเพื่อประโยชน์ของตัวเองล่ะก็ ผมเชื่อว่า มันผู้นั้นชั่วช้า มนุษย์ไม่เหมาะที่จะนำคำเหล่านี้มาใช้หรอก...

ผมกลับมองว่า...เรื่องราวของประชาธิปไตยและเผด็จการนั้น มันเป็นอะไรที่สากลของโลก เป็นอะไรที่เป็นเรื่องธรรมดา ฝ่ายใดมีกำลัง ฝ่ายนั้นก็จะได้อำนาจปกครองกันไป เป็นวงจร เป็นวัฐจักร เพราะฉะนั้นเลิกฝันเถอะว่า ประชาธิปไตยจะยั่งยืนในโลกใบนี้ ไม่งั้นต้นตำรับแบบประเทศกรีกโบราณคงไม่ล่มจมหรอก...

ที่สำคัญก็คือ ทำอย่างไรให้เราอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ต่างฝ่ายต่างเข้าใจ ช่วยเหลือกันสร้างสังคมที่เหมาะกับมนุษย์ผู้ที่ได้ชื่อว่ามีใจสูง...แต่มันคงไม่เกิดขึ้น เพราะสัตว์ที่เรียกตัวเองว่ามนุษย์นั้นเป็นแค่คน คนซึ่งเป็นสัตว์เดรัจฉานเหมือนกันๆ

และนี่เองที่มนุษย์พยายามดึงอะไรที่ไม่มีตัวตน มาทำให้มันมีตัวตน ให้เป็นพลัง เพื่อกิเลสตัณหาของตนเองกันทั้งนั้น...และนี่คือกลุ่มคน ซึ่งผมมองว่า พวกเขาเป็นเช่นนั้น...กลุ่มคนที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อเงิน รวมแม้แต่ขายตัวเอง ขายวิญญาณตัวเองให้คนอื่นด้วย...








คนพวกนี้ขออย่าให้ได้เกิดมาในแผ่นดินไทยอีกเลย...

Tuesday, July 24, 2007

พบจักรขู่ฟ้อง UN!!!

ตอนนี้ผมได้ label ใหม่เรียบร้อยแล้วครับก็คือ Politics นั่นเอง สืบเนื่องจากด้วยอารมณ์อยากด่าคน ก็เลยต้องเขียนเล็กๆ น้อยๆ บ้าง ตามแต่สมควร...

วันนี้ผมเข้าไปอ่านข่าวเหมือน ทุกๆ วัน ก็เจอข่าวที่ว่า "พบจักร ขู่ฟ้อง UN ตำรวจใช้กำลังทำร้ายม็อบ นปก.!!" ผมก็เลยงงว่า เอ๊ะ!!!... ตกลงใครทำร้ายใครฟ่ะ ก็เลยไปหาภาพตามเน็ตมาดูสิว่า ไหง นายพบจักรเนี่ยถึงกล้าขู่ว่าจะฟ้อง UN เพราะ ตำรวจทำร้ายประชาชน?...


กำลังจะหวดอยู่แล้วววว... อย่าถ่ายสิฟ่ะ ถ่ายตอนตูโดนตำรวจยำนู้น ตูจะได้ไม่ผิด...



ให้มันรู้ว่ะบ้างว่าอย่าเล่นกับม็อบไข่แม้ว...!!


งานนี้สงสารตำรวจขึ้นมาจับใจ...



นี่แหน่ะ...ตูทำลายข้าวของไม่ผิดเฟรี้ยยยย...
แต่ทำร้ายตู ฟ้องแม่จริงๆ ด้วย ประชาชนอ่ะประชาชน ตูเจ็บมีเรื่องนะเอ้า...



จำไว้อย่ามาเล่นกะประชาชนอย่างตู ไม่งั้นรถพังไม่รู้น้า....แต่ตูไม่รับผิดชอบเฟ้ยยย (แล้วนี่มันรถใครอ่ะ)


คนนึงใช้ไม้ คนนึงใช้โล่ แต่คนใช้ไม้ตีตำรวจได้ เพราะตูเป็นประชาชน แต่ตำรวจตีตูมีเรื่อง เออ เอากะมันสิ!!


ในที่สุดนายพบจักรก็ได้รูปเด็ดซะทีนึง มีคนเจ็บจนได้ (จากลูกหลงพวกเดียวกัน) ฟ้อง UN เล้ยย...(อย่าลืมฟ้องเมกาพ่อไข่แม้วด้วยนะ พบจักร...)

เอาล่ะครับ คงเห็นได้จากภาพแล้วนะ ส่วนใครจะว่าผมมีอคติกับม็อบไข่แม้ว รึอ้างว่า เอารูปที่ประชาชนไปทำร้ายตำรวจอย่างเดียวมาลงก็ตามใจแล้วกัน เพราะผมเขียนตามสิ่งที่ผมเห็นที่ผมคิด ไม่ได้ต้องการให้ใครมาเห็นด้วยหรอก...

ปล. ขอสาปแช่งให้กับม็อบไข่แม้วด้วยนะ เงินไม่กี่ร้อย ทำให้คนพวกนี้ทำลายประเทศชาติตัวเองได้...ถึงว่ามีคนแบบนี้อยู่เยอะชาติเราเลยล้าหลังเอ้า ล้าหลังเอา ...

Monday, July 23, 2007

นปก. บุกบ้านป๋าเปรม!?

ในที่สุดสถานการณ์ที่หลายๆ คนคาดไว้ก็ประทุขึ้นจนได้ นั่นก็คือม็อบ นปก. หรือเรียกสั้นว่า ม็อบไข่แม้ว แล้วกันนะครับ บุกไปถึงประตูบ้านสี่เสาเทเวศน์ซ่ะแล้วเมื่อคืนวันที่ 22 นี่เอง โดยมีมวลชนของม็อบกว่า 6 พันคนเข้าร่วมใช้ความรุนแรง เพื่อกดดันให้ พลเอก เปรมฯ ลงจากตำแหน่ง?

จริงๆ ผมไม่ได้อยากเขียนเรื่องการเมืองเลยนะครับ ถ้าไม่ใช่ว่ามันน่าสนใจ หรือ มันเสื่อมโทรมจริงๆ แต่คราวนี้มันกลายเป็นเหตุผลข้างหลังมากกว่า...

ไม่บอกก็เดาได้ว่า แกนนำ นปก. คิดอะไรอยู่ถึงทำอะไรอย่างนี้ลงไปได้ เหตุผลที่ว่าคงหนีไม่พ้นที่จะบีบให้ตำรวจ ทหาร ใช้กำลัง แล้วโทษว่าป๋าเปรมสั่งมาให้ใช้ความรุนแรงจัดการกับม็อบ จะได้อาศัยความชอบธรรมนี้ดิสเครดิตป๋าซ่ะเลย...

เด็กป.4 ยังรู้เลยครับว่าทำไปทำไม?

แต่สิ่งที่ม็อบไข่แม้วกำลังทำอยู่มันกลายเป็นการดิสเครดิตตัวเองที่มีน้อยอยู่แล้ว ให้น้อยลงอีก การเรียกร้องประชาธิปไตยตอนแรกที่ทำท่าว่าจะทำอย่างสงบ กลายเป็นความรุนแรงตอนนี้ เนื่องด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่...

อย่างเช่น เงินสนับสนุน หรือท่อน้ำเลี้ยงกำลังจะหมดแล้วบ้าง คนจ้างเค้าก็อยากเห็นผลงานของม็อบบ้าง หรือเวลามันเหลือน้อยแล้วก็เลยลุยเต็มตัวเลยบ้าง...

แต่กลายเป็นว่าสิ่งที่ม็อบไข่แม้วกำลังทำ ถูกอีกฝ่ายนึงจัดการซ่ะอยู่หมัดด้วยภาพข่าวที่แพร่ภาพออกไปทั่วประเทศ เด็กอนุบาลยังเข้าใจเลยครับว่า นี่คือความรุนแรงแล้วนะ...ตอนนี้ประชาชนทั่วประเทศคงรู้ถึงธาตุแท้ของม็อบเพื่อประชาธิปไตยแต่ภายนอกนี้แล้วบ้างไม่มากก็น้อย...คงรู้แล้วว่าทำเพื่อใคร?

ผมสงสัยเหลือเกิน สงสัยว่า ม็อบไข่แม้วคิดอะไรอยู่ถึงคิดทำอะไรที่เหมือนการ "ฆ่าตัวตาย"แบบนี้ โง่บัดซบจริงๆ...คงหาคำอื่นๆ มาเปรียบได้ยากครับ สงสัยแกนนำ นปก.คงกินยอดหญ้าอ่อนเป็นอาหาร...

ไม่รู้ผมเคยพูดเรื่องกลยุทธ์เด่นไปรึยัง กลยุทธ์เด่นที่ว่าก็คือ ก็คือ กลยุทธ์ที่ไม่ว่าฝ่ายตรงข้ามจะตัดสินใจอย่างไรเราจะเป็นฝ่ายได้ประโยชน์อยู่เสมอ...ฝ่ายตรงข้ามที่ว่าจึงสวนหมัดกลับ(พร้อมกับรับความป่าเถื่อนโหดร้ายลงไปที่ตำรวจปราบจราจรซ่ะ)ไปเต็มๆ ด้วยการอยู่นิ่ง ไม่สั่งให้ตำรวจทหารทำร้ายประชาชนที่ได้เงินจากไข่แม้ว จนทำร้าย ทำลายประเทศได้ด้วยเงินไม่กี่ร้อย!!!

แถมที่สำคัญ มีการบอกด้วยว่า ให้ตำรวจทำตามกฏหมายบ้านเมือง...โอ้โห อะไรจะเหนือชั้นขนาดนี้ เทียบกับอีกฝ่ายไม่ได้เลย ที่เลือกใช้ความรุนแรงเต็มๆ แถมชาวโลกเค้าก็รู้ไปทั่วแล้ว...

ไม่รู้ว่าเจ้าของม็อบตอนนี้จะรู้สึกเป็นไงบ้าง?...แต่ที่แน่ๆ คงแอบคิดว่า แมร่งเอ้ยยย...พวกเอี้ยนี่ ควายเรียกพ่อจริงๆ อยู่ก็เป็นได้ ...แต่ก็ไม่แน่ คนๆ นี้อาจจะเป็นคนสั่งให้เอาม็อบไปตายแทนเค้าจริงๆก็ได้(จริงๆ ก็กำลังทำอยู่ คือบีบให้อีกฝ่ายใช้ความรุนแรง ฝ่ายม็อบไข่แม้ว บาดเจ็บมากเท่าไหร่ หรือยิ่งตายด้วยยิ่งดี)ก็เสียเงินจ้างมาเยอะแล้วนี่ครับ คนๆ นี้เค้าไม่สนหรอกว่าใครจะตาย ขอให้มันอยู่รอดก็พอ...

แทนที่แกนนำ นปก. จะมีสมองคิดซักนิดว่า สถานการณ์ที่อีกฝ่ายกุมอำนาจเบ็ดเสร็จควรจะทำยังไง...จะใบ้ให้ซักนิด เพื่อเป็นวิทยาทานก็ได้ว่า ให้ดิสเครดิต สร้างข่าวเท็จ รวมทั้งหลบเลี่ยงกระบวนการตรวจสอบนี่ไปเรื่อยๆ เองแหละ เดี๋ยวเจ้าของ นปก. กับพรรคพวกก็พ้นผิด...พอถึงเวลาก็กล้าพูดได้ว่า พ้มมมมไม่ผิดนะ พ้มมไม่ผิด....555+

แต่กลับเลือกใช้วิธีทุบหม้อข้าวตัวเองซ่ะงั้น เดาว่าคงจำเป็นที่จะต้องทำแบบนี้ เนื่องจากปัจจัยหลายๆ อย่างมันยือเยื้อเกินไป ทุนที่มีเริ่มจะหมดล่ะ...แต่ไม่ได้คิดเลยว่าอีกฝ่ายพร้อมทำสงครามยืดเยื้อได้...

อย่างที่ผมชอบพูด "สงครามยืดเยื้อย่อมไม่เป็นผลดีกับทั้ง 2 ฝ่าย แต่หากจำเป็นต้องทำสงครามแบบนี้แล้วล่ะก็ ฝ่ายที่ทนได้ หรือ รอได้มากกว่ายังไงก็ชนะ"...ลืมไปว่าพวก "ควาย" มันอ่านหนังสือไม่ออก เลยไม่รู้จักหลักการทำสงครามบ้างเลย...

สรุปแล้วก็ต้องดูต่อไปล่ะครับ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกหรือไม่? คาดว่าประชาชนชาวไทยคงรู้ซึ้งถึงม็อบไข่แม้วบ้างล่ะนะ...

อีกอย่างนึงน่ะ...การจะดึงดันกดดันให้ประธานองคมนตรีลาออกน่ะ มันเป็นการล่วงเกินพระราชอำนาจ อำนาจในการแต่งตั้งประธานองคมนตรี และองคมนตรี เป็นพระราชอำนาจโดนชอบธรรมของพ่อหลวงอยู่แล้ว แถมถูกเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญเสร็จสรรพ...ดังนั้นเนี่ยคงจะเห็นแล้วว่า ม็อบไข่แม้วมันไม่เคยเห็นพ่อหลวงของเราอยู่ในสายตาเลย...เลวขนาดไหน คิดดูเอง