Thursday, February 8, 2018

Chivalry is Dead

Chivalry is Dead - Trevor Wesley






อีกเพลงหนึ่งที่บังเอิญเปิดไปเจอ (แล้วก็ซื้อเพลงสนับสนุนเรียบร้อย) ทำนองมันก็เป็นแบบที่ผมชอบน่ะนะ เพลงออก feels good หรือ falling in love ประมาณนี้ เพลงออกแนวผู้ชายที่อยากเลิกทำตัวเป็นสุภาพบุรษสักที ขอผิวปากเหมือนจิ๊กโจ๋หน้าปากซอย เร่งเร้าให้คุณได้รู้สึกถึงความรักของผมที่เติบโตไปพร้อมกับคุณจะดีกว่า ขอสวมบทชายโฉดหน่อยเถอะ และผมขอดูแลคุณและปฏิบัติต่อคุณแบบผู้หญิงที่มีค่าที่สุดในโลก (อันหลังเติมเอง) ว่ายังงั้น

Girl, just let your hair down
นี่คุณ, ลองปล่อยผมของคุณลงมาสิ
Let's paint the whole town
สยายไปให้เหมือนกับกำลังระบายสีให้กับทั่วทั้งเมืองเลย
Life is our playground, yeah
ชีวิตเราก็เหมือนสนามเด็กเล่นนั่นแหละ, ใช่ไหมล่ะ

But I'm not a kid no more
แต่ผมก็ไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ

So I must open doors and make you feel like the lady you are
ดังนั้น ผมต้องจริงจังกับชีวิต และทำให้คุณได้รู้สึกแบบผู้ใหญ่
My momma raised me to be classy, not flashy
แม่ผมคอยบอกให้ผมทำตัวให้มีคลาสหน่อย อย่าทำตัวเป็นเด็กๆ
I'm happy to please you
ผมดีใจที่หากคุณจะกรุณาฟัง
Though I can tell that's not what you're used to
แม้ว่าสิ่งที่ผมกำลังจะบอกต่อไปนี้คุณอาจไม่คุ้นเคยกับมัน

And they say (They say) chivalry is dead (Dead, Dead)
มีคนพูดว่า (พูดว่า) อัศวินได้ตายไปแล้ว
Girl, let a real man pick up the slack
นี่คุณ, ให้ผู้ชายคนนี้ได้ปลดปล่อยตัวเอง
And treat you with respect, yeah
และปฏิบัติกับคุณด้วยความเคารพ, นะ

And you don't have to love me
แล้วคุณก็ไม่จำเป็นต้องรักผม
Love me, Love me
รักผม, รักผม
You don't have to love me
แล้วคุณก็ไม่จำเป็นต้องรักผม
Love me, Love me
รักผม, รักผม
Just 'cause I'm a gentleman don't mean
เพียงแค่ว่าผมเป็นสุภาพบุรุษกับคุณ ไม่ได้หมายความว่า
I ain't taking you to bed
ผมจะไม่พาคุณขึ้นเตียงหรอกนะ

Ahhh, baby let me buy your meals
โอ้ ที่รัก, ขอให้ผมได้เลี้ยงอาหารคุณ
I see you're head over heels
ผมมองคุณตั้งแต่หัวจรดเท้า
I feel like you deserve it
ผมรู้สึกว่าคุณคู่ควรกับมัน
There's no pressure
ไม่ต้องเกร็งไปหรอก
We can do whatever makes you comfortable, yeah
พวกเราสามารถทำอะไรก็ได้ ถ้าคุณรู้สึกสบายไปกับมัน, นะ

I could float your boat
ผมจะพาคุณไปล่องเรือ
If you're cold take my coat
หรือถ้าคุณรู้สึกหนาวผม ผมก็จะห่มคลุมคุณด้วยเสื้อโค้ทของผม
I'll sing a music note from a song that I just wrote
ผมจะร้องเพลงตามโน้ตที่เพิ่งแต่งเสร็จให้คุณ
Girl, just take my hand
นี่คุณ, แค่จับมือกับผมไว้
And let me be your man
และขอให้ผมเป็นผู้ชายของคุณ
Though that's not what you're used to
แม้ว่าสิ่งที่ผมทำต่อไปนี้คุณอาจไม่คุ้นเคยกับมัน

That's just how you treat a lady

นี่แหละ คือแบบที่ผมจะปฏิบัติต่อคุณแบบผู้หญิงคนหนึ่ง
Treat a lady, Treat a lady

แบบผู้หญิงคนหนึ่ง, แบบผู้หญิงคนหนึ่ง
Treat a lady, Treat a lady
แบบผู้หญิงคนหนึ่ง, แบบผู้หญิงคนหนึ่ง
Treat a lady

แบบผู้หญิงคนหนึ่ง
Dadadadadum
(ฮัมเพลง)

Saturday, February 3, 2018

Isn't She Lovely

Isn't She Lovely - Stevie Wonder



มาถึงเพลงระดับตำนานกับนักร้องที่เป็นตำนานที่มีชีวิต เชื่อว่าเพลงนี้หลายๆ คนต้องชอบมากๆ กับจิตวิญญาณของสตีวี่ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของลูกสาวคนแรก (Aisha) ของเขาได้อย่างซาบซึ้ง บวกกับเสียงฮาร์โมนิก้าอันเป็นเอกลักษณ์ มีช่วงจังหวะกระชากเสียง มี outro ที่ให้ผู้ฟังได้ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศ เชื่อว่าใครฟังก็ไม่เบื่อหรอกเพลงนี้ ถ้ามผมมีลูกสาวยังอยากตั้งชื่อแบบเดียวกับลูกสาวของสตีวี่เลย

Isn't she lovely
เธอช่างน่ารัก (เหลือเกิน)
Isn't she wonderful
เธอช่างมหัศจรรย์ (เหลือเกิน)
Isn't she precious
เธอช่างล้ำค่ำ (เหลือเกิน)
Less than one minute old
ทั้งๆ ที่มีอายุแค่ไม่ถึงนาทีเท่านั้น
I never thought through love we'd be
ผมไม่อาจคิดได้เลยว่าความรักของเราสองคน
Making one as lovely as she
จะทำให้เกิดสิ่งที่สวยงามได้ขนาดนี้
But isn't she lovely made from love
เธอช่างน่ารัก (เหลือเกิน) ที่ถูกสร้างมาจากความรัก

Isn't she pretty
เธอช่างน่ามอง (เหลือเกิน)
Truly the angel's best
งดงามดั่งนางฟ้าบนสวรรค์
Boy, I'm so happy
ให้ตายเถอะ ผมมีความสุขล้น
We have been heaven blessed
เราสองคนเหมือนได้รับการประทานพรอันประเสริฐ
I can't believe what God has done
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพระเจ้าทำได้อย่างไร
Through us he's given life to one
ที่ได้ให้ชีวิตกับใครคนหนึ่ง
But isn't she lovely made from love
เธอช่างน่ารัก (เหลือเกิน) ที่ถูกสร้างมาจากความรัก

Isn't she lovely
เธอช่างน่ารัก (เหลือเกิน)
Life and love are the same
ชีวิตกับความรักก็เหมือนกันนั่นแหละ
Life is Aisha
ชีวิตเรียกอีกอย่างว่า Aisha
The meaning of her name
เป็นความหมายของชื่อเธอ
Londie, it could have not been done
Londie (ภรรยาสตีวี่) สิ่งนี้คงเกิดขึ้นไม่ได้
Without you who conceived the one
ถ้าไม่มีคุณช่วยอุ้มท้องเด็กคนนี้
That's so very lovely made from love
เธอช่างน่ารัก (เหลือเกิน) ที่ถูกสร้างมาจากความรัก

Could She Be Mine

Could She Be Mine - Donny Osmond

เพลงในจังหวะสนุกๆ เนื้อหาดี (สำหรับคนที่สมหวังนะ ^^") ฟังแล้วกระตุ้นให้หัวใจได้ชุ่มช่ำกับความรู้สึกที่มีต่อผู้หญิงคนหนึ่ง ที่สามารถเป็นทุกอย่างในชีวิตของผู้ชายคนนึงได้ ถึงกับต้องยกตัวอย่าง ผู้หญิงที่เป็นตำนานมาถึง 4 คน ด้วยกัน (ขนาดนั้น) รู้เลยว่าทั้งรักทั้งหลงผู้หญิงคนที่ว่าขนาดไหน


Been there dreaming, helps to pass the time
การฝันกลางวัน มันก็ช่วยฆ่าเวลาดีนะ
Got to thinking 'bout this girl that could be mine
คอยคิดไปเองว่าคุณเป็นผู้หญิงของผม
She's got everything,
คุณมีทุกอย่างที่ผมต้องการเลยล่ะ

But I don't think, she even knows
แต่ผมว่าคุณคงจะไม่รู้ตัวหรอก
All the while inside my love for her still grows
ว่าความรักที่ผมมีให้กับคุณมันเติบโตขึ้นในทุกๆ ขณะ
I want everything, she's got everything
ทุกสิ่งที่ผมต้องการ คุณก็มีครบทุกอย่าง

She could be Bardot & Monroe, Sophia Loren
คุณเป็นเหมือน บริกิต บาร์โด, มารีริน มอนโร และ โซเฟีย ลอเรน
She could be reincarnated as Hepburn again
คุณอาจจะเป็น ออเดรย์ เฮบเบิร์น* กลับชาติมาเกิดใหม่
She could be perfect to love, simply divine
คุณช่างเป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบ ควรค่าให้รัก
Could she be mine, ooh
คุณจะเป็นผู้หญิงของผมได้ไหมนะ?

From my window, I can see her place
ผมเห็นคุณได้จากหน้าต่างในห้องของตัวเอง
I know her silhouette so well that I could trace
แค่ผมเห็นแค่เงาก็รู้ได้เลยว่าเป็นคุณแน่ๆ
Every curve & line
ก็ผมจำสัดส่วนของคุณได้ดีเลยนี่นา (-..-)

Seems a crazy way, to pass my time away
มันคงจะบ้าไปแล้วที่ผมมัวแต่เสียเวลา
Listing clothes that she would wear to work that day
คอยแต่นั่งคิดว่าวันนี้คุณจะใส่ชุดแบบไหนมากันนะ
How she looks so fine, wishing she was mine
ทำไมคุณช่างดูดีเสียเหลือเกิน อยากให้คุณเป็นผู้หญิงของผมจังเลย

Could I be just what she needs, am I fooling myself
แต่ผมจะสามารถให้ทุกอย่างที่คุณต้องการได้เหรอ? มันคงไม่มีทางหรอก
She would ever choose me instead of anyone else
คนแบบคุณจะมาเลือกผมแทนที่จะมองหาผู้ชายที่ดีกว่ายังงั้นเหรอ (ไม่น่า)
Could it be that our fate, is inter twined
หวังว่าโชคชะตาจะช่วยนำพาให้เราสองคน
Could she be mine
ให้ผมได้สมหวังกับคุณทีได้ไหม?

I asked my best friend, if he thought she could be mine
ผมก็เคยถามเพื่อนสนิทของผม ว่าเขาคิดยังไงถ้าผมสนใจคุณ
He just laughed, I didn't take it as a positive sign
เพื่อนมันดันไม่ตอบได้แต่หัวเราะ นี่แสดงว่าผมมันไม่มีหวังเลยเหรอ
His advice was "man, she's way out of your league
สุดท้ายก็แนะนำผมว่า "เฮ้ย ผู้หญิงแบบเธอมันคนละชั้นกับนายนะ"
She's the sun, and the moon, she is shining . . . .for me"
"เธอน่ะเหมือนกับดวงตะวัน จันทรา ที่สาดแสงมาที่นาย"

* คนนี้แสดงให้เห็นเลยว่า ผู้หญิงคนนี้ไม่ต้องสวย แต่ต้องโคตรจะมีเสนห์
แปลตามอารมณ์เพลง คงจะไม่ถูกหมดหรอกนะ

The Way You Look Tonight

The Way You Look Tonight - Cover by Riley Elmore

เป็นเพลงที่ผมชอบเพลงหนึ่งเลย กับการ cover ของ Riley Elmore ผู้เข้าประกวด The Voice America 2016 ด้วยเสียงต่ำแบบ Frank Sinatra กับอายุเพียงแค่นี้ และทำนองที่บวกกับเสียงเครื่องเป่าและเปียโน ทำให้เพลงร่วมสมัยมากขึ้น เนื้อเพลงทำให้ผมรู้สึกถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นตัวแทนความรู้สึกของผู้ร้องได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Some day when I'm awfully low
ในบางวันที่ผมรู้สึกแย่อย่างมาก
When the world is cold
ในวันที่โลกดูโหดร้าย
I will feel a glow just thinking of you
เพียงแค่คิดถึงคุณ มันก็กระตุ้นให้ผมก็ลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง
And the way you look tonight
และผมจะได้พบคุณในคืนนี้

Yes you're lovely with your smile so warm
ก็เพราะคุณช่างน่ารักเหลือเกิน รอยยิ้มนั้นก็ช่างดูอบอุ่น
And your cheeks so soft
แก้มคุณนั้นดูช่างบอบบางน่าถะนุถนอม
There is nothing for me but to love you
มันก็ไม่มีอะไรหรอก แค่ผมรักคุณ
And the way you look tonight
และผมจะได้พบคุณในคืนนี้

With each word your tenderness grows
คำพูดที่อ่อนโยนของคุณในทุกๆ คำ 
Tearing my fear apart
มันปัดเป่าความกลัวของผมทิ้งไปจนหมดสิ้น 
And that laugh that wrinkles your nose
แล้วเวลาที่คุณหัวเราะ รู้ไหมว่ามันทำให้จมูกของคุณมีรอยย่น
It touches my foolish heart
แต่นั่นแหละที่ทำให้หัวใจที่แสนจะโง่เขลาของผมได้รู้สึกถึงคุณ
 
Lovely, don't you ever change
ช่างน่ารัก ไม่แปรเปลี่ยนเลย
Keep that breathless charm
เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ จนแทบจะหยุดหายใจ
Won't you please arrange it
ได้โปรด เป็นอย่างนี้ตลอดไป
Cause I love you Just the way you look tonight
เพราะว่าผมรักคุณ  และผมจะได้พบคุณในคืนนี้
Just the way you look to-night
และผมจะได้พบคุณในคืนนี้

*แปลตามความรู้สึกต่อเพลง อาจไม่ตรงซะทีเดียว 

Wednesday, March 10, 2010

เก่งหรือจะสู้เฮง...

ช่วงเดือนมีนาคมนี้ผมเริ่มติดเบรกพักร้อนให้กับตัวเอง หยุดทุกสิ่งทุกอย่าง อยู่เฉยๆ ไม่สนใจโลกภายนอก ผมรู้สึกเบื่อๆ อยากให้เวลากับตัวเองได้คิดกับสิ่งที่จะเกิดในอนาคตเมื่อผมจบ ปริญญาโทไปแล้ว..

หาเช่าหนังมาดูครับ...หลังจากที่การ์ตูน Eyeshield 21 อวสานไป (มีคนบอกว่าโดนตัดจบ) ผมก็เลยหาหนังเกี่ยวกับอเมริกันฟุตบอลมาดูแก้เซ็ง...เรื่องแรกที่คนแนะนำ "We are Marshall"

แปลกไปจากดูกีฬาอื่นๆ ครับ กีฬาของเอมริกันชนน่ะ "คุณต้องชนะ" เท่านั้นถึงจะมีความหมาย คนดูไม่จดจำหรอกว่าคุณทุ่มเทแค่ไหนในเกมนั้น หากคุณพ่ายแพ้ ทุกคนจดจำผู้ชนะเท่านั้น...

โอ้โห...โหดร้ายกับชีวิตผมมาก...จะมีใครบ้างที่ไม่เคยแพ้กันนะ?

แต่อย่างน้อย "หากคุณทุ่มเทให้กับเกมจนถึงวินาทีสุดท้าย คุณจะไม่มีวันพ่ายแพ้" เอ่อ ฟังดูดีขึ้นมาหน่อย แต่ยังไงก็ฟังดูหดหู่สำหรับผมอยู่ดี

เรื่องต่อมา "The Invincible" เรื่องราวเล่าถึงชายหนุ่มใหญ่วัย 30 คนนึงที่มีโอกาสได้คัดตัวกับทีมในระดับ NFL ด้วยการต่อสู้ ทนคำเหยียดหยาม และพยายามจนถึงที่สุด ในที่สุดเขาก็ประสบผลสำเร็จ โดยเอาข้อความหนึ่งที่ภรรยาเก่าได้เขียนถึงเขาในตอนที่ทิ้งไป...

"You'll never go anywhere, you'll never make any money and you'll never make a name for yourself"

แปลง่ายๆ ก็คือ "ชีวิตของ..(คุณ) จะไม่มีวันทำอะไรได้ดีซักอย่างเลยแน่นอน" สุดท้ายพระเอกของเราก็ใช้ข้อความนั้นพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ตัวเขาเอง ทำได้...ดูแล้วซึ้งครับ...

ยังมีอีกสักเรื่องสองเรื่องที่เช่ามาดูเหมือนกัน แต่ก็ไม่ค่อยประทับใจสักเท่าไหร่...แต่สิ่งที่ผมได้คิด และรู้สึกทรมานกับมันก็คือ...

"ชีวิตคนเราต้องสู้เพื่อจะชนะ ต้องทุ่มเททั้งกายและใจทำให้มันสำเร็จ จงอย่าได้พ่ายแพ้เป็นอันขาด" แต่แล้วเมื่อไหร่กันล่ะ ถึงจะประสบผลสำเร็จ? ต้องนานขนาดไหนกัน?

จริงอยู่ว่าผมยังอายุน้อยอยู่ แต่ผมก็ไม่อยากจะบอกตัวเองให้มีชีวิตสู้ๆเรื่อยๆ โดยไม่รู้ว่าจุดหมายที่แท้จริงอยู่ที่ไหน ผมยังไม่มีจุดหมายเลยครับ ไม่รู้ว่าควรทำยังไงดี ไม่รู้ว่าควรทุ่มเทกับอะไรดี สับสนไปหมด

ไม่อยากให้คนอื่นมาดูถูก ไม่อยากให้คนคิดว่า ตอนนั้นชั้นแพ้เธอตอนเรียน แต่สุดท้ายชั้นก็ชนะเธอตอนทำงาน นายมันแค่สวะ!!

ซินแสท่านหนึ่งที่เตือนผมไว้ "เก่งหรือจะสู้เฮงได้" มันติดใจผมมากเลย...

ช่วงนี้สับสนกับชีวิตจริงๆ ครับ...

Saturday, March 6, 2010

ด้านมืดของทุกคน...

เคยดู Star Wars กันบ้างไหมครับ? คงเคยได้ยินคำว่า "dark side" หรือ "ด้านมืด" กันบ้างใช่ไหมครับ คนเราทุกคนมีด้านมืดเสมอ บางทีเราอาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

ผมเองก็มีด้านมืดเหมือนกัน หลายวันก่อนตัวผมเอง...รู้สึกผิดพลาด ทำสิ่งที่ไม่น่าจะทำลงไป...ผมพ่ายแพ้ให้กับด้านมืดของตัวเอง...

หลายวันที่ผ่านมานี้ ผมครุ่นคิดถึงสิ่งที่ทำมาตลอดเลยครับ ว่าผมทำไปได้ยังไง ทำไมถึงได้ทำแบบนั้นลงไปได้...555+ ไม่ต้องกลัวหรอกนะครับ ไม่ใช่ร้ายแรงอะไร แต่ถ้ามีคนรู้มันก็ไม่ดีหรอก เหมือนกับว่าตอนนี้ผมมี "โอตัปปะ" ความละอายต่อบาปที่ทำลงไปจนเหมือนวัวสันหลังหวะ...

อารมณ์นั้นเลย...

ที่ผ่านมาผมคิดเสมอว่า "ตัวของเราเอง" นั่นแหละที่เป็นคู่แข่งที่สำคัญที่สุด บ่อยครั้งผมสามารถชนะใจตัวเองได้ เพราะผ่านเรื่องราวมาเยอะ จนรู้ว่าต้องทำยังไง และอีกบ่อยครั้งนั่นแหละที่แพ้ใจตัวเองเหมือนกัน จนต้องมาคิดทีหลังว่า ตอนนั้นทำทำไมวะ...

หลังจากที่ผมได้กลับไปหาคนที่ผมได้กระทำผิด (ทั้งๆที่ เขาก็มองผมเป็นคนดี)และรู้ว่าเธอไม่ได้รู้เรื่องที่ผมทำลงไป ผมคงจะสบายใจมากขึ้นเยอะ...

ต่อไปผมสัญญากับตัวเองว่าผมจะไม่ทำแบบนี้อีก...ไม่อยากให้คนอื่นมองในแง่ที่ไม่ดี ที่สำคัญคือ "ไม่อยากพ่ายแพ้ให้กับใจของตัวเอง"...

Thursday, November 5, 2009

Everyone but except you...

นานแล้วสินะที่ผมไม่ได้รู้สึกแบบนี้...

คงเป็นความโชคดีด้วยมั้งที่บังเอิญได้ระบายอะไรไปในหัว MSN จนเธอคนนั้นต้องทักมา บทสนทนาแม้จะไม่ยาวนานแต่มันก็ช่างทำให้ผมต้องยิ้มไม่หุบเลยทีเดียว...

โอกาสช่างเป็นใจที่เธอกำลังอยากอู้งาน เซ็งๆ เลยทำให้เธอคุยกับผมได้นานกว่าที่แล้วๆ มา บอกตามตรงนะว่าผมก็หวั่นๆ ว่าคราวนี้ก็คงได้แค่คุยสั้นๆ อีกแล้ว แล้วเราก็คงต้องเป็นฝ่ายขอบายก่อนอีกแล้วสินะ..เอาน่านิดๆ หน่อยๆ ก็ยังดี...

เริ่มด้วยคำถามโง่ๆ ตามเคยอีกแล้วเรา สบายดีไหม? หนาวแล้วนะ ที่นู้นหนาวไหม? ฯ ลอยกระทงที่ไหน (น่าสมเพชตัวเองจริงๆ)

แต่ดูท่าเธอคงอารมณ์ดีเลยบอกว่าไปลอยกระทงมาแหละ สนุกด้วยได้เจอเด็กๆ หน้าใสกิ๊ก จนถามผมว่ามีแฟนเด็กดีไหม...

โชคดีนะครับที่มันเป็น MSN ถ้าเห็นหน้าผมจริง คงเห็นได้หน้าแอบซีดไปเล็กๆ เหมือนกัน แต่ก็ต้องทนตอบขำๆ ให้บทสนทนาสนุกทั้งๆ ที่อยากจะบอกใจจะขาดว่า "อย่ามีแฟนเลยนะ จะหล่อแค่ไหน หน้าใสแค่ไหนก็อย่าไปสนใจเลยได้ไหม โสดๆ แบบนี้ไปนานๆ ก่อนสิ"

ไอ้ผมมันก็หวั่นใจ ถึงแม้จะรู้ว่าเธอเป็นคนช่างเลือก คงไม่เลือกใครง่ายๆ ล่ะมั้ง?

"มีแฟนเด็กก็ดีนะ ชีวิตจะได้ดูกระชุ่มกระชวย แต่คงเสียที่เด็กจะดูแลเราไม่ค่อยได้น่ะ" ผมก็บอกไป...

"เด็กก็ดีนะ แต่ขอไม่เลี้ยงได้ไหม ไม่มีเงิน" เธอตอบ...

อ้าว...จะเลี้ยงต้อยยังไม่ลงทุนอีกนะคนเรา...

"มีแฟนเด็กจะได้แอ๊บได้ไง จะได้ทำอะไรเด็กๆ ได้" เอ่อมันก็จริง แต่อย่ามีเลย...

"ก็ถึงวัยกินเด็กแล้วใช่ไหมล่ะ กลัวคนเค้ารู้ว่าแก่แล้ว"...ผมแกล้งตอบไป

"ยังไม่แก่ซักหน่อย แค่เรียกนะเดี๊ยวเด็กก็มา"...โอ้ย เชื่อแล้ว ไม่ต้องพิสูจน์หรอก ผมเองอยากจะบอกใจจะขาดว่าต่อให้หน้าแก่ จะอ้วนกลมกว่านี้ผมก็ยังรักนะ อิอิ ^^"

บทสนทนามาถึงเรื่องมือถือเพราะเธออยากได้ BB ... ท่าทางเห็นคนอื่นใช้ใจเลยอยากจะเปลี่ยนจาก iPhone สินะ ดูท่าจะสับสนมากมาย ผมล่ะอยากเห็นสภาพเธอตอนนี้จัง คงจะน่าเอ็นดูพิลึกเลย...

"รู้ได้ไงว่าใช้ iPhone น่ะ ไม่เคยบอกเลยนะ" เอาแล้วไง...แล้วตูจะบอกยังไงดีล่ะ?

"ก็ใน FB ไงเวลาเขียนจาก iPhone มันก็จะบอกว่าข้อความ FB โดย iPhone ไง" ก็แถไปได้เรา..แหม ฉลาดจริงๆ...

"อ้อ" เธอตอบ...

รอดตัวไปเรา - -" จะให้บอกได้ไงว่า ติดตามดูตลอดน่ะแหละ...

"แม่รู้นะแม่ต้องด่าแน่ๆ เลย...ใช้เงินเก่งแต่ไม่รู้จักเก็บ" มันก็ธรรมดาแหละครับ ก็ใช้เก่งเป็นแบบนี้อยู่แล้วนี่นะ..แต่เรื่องนี้มันทำให้ผมต้องคิดย้อนถึงตอนสมัยยังเรียนที่เดียวกันทุกทีเลย..

"จะมีปัญญาเลี้ยง...เหรอ?" เพื่อนเธอแอบกัดผมผ่านสายสืบของผมเอง..

"เอ่อ จริงว่ะ ตูไม่มีปัญญาตอนนี้" ผมละละเหี่ยใจจริงๆ... T-T แต่ถ้ามีปัญญาผมไม่ปล่อยให้เธอรอดมือไปได้หรอกนะ ฮี่ๆๆ...

สุดท้าย...ผมอยากบอกเธอเหลือเกินว่า...

"รู้ไหม? ว่าผู้หญิงน่ะ ถ้าสวยก็มักจะไม่ฉลาด ส่วนผู้หญิงที่ฉลาดก็มักจะไม่สวย แต่สำหรับเธอเป็นข้อยกเว้นนะ"

อิอิ ^^

Saturday, September 5, 2009

เป็นคนไม่มีความสุข...?

เคยลองถามตัวเองดูบ้างไหมครับว่า "สิ่งไหนที่คุณอยากจะมีมากที่สุดในชีวิตนี้?" เช่น มีเงินทองร่ำรวยที่สุด นั่งกินนอนกินก็มีเงินใช้ไปตลอดชาติ, เป็นคนที่มีชื่อเสียง ผู้คนจดจำไปอีกนานแสนนาน หรืออะไรก็แล้วแต่...?

แต่สำหรับผมน่ะ...คือ..เป็นคนที่มีแต่ความสุขตลอดไป...

หลังๆ นี่มาลงๆ นั่งคิดดูเหมือนกันนะครับ ไม่รู้ว่าเพราะเครียดเรื่องงานที่กำลังทำอยู่ หรือเครียดเรื่องอนาคต หรืออะไรก็แล้วแต่...ทำไมกันนะ ผมถึงไม่ได้รู้สึกว่ามีความสุขกับคนอื่นๆ เขาเลยนะ...?

ทั้งๆ ที่ผมก็มีแฟน แต่ทำไมกันนะ ผมถึงไม่ได้มีความรู้สึกว่ามีความสุขเลย...ทำไมบางคนไม่มีแฟน อยู่ตัวเดียวกลับมีรอยยิ้ม มีความสุข หัวเราะคนเดียวได้ เหมือนกับว่าชั้นก็อยู่คนเดียวได้เหมือนกันนะ...

หรือว่า...มันเกิดจาก "ความไม่สมหวัง" กันนะ...? นั่นสิ...มนุษย์เรามีความอยากได้ พอไม่ได้ตามที่ต้องการก็เป็นทุกข์ พอทุกข์มันก็ไม่มีความสุขสินะ...จริงด้วยสินะ!

ไม่สมหวัง ผิดหวัง กับอะไรบ้างนะชีวิตเรา...ไม่ได้ร่ำรวยอย่างคนอื่นเขาทั้งๆ ที่เราน่าจะเกิดมามีฐานะดี หรือ รักเขาแต่เขาไม่รับรัก แห้วตลอดศก คาดหวังอะไรไว้กับอนาคตแต่มันไม่เป็นแบบนั้น หรือ ชีวิตมีแต่อุปสรรค โอ้...!!! เยอะแยะไปหมด...

แม้ว่าแม่ผมจะบอกว่า ให้มองคนที่เขาด้อยกว่าเราสิ...เขาแย่กว่าเราซะอีก แต่เราดีกว่าเขาตั้งมากมาย... เอ่อ มันก็จริงสินะ แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้มีอะไรดีขึ้นนี่

ชีวิตผมจะต้องเป็นแบบนี้ไปนานซักเท่าไหร่ก็ไม่รู้นะครับ..?

"สักวันผมต้องเป็นคนที่มีแต่ความสุขให้ได้..." สักวัน..สิน่า...

Monday, August 10, 2009

ยังหาเลี้ยงตัวเองไม่ได้เล้ย แล้วยังอยากจะ...

ไม่รู้ว่าบางช่วงผมยุ่งเกิน หรือว่าบางช่วงว่างเกินก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับ ผมถึงได้คิดอะไรเพ้อเจ้อ ละเมอเพ้อพก หรือคิดอะไรเข้าข้างตัวเองไปขนาดนั้น...

พูดตามตรงแล้วครับ บางช่วงบางเวลา มันก็อยากจะมีสาวๆ สวยๆ ควง หรือพูดคุยให้มันสนุกสนาน ชื่นใจกันบ้าง (เรื่องสาวๆ อีกแล้วตู) อาจเพราะแฟนผมเองก็ไม่ได้สวยมั้งครับ แถมยังไม่ดูแลตัวเองอีกตั้งหาก ผมเลยเผลอไปมองอะไรๆ ให้มันสดชื่นหัวใจขึ้นมาบ้าง...

บางทีอยู่เฉยๆ เห็นสาวๆ ที่สวยๆ (แต่แค่สวยผมมักไม่สนใจหรอกนะครับ ประมาณว่าต้องคุ้นเคยกันบ้างนิดหน่อย) ก็แอบเหล่บ้าง (มองบางส่วนที่ไม่ควรมองบ้าง *-*) แอบดอดไปหาเรื่องคุยบ้าง เนียนๆ ไป...

ผมเคยถามเพื่อนสาวผมคนนึง (เพื่อนสาวนี่ไม่ใช่กระเทยนะครับ ผู้หญิงนะ - -) ว่าถ้าอย่างผมเนี่ยชอบผู้หญิงคนนึง เจ้าตัวจะรู้ตัว หรือคนใกล้ตัวเพื่อนๆ เค้าจะดูออกไหม? หลายๆ คนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ดูไม่ออกหร๊อก! ฮ่าๆ...

แสดงว่าแบบนี้อาศัยความเนียนตีสนิทได้สินะ แต่อย่างว่าหน้าผมมันจริงจัง สาวๆ คงกลัวๆ เกร็งๆ กันมากกว่า...

มาเข้าเรื่องกันดีกว่า...บางครั้งผมก็แค่มอง ไม่ได้คิดอะไรหรอก แต่ในบางครั้งมันก็มีเครื่องหมายคำถามขึ้นมาในใจของผมว่า "จีบเลยดีไหมวะ? เลิกกับแฟนแล้วจีบดีกว่าไหม?" ความรู้สึกแบบชายโฉดมันผุดขึ้นมาในหัวเฉยเลย...

แต่...โลกของความเป็นจริง การที่คุณจะจีบสาวคนนึงต้องทำไงบ้างครับ...? ต้องลงทุนใช่ไหม..? นั่นล่ะ..ปัญหา...

มันจึงเข้ากับหัวข้อเลยที่ว่า "ยังเลี้ยงตัวเองไม่รอดเลย คิดจะเลี้ยงสาวๆ รึ" (สาวๆ ด้วยนะ - -)

สุดท้ายพอมีเวลามันว่างๆ ผมก็เล้ยยย ชอบมาคิดว่า แมร่ง...เมื่อไหร่ตูจะหาเลี้ยงตัวเองได้ว่ะ พ่อจะฟาด เอ้ย!...จะได้จีบสาวๆ ที่หมายปองได้ซักทีนึง!

เอวังด้วยประการละชะนี้แล...!! (บาง feel บางอารมณ์ครับ 555+)

Wednesday, August 5, 2009

เป้าหมายการเงินในตอนนี้...

ผมคิดไว้อยู่นานแล้วล่ะ แต่เพิ่งจะมีโอกาสที่จะเขียนเรื่องราวนี้ขึ้นมา หลังจากที่ได้คิด ได้คำแนะนำมาจากคนอื่นบ้าง เกี่ยวกับ "การสร้างความมั่นคงทางการเงิน" ให้กับตัวเอง...

อายุเราก็ไม่ใช่น้อยแล้วนะ เงินเก็บคืออะไรก็ไม่เคยตอบตัวเองได้เลย (อาจเป็นเงินในกระปุกออมสิน?)...ได้เงินมาก็ใช้หมด พออายุอานามป่านนี้ ก็เพิ่งมาคิดได้ เอ๊าาาา...เริ่มที่ 25 แล้วกันเรา คงไม่สายไปนะ - -"

ผมจะแบ่งเงินออกเป็น 3 ส่วน ที่คิดจะออมไว้นะครับ คือ...

1. เงินทุนสำรองเลี้ยงชีพ (เพื่อนผมเรียกว่าอย่างนั้น)คำจำกัดความก็คือ "เงินที่เก็บสะสมจากรายได้ที่เข้ามาไม่ว่าจะทางใดก็แล้วแต่ คิดเป็นเงินรวมอย่างน้อย 3 เท่าของรายได้ปกติ ไม่สามารถถอนมาใช้ในภาวะปกติได้"

ส่วนนี้ผมคิด 3 เดือนก่อน สมมติ ผมมีรายได้เดือนละ 7000 (ไม่ต้องสมมติหรอก เท่านี้จริงๆ น่ะแหละ - -") ก็ต้องมีเงินในส่วนนี้ 21000 เป็นต้น

ในส่วนนี้ผมจะถอนมาใช้ไม่ได้เลย เป็นเงินที่ต้องนอนไว้ในบัญชี ยกเว้นเหตุฉุกเฉินจริงๆ จึงจะนำมาใช้ (แต่พยายามไม่ใช้แล้วกัน)ในอนาคตจะเพิ่มความมั่นคงเป็น 6 เดือน หรือ 1 ปี หรือมากกว่า ตามลำดับ ว่าง่ายๆ ก็คือ เป็นเงินที่เผื่อไว้ตอนไม่มีรายได้ ก็จะสามารถประกันได้ว่าเรายังอยู่ต่อได้อย่างน้อย 3 เดือนครับ

2. เงินเก็บประจำในแต่ละเดือน คำจำกัดความก็คือ "10% ของรายได้ประจำจะต้องถูกเก็บเข้าบัญชีเอาไว้ทุกๆ เดือน อย่างสม่ำเสมอ"

ส่วนนี้ผมคงต้องงดไปก่อน เพราะในแต่ละเดือน ยังใช้ไม่พอเล้ยยยย...ชีวิตนักศึกษาก็งี้แหละ - -"

3. เงินจากรายได้เสริม คำจัดความคือ "รายได้อื่นๆ นอกเหนือจากรายได้ประจำ จะถูกเก็บไว้อีกบัญชีหนึ่งแยกกับสองบัญชีข้างตัน โดยเมื่อมีรายได้เสริมเข้ามาเงินจะถูกมากองไว้ที่นี่" ซึ่งผมถือเป็นเงินออมก้อนแรกที่จะถูกใช้ไปก่อน

ในส่วนนี้คือเงินจากรายได้เสริมครับ งานนอก ได้เท่าไหร่ก็จะนำมาฝาก หากอยากได้อะไรก็สามารถใช้ได้ตามต้องการ หากไม่ได้ใช้ หรือเกิดงกขึ้นมาก็จะได้กลายเป็นเงินฝากในข้อที่ 1 ไปด้วยเลย...

ตอนนี้ผมคิดว่าคงทำได้ 2 ข้อ คือข้อ 1 และ 3 ไปก่อน...อย่างน้อยตอนนี้ก็ได้หลักพันแล้วนะ...อิอิ - -"

Sunday, May 17, 2009

Painful...

ก่อนหน้าที่ผมจะลงมือเขียนบล๊อกนี้ ผม...รู้สึกวูบไปซักพักนึง...ทั้งๆ ที่พยายามทำใจให้ไม่คิดอะไร..แต่..ผมทำใจไม่ได้จริงๆ... รู้ทั้งรู้ว่าต้องเจ็บ ที่มาคอยเฝ้าดูแบบนี้ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะต้องคอยดูความเคลื่อนไหวของเธอคนนั้นอยู่เรื่อย...

คำที่เธอใช้กับคนนั้น...มันเป็นคำที่ไม่ธรรมดาเลย ผม..รู้สึกหึงขึ้นมา ปรี๊ดดดขึ้นมาแว๊บนึงเลยทีเดียว หลังจากนั้นมันก็ว่างเปล่า ไม่รู้จะทำยังไงดีกับเหตุการณ์แบบนี้...

ก็เธอไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมนี่...ไม่ได้เป็นอะไรกันขนาดที่ผมจะมีสิทธิ์หึงเธอได้ แต่คำพูดนั้น..มันเจ็บ..ปวด...รวด..ร้าว ไม่ว่าเธอจะพูดกับผู้ชายคนไหนก็ตาม...

"Joop Joop kaaaa" ไม่เคยแม้แต่จะเป็นคำพูดที่ใกล้เคียงที่เธอเคยพูดกับผมเลย แม้ว่าจะเป็นเพียงข้อความก็เถอะ แต่ผมก็พอรู้ว่า ผู้ชายคนนั้น ต้องสำคัญกับเธอในระดับนึง (ที่แน่ๆ คงมากกว่าผม)...

ผมเข้าใจครับ เธอก็ออกจะ Absolutely Perfect ขนาดนั้นไม่แปลกที่จะมีหนุ่มมารุมล้อม ผมมันบ้าไปเองที่มัวแต่แอบคิดอยู่แบบนี้...อีกอย่างผมเองก็มีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้ว ผู้หญิงอย่างเธอจึงไม่มีความจำเป้นที่ต้องเข้ามายุ่งกับผม...เธอสามารถหว่านเสน่ห์กับชายโสด หรือคนที่เธอชอบได้สบายๆ...

เจ็บ...จนจะไม่ไหว ภายนอกมันเหมือนจะไม่เป้นไร แต่ข้างในนี่สิ..ได้แต่บอกตัวเองว่า ถ้ายังรักเธอ ก็ต้องเจ็บอยู่อย่างนี้แหละไปเรื่อย จนจะเจ็บสุดๆ คงตอนที่เธอแต่งงานไปกับผู้ชายคนอื่นนั่นแหละ ไม่รู้ว่าถึงวันนั้น ผมจะรู้สึกยังไง..จะทนรับไหวไหมก็ไม่รู้...

ผมคงจะต้องยินดีที่จะเจ็บต่อไป...เพราะแค่ได้เห็นเธอมีความสุข อยู่สบายดี ได้เห็นรอยยิ้มอันสดใสแบบนี้ต่อไป..ผมก็ยินดี...จะเจ็บ...ปวด...ต่อไป...

Friday, May 8, 2009

IQ ของผม... - -"

วันนี้อยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรทำช่วงบ่ายเพราะลุยงานจนเรียบร้อย (สำหรับรอบนี้นะ - -") ไปตั้งแต่หลายวันก่อนแล้ว ยอมรับว่าเหนื่อยมากๆ เลยครับ เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว... คิดๆ เหมือนกันว่า จริงแหะ! ที่เค้าว่าๆ เรียน ป.โท น่ะเป็นสุดแสนสาหัสของชีวิตแล้ว อย่างน้อยก็ผมคนนึงล่ะ...

ร้อยมากๆ เลยอากาศ ฝนทำท่าจะตกก็ไม่ตก ไม่มีอะไรทำจริงๆ เกมส์ก็ไม่อยากเล่นเท่าไหร่ ทำอะไรดีเนี่ยตู บังเอิ๊ญ ไปเจอแบบทดสอบวัดไอคิวเข้าก็เลยทำมันแก้เซ็ง (ฆ่าเวลา และทำให้ปวดหมองได้เหลือเชื่อเลยล่ะ!!)

อันแรกมาจากเวปไซต์
http://www.iqtest.dk/

ยอมรับว่าเคยทำมาก่อนแล้วครับ รอบก่อนๆ ได้ 130 ตรงเป๊ะ (ไม่มีเฉลยนะ!) คราวนี้มาลองทำใหม่ ไม่เสียหายเนอะ ก็เราก็ใช้ชีวิตมาได้ 25 ขวบแล้ว สมองมันก็ต้องพัฒนาไปด้วย จริงม่ะ (อันที่จริงเค้าบอกว่า สมองมันจะเสื่อมลงเรื่อยๆ หลังจากนี้ไม่ใช่เรอะ!!)

ข้อท้ายๆ นี้ปวดหัวมากๆ ครับ พยายามหามิติสัมพันธ์ของมัน ยอมรับว่ายากมากๆ ต้องเลือกตอบอันใกล้เคียงแทนไป ผลสรุปก็ออกมาว่าผมได้คะแนน..

133 คะแนนครับ ^^ ดีใจ เพิ่มตั้ง 3 คะแนนแน่ะ !! ผมยังอยู่ในช่วง High Intelligence อยู่ อิอิ..อัจฉริยะต้อง 140+ (เอาน่า ก็ใกล้เคียง อิอิ)


พอลองหาเวปใหม่ทำดูก็ไปเจออันนี้
http://www.highiqsociety.org/common/iqtests/ultimate.htm เอาล่ะ ทำเลยดีกว่า

อันนี้แบ่งเป็นหลายหมวด ทั้ง มิติสัมพันธ์ ความจำ คณิตศาสตร์ ความรู้ทั่วไป เป็นต้น ท่าจะเข้าท่ากว่านะ ไม่เหมือนอันแรกที่เน้นมิติสัมพันธ์...

ผมสะดุดเลยครับก็ดันเจอ...ภาษาอังกฤษ บางตัวแปลไม่ออก แปลไม่ทัน มันมีเวลาแค่ 90 วิเองนะ!!! เลยต้องมั่วบางครั้ง หมวดความรู้ทั่วไปบางทีก็ถามถึงคนนู้นคนนี้ พระเจ้า!!! ไม่รู้จักครับ ขนาดว่าอ่านหนังสือประวัติศาสตร์มากบ้าง บางคนยังไม่รู้จัก บางคนก็ไม่ใจที่จะอ่านเลยยย!!!

ก็ต้องมั่วไปตามระเบียบ ในข้อที่อ่านไม่ออก TT

สรุปผลออกมาได้ ... 131 คะแนนครับ ^^



มีการบอกด้วยนะว่าคุณจัดอยู่ในกลุ่ม 5% ของประชากรทั้งหมดในโลกที่มีไอคิว ระดับนี้หรือมากกว่า!!!

โอ๊ะ อ่านแล้ว เราอยู่ในช่วง Superior Inteligence นี่!! โอ้วว ฉลาดล้ำเลิศจริงๆ ว่าแต่ไอ้ Gifted มันคืออะไรเหรอ? เปิดดิกส์ดูปรากฏว่ามันก็คือ คนมีพรสวรรค์ หรือคำใกล้เคียงก็คือ Talented นั่นเอง!!

เอาว่ะ ได้ขนาดนี้ก็หัวดีระดับนึงแล้วล่ะ - -"

พูดตามตรงครับ การที่ฉลาดมากๆ ขนาดระดับอัจฉริยะเป้นความไฝ่ฝันของผมเลยนะ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องของพันธุกรรม เป็นพรสวรรค์ที่ประทานให้เฉพาะคนเท่านั้น ไม่ได้หวังว่าจะได้เท่าไอน์สไตน์ หรือ นิวแมน (ผู้ออกแบบทฤษฎีเกม) หรอกนะครับ แต่ถ้าได้อยู่ในระดับอัจฉริยะก็คงคิดอะไรปรู๊ดปราด เหมือนมี CPU Quad Core Extreme อะไรประมาณนั้นเลย..แต่เสียดายครับได้แค่นี้

บางที่คิดอะไรที่มันจะลึกล้ำมันก็สะดุด มุดลงไป ดำลงไปลึกกว่าเดิมไม่ได้ มันวนเวียนอยู่แค่นั้น ไม่สามารถไปไกลกว่านั้นได้ ผมรู้สึกถึงขนาดนั้นเลยเวลาคิดเรื่องยากๆ มัน..ไม่ได้จริงๆ นี่คงเป็นขีดจำกัดของผมแล้วล่ะ...

แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่ได้เป็นอัจฉริยะแล้วจะแย่นะครับ แต่เรายังต้องมี "ความอุตสาหะ" หรือ "พรแสวง" ยังไงล่ะ ครับ มันทำให้ผมก้าวต่อไปเรื่อย ก็เพราะนึกถึงจุดนี้แหละว่า ถ้าเราไม่มีความพยายาม ฉลาดแค่ไหนก็แค่นั้น

"ของเพียงคุณมีพรสวรรค์เพียง 10% อีก 90% เป็นพรแสวง คุณก็มีความสามารถเทียบเท่าอัจฉริยะได้"

ใครพูดไม่รู้ครับ ลอกเค้ามาอีกทีนึง - -"

Tuesday, May 5, 2009

เดือนแรกของอายุ 25 ขวบ

ใช่แล้วครับผมอายุ 25 แล้ว...

คิดดูสิ เดินๆ ไป พอเห็นเด็กๆ ป.ตรีกัน เหมือน..เราเองก็เพิ่งผ่านมาได้ไม่นาน ตอนนั้น เรายังไม่ถึง 20 เลยด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ เราเริ่มแก่ซ่ะแล้วเหรอเนี่ย?

กำลังวังชาก็เริ่มหดหาย ทั้งๆ ที่วัยนี้มันน่าจะเข้าวัยที่เขาเรียกว่า "วัยหนุ่มฉกรรจ์" ใช่ไหม? แต่ทำไมผมถึงได้ วิงๆ รู้สึกท้อแท้ หมดแรงได้ขนาดนี้...

เริ่มเบญจเพศ ใครๆ หลายคนก็คงจะโชคร้าย ผมล่ะไม่เข้าใจเลยว่าทำไมมันต้องเป็นแบบนั้น รู้สึกว่าช่วงนี้ชีวิตที่เคยแย่ มันกลับแย่ลงกว่าเดิมทุกๆ อย่าง ทั้งงาน ชีวิตส่วนตัว...อะไรๆ ก็ติดขัดไปหมดเลย...

อายุขนาดนี้แล้ว (พูดเหมือนซักจะ 60) ชีวิตแบบจริงๆ ของมนุษย์เราก็เริ่มเข้ามาครับ...รับรู้ ความโหดร้ายของชีวิตที่อีกหน่อยเราต้องหาเงินเองนะ แบมือขอพ่อแม่ไม่ได้ ชีวิตผัวเมียหนุ่มสาว ชีวิต one night stand ของคนรอบข้าง เรื่องเพศสัมพันธ์...ที่เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ที่ เรียกกันสั้นๆ...

กิน...ขี้..ปี้..นอน

เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนคงต้องเจอกันอยู่แล้ว...

มันเป็นเรื่องที่จะฉุดความรู้สึกดีๆ ยามที่เราเป็นเด็กที่..รักใครสักคน อยากดูแลเขาไปตลอดชีวิต แล้วก็แต่งงานอยู่กินกัน มีความสุขตลอดไป...กลับกลายเป็น...หาคู่ ถูกใจ ขึ้นเตียง เข้ากันได้ไหม ว่ากันอีกที..

ทั้งสลับคู่นู้นนี่..คนนู้นคนนี้ บางคนสวยยังกะนางฟ้าแต่ก็พ่ายแพ้อำนาจเงิน นอนแบ...ให้คนอื่น... หรือ... คนหน้าตาไม่ดี แต่รวย..อยาก..ใครก็ทำได้...

เรื่องจริงที่เกิดขึ้นจริงๆ ในชีวิตคนเราครับ เพียงแต่ช่วงนี้ เริ่มรับรู้มันมากขึ้น..มันกำลังดึงให้ผม ก้าวเข้าไป..สู่ด้านมืด...เพียงเพราะ กิเลส ตัณหา ความสนุกชั่วครั้งชั่วคราว ผมเองก็หวังว่าจะไม่ตกไปสู่ วังวนเรื่องนั้น...

ความโลภ การทำงาน สิ่งที่ต้องเผชิญต่อไปในชีวิต การอิจฉาริษยากัน ปั้นหน้าใส่กัน ผมคงต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์อีกเยอะ กว่าจะเข้าใจและฝ่าฟันสิ่งเหล่านี้ไปได้...

หวังว่า...กิเลส สิ่งไม่ดีทุกอย่างจะไม่ทำให้ผม...เข้าสู่ทางสายมืด...มีชีวิตอยู่อย่างสัตว์เดรัจฉาน ปล่อยให้อารมณ์ ตัณหา นำพาชีวิตไปนะครับ...

ดูเยอะแยะไปหมดเลย..แต่นี่แหละมันคือความจริงของชีวิต..ความจริงที่มนุษย์เราต้องรับรู้...และ...ควบคุมจิตใจ ให้เป็นมนุษย์ผู้มีจิตใตสูง มากกว่าเป็นแค่สัตว์เดรัจฉาน...

ที่พูดก็เพราะว่า ผมกลัว...ความรู้สึกในตอนนี้ ความเย้ายวน ที่มันจะทำลายด้านดีๆ ในตัวผมไปหมด ช่วงนี้..เป็นช่วงที่ผมอ่อนแอจริงๆ ครับ...

Confess to someone...

ผมห่างหายจากการเขียนบล๊อกไปนานมากเหลือเกินจำได้ว่าเรื่องสุดท้ายก็คือการตั้งเป้าหมาย A ทุกวิชาก็ทำได้ไปแล้ว มาจนวันนี้จนจบคอร์สของ ป.โท หมดแล้วผมก็ได้ A หมดทุกตัว ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้คือ "จบ ป.โท ด้วยเกรด 4.00" ได้แล้ว...น่าดีใจจริงๆ...

หลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตผมตั้งแต่ตอนเด็กๆ มาแล้ว...ผมเองก็เคยตั้งเป้าหมายในชีวิตไว้เยอะแยะไปหมดเลย แต่..ไม่เคยทำสำเร็จได้ซักอย่าง บางที...คนเราก็จำเป็นต้องได้รับบทเรียน จึงจะมีแรงกระตุ้นทำเป้าหมายได้...

ทั้งเรื่องการเล่นกีต้าร์ บางทีก็ทนเจบ็นิ้วไม่ไหวบ้างล่ะ ไม่มีเวลาซ้อมบางล่ะ ทำให้บางอารมณ์มันแอบคิดว่า "กูนี่มันไม่เอาไหนจริงๆ"แบบนี้ยังอยากเล่นเพลงเพราะๆ ได้อีกเหรอ หรือ ยังอยากได้กีต้าร์ตัวใหม่อีกรึไง?

มีเพียงเรื่องนึงในชีวิตที่ผมคิดว่ามัน "สำคัญ" กับผมมากที่สุดเลยก็ว่าได้ ผมแทบจะต้องใช้วิธีการของ ซุนฮก ที่ว่า "จอมปราชญ์เลี้ยงทหารพันวัน เพื่อใช้รบวันเดียว" มันเป็นแผนที่สิ้นเปลือง เสี่ยงมากๆ แต่..มันคุ้มค่าในอนาคตเอามากๆ ..(ผมคิดว่าอย่างนั้น)

แต่..ช่วงที่ผมอายุ 25 นี้...มันเป็นช่วงที่ผมรู้สึกถึงการที่...ดวงของผมมัน...ตกสุดขีด...อย่างที่รู้สึกได้เลย...ทำอะไรก็ไม้เคยสำเร็จ..แถม... การเลี้ยงทหารพันวันของผมก็คงจะจบลงด้วยเช่นกัน...

"เธอมีแฟนแล้ว" เป็นสิ่งที่ผมกลัวมาตลอดและมันก็เป็นจริงจนได้ เลี้ยงทหารพันวันของผม...มันคงไม่ได้ใช้แล้วล่ะ...เพราะมันไม่มีการรบอีกแล้ว... ทุกวันนี้ฟังเพลงเศร้าได้อารมณ์เป็น 2 เท่าเลยทีเดียว TT

ผมเองวันนึงก็อยากจะ "สารภาพ" กับเธอในวันที่ผมพร้อมซักวันนึงเหมือนกัน...แต่มันคงสายไปแล้วล่ะ...

"...รู้ว่าเราพบกันเมื่อสายเกินไป แต่เธอรู้ไหมว่าสำหรับฉัน มันคือการเริ่มต้น ที่จะต้องทรมาน จากการที่ฉันไม่อาจห้ามใจตัวเอง.."

"...ทั้งที่รู้ว่าเธอมีเขาอยู่ทั้งคน แต่ใจเจ้ากรรมก็ไม่เคยคิดจะหยุดยั้ง ไม่เคยหยุดรักเธอ ตลอดเวลาใจนี้ยังมีความหวัง รู้ว่ามันเจ็บ..แต่ก็ยอม..."

วันนี้...ผมเจ็บมากๆ เลย.. เจ็บจน...อยากถามว่ามีอะไรที่เจ็บกว่านี้อีกไหม ผมพร้อมที่จะรับมัน และยอมทนทุกข์ต่อไป...เพื่อที่วันนึง ผมอาจจะได้สารภาพกับเธอ...อีกครั้งนึง...

Wednesday, October 17, 2007

โย่ววว...4.00 แว้ววว...

เป็นไปตามคาดหมายครับเทอมนี้กับเกรด 4.00 ที่ตั้งเป้าหมายไว้ตั้งแต่ต้นเทอม สุดท้ายผมก็ทำได้จริงๆ แม้ว่าจะมีแอบเสียวบ้างในบางวิชาแต่ก็กระตุ้นตัวเองจนได้ รู้สึกภูมิใจจังมันเหมือนกับว่าได้ชนะใจตัวเอง ทำสิ่งที่ต้องใช้เวลาพิสูจน์ถึง 1 เทอม คือประมาณ 4 เดือนที่ต้องตั้งใจและต้องไม่พลาดถึงจะได้มา...

เป็นอีก 1 บททดสอบความตั้งใจในอนาคตครับ...ว่าผมน่ะ จะไม่ปล่อยให้พลาดไปเช่นเดียวกัน ตอนนี้ได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างว่า "ต้องทำตอนนี้ ให้ดีที่สุดก่อน"...

เรื่องงานวิจัย หรือ Thesis จบ นั้นก็คงต้องรอปลายปี ถึงจะรู้ครับว่าจะได้ทำเรื่องอะไร เพราะผมน่ะเริ่มจะเรียนรู้สิ่งแวดล้อมใหม่ๆ มากขึ้นว่า มันไม่เหมือนกับแบบเดิมๆ นะ ที่ขอแค่ตั้งใจจะทำก็พอ ได้ทำแน่นอน แต่ที่นี่น่ะ ต้องรอ "ทุน" ก่อน

เป้าหมายของผมเทอมหน้าก็คือ 4.00 เช่นเดิม แต่คราวนี้ ยากกว่าเดิมแน่นอน แต่ผมจะพยายามครับ เป้าหมายสูงสุดของผมก็คือ 4.00 ตลอดการศึกษา ป.โท และก็มีผลงานตีพิมพ์ดีๆ ซักอัน ก็พอใจแล้ว...

จะว่าไปก็มีควันหลงเทอมนี้เหมือนกันนะครับ...ตัวนึงที่ผมเรียน คิดว่าน่าจะมีคนได้ A ถึง 80% เลยทีเดียว คนเรียนก็มีไม่กี่คนไม่ถึงสิบเลย แต่ได้ A กันเยอะมาก ทั้งๆ ที่วิชานี้ผมทำคะแนนห่างจากคนอื่นซ่ะกระจุย จนแทบจะคาดว่า น่าจะมีคนได้ A ต่อจากผมแค่คนเดียว สุดท้าย เล่นซ่ะ A เกือบหมด...น่าคิดจริงๆ ครับ

แต่ช่างเถอะ จะยังไงก็แล้วแต่ผมน่ะคิดว่า 4.00 ของผมมีคุณค่าเสมอ เพราะมันเป็น 4.00 ที่มาจากความตั้งใจจริง มาจากคะแนนที่สูงจริง (ท๊อป รองท๊อปเซคชั่น) และก็ผลงานดีจริง (ผมลงมือทำเองเกือบหมด) เอาะครับ เทอมหน้าผมก็จะสู้ต่อไป...

ลืมไปว่าต้นเดือนหน้านี้ผมก็ต้องสอบภาษาอังกฤษอีกนี่หว่า เกือบลืมไปเลย ก็ต้องฟิตด้วยครับ...

เป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะ แค่ "สู้ๆ นะ" ก็เพียงพอแล้วล่ะ อิอิ

^^Y

Tuesday, October 16, 2007

เพลง นาทีสุดท้าย --- ETC. (Ost.บุพเพเล่ห์รัก)

คงเคยดูกันบ้างใช่ไหมล่ะครับ ละครเรื่องนี้ ผมล่ะติดงอมแงมเลยล่ะ เพราะชอบอั้มเอามากๆ เป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์ดี (ถึงหัวจะเถิกไปหน่อย) แถมจะชุดไหนก็น่ารัก ผมดูไปดูมาจนอินแบบว่า อยากเข้าไปตบหัวพระเอกแล้วบอกว่า "มานี่เดี๋ยวตูแสดงเอง" ป่านนี้คงจบเรื่องไปนานแล้ว ปากแข็งจริงๆ เก๊กอยู่ได้ เสียรมณ์ เอิ๊กๆ...

เพลงนี้เป็นเพลงตอนจบเรื่องครับ ปกติผมชอบเพลงของ ETC มาตั้งแต่อัลบั้มแรกๆ อย่างเพลงซึ้งๆ "เจ้าชายนิทรา" เพลงนี้ก็เช่นกันฟังแล้วซึ้งโคตรๆ แต่เพลงนี้ร้องแบบทรมาน แต่เดาว่าเพลงนี้น่าจะจบแบบ Happy ending แบบในละคร เหมือนว่าผู้หญิงก็มีใจบ้าง แต่ไอ้ผู้ชายน่ะมันไม่ยอมบอก จนเกือบจะสายไป(แต่ก็ไม่สาย)...

ถ้าเรามีชีวิตแบบ Happy ending แบบในละครบ้างก็ดีสินะครับ แต่ไม่ต้องมีตอนจบหรอก เพราะชีวิตที่มีความสุขจริงๆ คือตอนพระ นาง เข้าใจกันตอนจบของเรื่องแล้วก็ต่อจากนั้นมากกว่าเนอะ...

--------------------

วันที่เรามีรักให้ใครสักคน
ถ้ามันเป็นเพียงความรักข้างเดียวก็คงต้องเสียใจ
แต่รักเค้าแล้วไม่บอก ไม่ยอมพูดเพียงคำเดียว แล้วปล่อย
ปล่อยมันให้สายไป ยิ่งช้ำใจ

*ความในใจของฉันที่มีต่อเธอ
มันคือคำว่ารัก รักตั้งแต่วันที่พบกัน
แต่เหมือนว่าฉันไม่แคร์ ไม่เคยสนใจในความรู้สึก
ของใจเธอเลยสักครั้ง อยากให้รู้มันไม่จริง

**และในชีวิตของฉันต้องการแค่เพียงคนเดียวคือเธอ
ก็คงไม่มีประโยชน์ต้องทนเก็บไว้ในใจ
อยากบอกให้เธอได้รู้ฉันจะไม่หนีความจริงจากนี้ไป
นาทีสุดท้าย คงยังไม่สาย...
สำหรับเรา

ซ้ำ *,**

เฝ้ารอมานานแสนนาน วันที่กล้าจะบอกเธอไป
พูดมาจากใจของฉัน ว่าฉันรักเธอ...

**

^^Y...


























Sunday, October 14, 2007

เพลง เจ้าชู้ --- Spin Head

เสียงเพลงมันออกจะแตกๆ หน่อยนะครับ แต่ฟังเพลินๆ ดี โดยเฉพาะทำนองครับ (จริงๆ แล้วผมชอบเพลงที่ทำนองเพราะๆ นะ) ลองฟังช่วง intro สิครับ โอเคเลยล่ะ...

ปกติไม่ชอบผู้หญิงเจ้าชู้นะ แต่บางทีก็อยากให้เค้าเจ้าชู้กับเราบ้างเล็กๆ ก็ดีเนอะ...

"เธอ คงพอใจอย่างนั้น ฉันเพียง คนเฝ้ารอเท่านั้น เมื่อไหร่ เธอจะมาทำฉัน เฝ้าหวังรอวัน เธอนั้นมองมา...ช่วยเผลอใจกับฉันที เจ้าชู้ใช้มันกับฉันที ช่วยมาหน่อยจะได้ไหม ทำให้ฉันเจ็บ จากเธอซักที"

^^Y...

























Saturday, October 13, 2007

ถ้าเกิดมาแล้ว...

ถ้าเกิดมาแล้ว...เราสามารถรักคนๆ เดียวไปตลอดชีวิต ก็คงจะดีไม่น้อยเลยว่าไหมครับ...

มองดูคนรอบๆ ข้างคนอื่นเค้าก็ Happy กับชีวิตคู่เค้าดี ผมเองก็ Happy ดีเหมือนกันครับ แต่ในบางมุมของผู้ชายบางทีมันก็เก็บกดเหมือนกันนะ อาจจะวอกแวกบ้างเป็นบางครั้ง อาจจะแค่อารมณ์ชั่ววูบหรือ ความอยาก รักสนุกแค่บางครั้งบางคราว แต่บางทีมันก็ทำไม่ได้ ไม่งั้นจะทำให้คนที่เรารักต้องเสียใจ...

คนที่เป็นโสดเลยโชคดีไปครับ จะรักสนุกสุดเหวี่ยงยังไงก็ได้ ผมล่ะแอบอิจฉาเล็กๆ ทำอะไรก็ไม่ผิด ในวัยแบบนี้ก็ต้องมีบ้างที่อยาก...แต่ก็ทำไม่ได้ ผู้หญิงบางคนสวยน่ารัก หุ่นดี ก็มีหวั่นไหวไปบ้างสินะ...พอไอ้จะรักใครจริงๆ ก็แห้วตลอด นี่แหละครับชีวิตผม...

เพื่อนผม (ไอ้แต้ม) เคยถามผมอยู่ 3 ข้อ...ว่า 3 อย่างนี้มรึงมีรึเปล่า?..

1.จีบสาวเก่ง?
2.ป๊อปในหมู่สาวๆ ไหม?
3.มีเสน่ห์ในตัวเองไหม หรือมีจุดเด่นอะไรๆ ให้สาวๆ สนใจไหม?

ข้อแรกไม่ต้องคิดเลยครับ ตั้งแต่เกิดมาเนี่ยชอบผู้หญิงนับคนได้ จีบผู้หญิงนับคนได้ แล้วก็แห้วตลอด เหอะๆ...เรียกว่า จีบเนี่ย ถ้าแข่งกับคนอื่นรับรองแห้วกระป๋องแน่นอน ข้อสองนี่บอกได้เลยว่าไม่เคยป๊อป เพราะไม่ใช่แนว ห่ะ ห่ะ แย่จัง...

ข้อสามนี่ก็ต้องมีแหละครับ ไม่ว่าผู้ชายคนไหนก็ต้องมี ขึ้นอยู่กับว่าอยู่ตรงไหน?...ผมเองก็มีของผม แต่มีแบบที่ว่า...ผู้หญิงโดยทั่วไป ไม่ค่อยปลื้มนี่สิ - -"

หากผมจะจีบผู้หญิงที่รู้จักกันแป๊ปๆ อยากสนุกไปวันๆ นี่ไม่เคยทำสำเร็จเลยครับ จริงๆ นะ บอกไม่ถูก ทั้งๆ ที่อยากทำ แต่ก็...ไม่รู้จะเริ่มไง จิตใจด้านความดี ความเลวมันตกันไปหมด ใจนึงก็อยากเลว ใจนึงก็อยากเป็นคนดี แต่ส่วนใหญ่ด้านดีชนะเสมอครับ ผมก็เลยไม่ได้ทำอะไรเลย สุดท้ายสาวๆ ก็ไม่ปลื้ม ว่าไป ป๊อปในหมู่สาวๆ มันก็น่าอิจฉาใช่ไหมล่ะ?

แต่พระเจ้าก็ไม่ทอดทิ้งผมหรอก ถึงแม้ว่าผมจะไม่ป๊อปกับสาวๆ ทั่วๆไป ไว้แก้เครียดแบบนั้น...แต่กลับทำให้ผมน่ะ ให้ความสำคัญกับความรักกับผู้หญิงดีๆ ที่เพียบพร้อมซักคนได้สบายๆ โดยไม่ต้องแบ่งใจให้คนอื่น...

ผมว่าผมโชคดีนะครับ...บางทีถ้าเป็นไปตามที่ผมคิดไว้ ผมอาจจะสมหวัง และมีความสุขมากๆ จริงๆ แบบว่าไม่ต้องการผู้หญิงคนไหนอีกแล้วก็เป็นได้..จริงๆ นะเออ (ถ้าทำได้ก็ดีนะ)...

พอคิดแบบนี้ก็โอเคขึ้นครับ กับสภาพความเป็นจริง ไม่ไปหลงไหลอะไรมากนัก (เพราะไม่มีปัญญา ห่ะ ห่ะ)แต่ก็คงเข้าใจผมใช่ไหมครับว่า บางทีมันก็แค่อยากสนุกบ้างตามประสาผู้ชาย...

ผมอยากจะทำตัวให้ไม่ต้องสนใจอะไร สนใจแต่อนาคตอย่างเดียว แต่มันก็มีสิ่งยั่วยุนี่นา...ใจแข็งแค่ไหน ก็ก็มีคดๆ ได้เหมือนกันเนอะ อย่างว่า...ผมก็แค่ผู้ชายธรรมดาคนนึง

วันนี้ร่ายยาวเลยครับ เครียดเล็กน้อย ถึงเขียนไปเรื่อยเปื่อย เขียนได้ยาวๆ ขนาดนี้...สงสาร gazebosky blog จัง ดั๊นมีเจ้าของเป็นคนเครียดแถม ขี้โม้อีก ห่ะ ห่ะ ...

^^Y...

เสียใจด้วยว่ะ...ไก่

เมื่อคืน (12 ตุลา)ประมาณ 4 ทุ่มครึ่ง เพื่อนผม msn มาบอกว่า ตาของเพื่อนเสียแล้ว...

ผมก็เลยรีบโทรไปหามันเพื่อแสดงความเสียใจ เพราะผมก็ รู้จักครอบครัวเพื่อนเป็นอย่างดี ยังดีที่เพื่อนผมอีกคนนึงไปดูแลที่บ้านแทนเรียบร้อยแล้ว...เป็นไม่กี่ครั้งครับ ที่เพื่อนผมต้องเสียน้ำตา ผมคุยก็รู้ได้ทันทีเลยว่า มันน่ะเสียใจ เพราะว่า ตามันจากไปกระทันหันเกิน บางที...มันก็พูดไม่ออกบอกไม่ถูก

เอาเถอะว่ะ...ที่สำคัญคือจัดการศพให้ดี รีบกลับมาดูแล แม่ ยาย และน้องๆ ขอให้ย้ายกลับบ้านได้ไวๆ ในฐานะเพื่อนกุจะเป็นกำลังใจให้มึง สู้ๆ ว่ะ ไก่ ^^Y

Friday, October 12, 2007

เพลง อกหัก --- Bodyslam (Save My Life)

ความรัก ต้องพังลงไป อนาคต ที่สุดก็ผ่านพ้นไป
เหลือเพียงหัวใจที่ยับเยิน บาดแผล ลึกเกินเยียวยา
ตื่นจากฝันเพราะถูกปลุกด้วยน้ำตา ทุรนทุรายหัวใจเหนื่อยล้า
*ภาวนาให้ใจได้เจ็บจนเข้มแข็ง แม้มันจะไร้เรี่ยวแรง จะฝืนลุกยืนให้ไหว
คนคนเดียวมันไม่มีสิทธิขนาดนั้น ไม่ทำให้ช้ำถึงตาย ยังไงต้องรับให้ได้
** ชีวิตแค่โดนทำร้าย แต่ที่สุดมันต้องไม่โดนทำลาย
แค่วันนี้หัวใจสลาย เตือนตัวเองว่าถึงยังไง ฉันยังต้องอยู่
ความรักลวงหลอกมันก็แค่เจ็บปวด ไม่มีค่า ให้มันทำลายชีวิตไม่ได้
กีดแขน ไม่ช่วยอะไร ยิ่งตอกย้ำ ยิ่งกีดยิ่งทำร้ายใจยิ่งทำเท่าไร ก็ยิ่งปวดร้าว
*,**,**
ต้องไม่ตาย ชีวิตยังมีพรุ่งนี้เสมอชีวิตยังมีพรุ่งนี้เสมอ

^^Y...